“สร้อยเส้นนี้... มาอยู่ในมือคุณได้อย่างไรคะ?”
รินรดากลั้นหายใจถาม เสียงของเธอสั่นพร่าไม่ต่างจากกิ่งไม้ที่ไหวเอนท่ามกลางพายุ เธอจ้องมองสร้อยเพชรสีฟ้าอ่อนที่เป็นมรดกตกทอดประจำตระกูล ซึ่งบัดนี้มันกำลังล้อแสงไฟสลัวในห้องทำงานของคีรินอย่างเย็นเยียบ
คีรินไม่ได้ขยับตัวทันที เขาเพียงแต่นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งความโหยหา ความเจ็บปวด และความสำนึกผิดที่เขากักขังไว้ในใจมาเนิ่นนาน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธอเหมือนเสือร้ายที่ยอมจำนนต่อสัญชาตญาณของตัวเอง
“ถ้าผมบอกความจริงทั้งหมด... บางทีคุณอาจจะเกลียดผมจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความเมตตา” เขาเอ่ยเสียงต่ำ ทรงเสน่ห์ทว่าแฝงไว้ด้วยความร้าวราน
“บอกมาเถอะค่ะ คีริน... ฉันไม่อยากอยู่อย่างคนโง่เขลาที่ต้องเดาทางคุณอีกต่อไปแล้ว”
คีรินยกมือขึ้นประคองใบหน้าเนียนของรินรดา ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามแนวขากรรไกรของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้หัวใจของรินรดาเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
“ยี่สิบปีก่อน... แม่ของผมไม่ได้หายสาบสูญไปเพียงลำพัง” คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ “ท่านจากไปเพราะความละโมบของพ่อผม และด้วยความขลาดเขลาของผมที่ทำได้เพียงแค่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดโดยไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากห้าม สร้อยเส้นนี้... เป็นสิ่งที่ติดมือผมมาในวันที่ผมตัดสินใจว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากสิ่งที่ผมรักไปจากมือได้อีก”
มือของเขาเลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอของรินรดา ก่อนจะคล้องสร้อยเส้นนั้นเข้ากับคอของเธอ สัมผัสเย็นเยียบของอัญมณีปะทะกับผิวเนื้ออุ่นร้อนสร้างความรู้สึกวาบหวามในอก คีรินก้มลงซุกใบหน้าที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ กลิ่นกายสาวที่หอมหวานราวดอกไม้แรกแย้มทำเอาสติที่เขารักษาไว้พังทลายลงในชั่วพริบตา
“คุณเป็นของผม... รินรดา และนับจากนี้ไป ทั้งความลับและร่างกายของผม จะไม่มีสิ่งใดถูกปิดบังจากคุณอีก”
เขารวบตัวเธอเข้าหาตัวจนแนบชิด แรงอารมณ์ที่ถูกอัดอั้นมานานระเบิดออกมาเป็นจูบที่เร่าร้อนและหิวกระหาย รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสสั่นสะท้าน มือเรียวของเธอจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขา สติสัมปชัญญะของเธอละลายหายไปกับรสสัมผัสที่คีรินมอบให้
คีรินช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกก่อนจะก้าวตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง เขาค่อยๆ วางเธอลงราวกับเธอกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต นิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ไปตามสาบเสื้อของเธออย่างเชื่องช้า แต่ละจุดที่ปลายนิ้วผ่านไปทิ้งรอยความเสียวซ่านจนร่างบางสะท้านเฮือก เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบไปทั่วลำคอ ระเรื่อยลงมาถึงยอดอกที่พุ่งชูชันผ่านเนื้อผ้าบางเบา
“มองตาผม...” เขาพึมพำขณะที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ด สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยเพลิงปรารถนาที่แผดเผา “จงมองดูว่าความผิดบาปที่ผมเคยทำไว้ มันเทียบไม่ได้เลยกับความรักที่ผมมีให้คุณในเวลานี้”
บทรักดำเนินไปอย่างดุดันแต่เปี่ยมไปด้วยความรักที่ยากจะพรรณนา คีรินกักขังเธอไว้ในวงแขนแข็งแกร่ง สอดประสานร่างกายนุ่มนิ่มเข้ากับความแข็งแกร่งของเขาในจังหวะที่เนิบนาบก่อนจะค่อยๆ เร่งเร้าเป็นท่วงทำนองที่เร่าร้อนถึงขีดสุด รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น เสียงครางแผ่วหวานของเธอกลายเป็นเครื่องดนตรีที่ขับกล่อมความมืดมิดในใจของคีรินให้มลายหายไป
ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ทั้งความรักและความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยกำลังตีรวนอยู่ในอก
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะโอบกอดเธอไว้แน่นที่สุดเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมด เสียงเคาะประตูห้องทำงานที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดกันกลับทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก คีรินชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความตื่นตระหนกที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
“คีริน... เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ในนั้น และฉันก็รู้ด้วยว่าสร้อยเส้นนั้นอยู่ที่ไหน!”
เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนที่คุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันเป็นเสียงของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อน... คนที่คีรินเพิ่งบอกเธอว่าจากโลกนี้ไปแล้ว!
รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความรักอันแสนลึกลับนี้นะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 51
คำสารภาพของคีริน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!