เศษซากหิมะสีเลือดโปรยปรายลงมาจากนภากาศที่ถูกฉีกกระชากจนเกิดเป็นรอยแยกสีนิลมหึมา กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านกดทับยอดเขาเทียนอี้จนสรรพสิ่งต่างต้องสั่นสะท้าน
"มู่หรงเฉิน... เจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงบังอาจเหยียบย่ำประตูสำนักเซียนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!"
เสียงคำรามแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนกดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น เจ้าสำนักเทียนอี้ ผู้อาวุโสตาบอดผู้เคยใช้วิชาหัตถ์มารโลหิตลอบสังหารมู่หรงเฉินในชาติภพก่อน ยืนหยัดอยู่บนแท่นบูชาแปดทิศ ร่างชราของมันสั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะและจิตสังหารที่ตีกลับ แม้ดวงตาจะบอดสนิท แต่สัมผัสปราณอันกล้าแข็งก็บอกมันได้ชัดเจนว่า มति บุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าในยามนี้ หาใช่ศิษย์ปลายแถวที่มันเคยเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นมหาเทพกระบี่ผู้จุติมาเพื่อทวงคืนหนี้เลือดทั้งหมด
มู่หรงเฉินหาได้ปริปากกล่าววาจาใด ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ต้องลมพัดสะบัดพลิ้ว ทว่ากลับไม่มีเศษเลือดหรือละอองฝุ่นใดแตะต้องเนื้อตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความปรานี ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงจิตวิถีกระบี่บรรพกาลที่หมุนวนอยู่รอบกายจนเกิดเป็นพายุหมุนสีครามขนาดยักษ์ กลืนกินทุกสรรพชีวิตที่ขวางกั้น
ข้างกายเขา ไป๋ลี่ว์เซียน นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาดุจจันทราในคืนเหมันต์ กำลังร่ายรำกระบี่คู่ใจ 'เหมันต์วารี' อักขระเวทนับพันสายพรั่งพรูออกจากปลายนิ้วเรียวราวกับสายน้ำวนแห่งความตาย นางปัดป้องบรรดากลົນอาคมและค่ายกลคุ้มกันสำนักเทียนอี้จนแหลกสลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา ความงามที่เยือกเย็นและรัศมีอันสูงส่งของนางทำให้เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สำนักเทียนอี้ต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว ปราณกระบี่ของนางมิได้เพียงสังหาร แต่เป็นการชำระล้างความโสมมของสำนักแห่งนี้ให้สิ้นซาก
"หนี้เลือดเมื่อร้อยปีก่อน วันนี้... ข้าจะใช้กระบี่ในมือชำระให้หมดจด"
น้ำเสียงของมู่หรงเฉินราบเรียบทว่าทรงพลังดั่งเสียงประกาศิตจากสวรรค์ เขายกมือขึ้นช้าๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นสะท้านคำรามลั่นราวกับกระหายเลือด มันคือเสียงแห่งการพิพากษา เสียงที่เหล่าทรชนในยุทธภพหวาดกลัวมาตลอดกาล
เจ้าสำนักเทียนอี้หน้าถอดสี รอยย่นบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น มันแผดเสียงร้องโหยหวน รวบรวมพลังปราณโลหิตทั้งหมดที่มีในร่างทะยานเข้าใส่พร้อมกับกระบี่มารโลหิตพันศพ ประกายแสงสีแดงฉานพุ่งทะยานแหวกอากาศดั่งอสุรกายร้ายที่อ้าปากหมายกลืนกินดวงตะวัน
ทว่า... มู่หรงเฉินมิได้แม้แต่จะขยับตัวหลบหลีก
เขากวาดสายตามองการโจมตีนั้นด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ดั่งเสียงเพลงดาบแห่งความตาย "วิถีกระบี่... ไร้ลักษณ์คืนสนอง"
*แคว้งงงง!*
ประกายแสงสีครามเจิดจ้าบาดตาจนท้องนภากลายเป็นสีขาวโพลน ชั่วพริบตาที่กระบี่ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว คลื่นกระบี่อันไร้ขอบเขตก็พุ่งทะลวงผ่านร่างของเจ้าสำนักเทียนอี้และค่ายกลป้องกันทั้งหมดในคราเดียว ทุกอย่างหยุดนิ่ง... เวลาคล้ายจะหยุดเดิน เสียงลมหายใจของเหล่าผู้อาวุโสสำนักเทียนอี้ขาดห้วงไปพร้อมกับร่างที่ถูกตัดแบ่งเป็นสองซีกอย่างสะอาดหมดจด เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉานดั่งดอกอวี้ถังบานสะพรั่ง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งยอดเขา ศิษย์สำนักเทียนอี้ที่เหลือรอดต่างโยนอาวุธทิ้งด้วยความสิ้นหวัง สำนักอันยิ่งใหญ่ที่เคยเรืองอำนาจมานับร้อยปี บัดนี้พังทลายลงด้วยกระบี่เดียวของมหาเทพผู้หวนคืน
ไป๋ลี่ว์เซียนเก็บกระบี่เข้าฝัก นางก้าวเข้ามาใกล้ รัศมีเย็นชาในแววตาอ่อนแสงลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาของบุรุษผู้กุมหัวใจ "จบสิ้นแล้ว... ความแค้นตลอดชาติภพของท่าน"
มู่หรงเฉินหันมามองนาง แววตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพลันปรากฏความอ่อนโยนล้ำลึกที่มอบให้แค่นางผู้เดียว เขายื่นมือออกไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้ ทว่าในวินาทีที่ความสงบสุขกำลังจะมาเยือน...
จู่ๆ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทเปิดออกตรงใจกลางซากปรักหักพังของสำนักเทียนอี้ กลิ่นอายปราณมารโบราณอันชั่วร้ายยิ่งกว่าร้อยเท่าพุ่งทะยานเสียดฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานที่ดังก้องมาจากห้วงมิติอันลึกลับ... *"ฮ่าๆๆๆ... คิดว่าชำระแค้นจบแล้วงั้นหรือ? มู่หรงเฉิน เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมของเบื้องบนเท่านั้น!"*
หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านบททดสอบอันยาวนานนี้ร่วมกันนะคะ
ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 28
กวาดล้างอริราชศัตรูครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!