ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก•ตอนที่ 1

มหาเทพจุติในร่างสวะ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งตลบอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ราวกับกลิ่นอายจากขุมนรกโลกันต์ที่พร้อมจะกลืนกินวิญญาณของผู้ที่อ่อนแอให้แหลกสลายเป็นจุล "สำหรับศิษย์ไร้ค่าผู้ไม่มีแม้แต่รากปราณตระกูลมู่หรง การได้มานอนหายใจรวยรินอยู่ ณ ลานประลองอัคคีเบื้องล่างนี้ ก็ถือเป็นความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่สำนักเทียนอี้มอบให้แล้ว... เจ้าสวะน้อย จงคลานออกไปจากที่นี่เสีย อย่าได้สร้างความอัปยศให้แก่ป้ายวิญญาณบรรพบุรุษอีกเลย!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางดังระงมก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณ คละเคล้าไปกับสายตาดูถูกเหยียดหยามนับร้อยคู่ที่จ้องมองลงมา ราวกับกำลังพิจารณาซากสุนัขข้างถนนที่รอวันเน่าเปื่อย ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายโชกไปด้วยโลหิต เส้นชีพจรปราณทั่วร่างถูกทำลายจนย่อยยับ กระดูกทั่วร่างหักผิดรูปราวกับกิ่งไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ ทว่า... ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิทและเนื้อตัวที่อาบไปด้วยหยาดเลือดสดๆ นั้น กลับมีความเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีครามเส้นหนึ่งผ่าแหวกม่านเมฆาลงมากลางลานประลอง ทั้งที่ท้องนภาไร้ซึ่งเค้าลางของพายุฝน แรงกดดันระดับมหาเทพสะเทือนฟ้าสะเทือนดินแผ่พุ่งออกมาจากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นโดยฉับพลัน อากาศรอบกายพลันบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น ความหนาวเหน็บเสียดกระดูกแล่นริ้วไปทั่วสันหลังของทุกคนที่หัวเราะเยาะเมื่อครู่ รอยยิ้มบนใบหน้าของเหล่าศิษย์ตระกูลหลักแข็งค้างในทันที มู่หรงเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้น... ไม่ใช่ดวงตาของเด็กหนุ่มผู้อ่อนแอและไร้หนทางสู้คนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือห้วงมหรรณพแห่งกาลเวลาที่ผ่านการฆ่าฟันและดับสูญมานับแสนปี ความเย็นชา เย่อหยิ่ง และทรงอำนาจดั่งราชันย์ผู้ปกครองหมื่นภพฉายชัดอยู่ในหน่วยตาคู่นั้น เพียงแค่ปรายตาตวัดมอง รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ทำให้ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมปราณหลายคนถึงกับกระออกเลือดคำโตทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นโดยไร้การปะทะ "เสียงน่ารำคาญพวกนี้..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทว่ากังวานลึกล้ำราวกับเสียงระฆังโบราณจากแดนสรวงดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก มู่หรงเฉินขยับนิ้วมือทีละน้อย ความเจ็บปวดจากการถูกทำลายเส้นชีพจรเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เคล็ดวิชาหลอมกายเทวะบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ในห้วงจิตวิญญาณกำลังเริ่มหมุนวนดูดกลืนพลังงานฟ้าดินรอบกายเข้ามาซ่อมแซมร่างกายที่ผุพังนี้อย่างบ้าคลั่ง นี่คือร่างของเด็กหนุ่มตระกูลนอกผู้มีนามเดียวกัน... มู่หรงเฉิน ศิษย์สายรองผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "ขยะไร้ค่า" เนื่องจากเกิดมาไม่มีจุดตันเถียนและไร้รากวิญญาณ จนถูกศิษย์สายหลักรุมซ้อมปางตายเพื่อแย่งชิงโอสถวิญญาณเม็ดสุดท้ายในวันพิธีคัดเลือกศิษย์ "ทะ... ทำไมสายตาของมันถึง..." หนึ่งในศิษย์ตระกูลหลักผู้ลงมือซ้อมเขาเมื่อครู่ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณดิบภายในกายกรีดร้องเตือนภัยอันตรายถึงชีวิต มือที่กุมด้ามกระบี่ยาวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งที่เบื้องหน้าเป็นเพียงศิษย์ไร้ค่าที่เพิ่งถูกซ้อมจนปางตาย แต่เหตุใดบรรยากาศรอบตัวมันจึงคล้ายกับพญาอินทรีย์ที่กำลังกางกรงเล็บจ้องมองเหยื่อในกำมือเช่นนี้เล่า! "เจ้าสวะ! ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!" ผู้อาวุโสผู้ดูแลลานประลอง ซึ่งเป็นคนสนิทของเจ้าสำนักเทียนอี้ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง พลังปราณขอบเขตสวรรค์ขั้นต้นถูกกดทับลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของมู่หรงเฉินให้แหลกเป็นผุยผงในคราเดียวฐานที่กล้าแสดงกิริยาอวดดีเช่นนี้ มู่หรงเฉินแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน รอยยิ้มนั้นงดงาม ทว่าเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แทบจะทำให้มิติรอบกายปริร้าว "ผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักเทียนอี้..." มู่หรงเฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนทีละน้อย แม้กระดูกทั่วร่างจะส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ แต่วรกายของเขากลับตั้งตรงสง่างามราวยอดเขาไท่ซานที่ไม่เคยยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงใดในใต้หล้า "ในอดีต เมื่อห้าแสนปีก่อน ข้าเคยใช้ปลายนิ้วเพียงข้างเดียวพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินมาแล้ว... วันนี้ สุนัขรับใช้เช่นเจ้า ถึงกับกล้าใช้แรงกดดันอันน้อยนิดนี้มาข่มขู่มหาเทพเช่นข้าอย่างนั้นหรือ?" สิ้นเสียงคำกล่าวอันเย่อหยष्ण ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือสำนักเทียนอี้ที่เคยแจ่มใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับถูกหมึกจีนละเลง เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นวงกว้างนับหมื่นลี้ สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์นับพันสายฟาดผ่าลงมาบรรจบที่ร่างของมู่หรงเฉิน เกิดเป็นพายุหมุนวนของพลังปราณบรรพกาลที่ทรงพลังจนสถาปัตยกรรมรอบลานประลองเริ่มสั่นสะเทือนและพังทลายลงทีละส่วน แรงกดดันระดับทำลายล้างนี้แผ่ขยายออกไปทั่วทุกยอดเขาของสำนักเทียนอี้ ทำให้เหล่าผู้อาวุโสและสัตว์อสูรพิทักษ์สำนักต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจฟ้าดินที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ทว่า ในขณะที่มู่หรงเฉินกำลังจะก้าวเท้าสะบัดมือระเบิดร่างของผู้อาวุโสผู้ดูแลลานประลองให้กลายเป็นจุล ท้องฟ้าเบื้องบนก็แยกออกเป็นสองเสี่ยงด้วยกระบี่เล่มหนึ่ง... กระบี่เซียนสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายแสงเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์พันดวง พุ่งแหวกม่านเมฆลงปักตรงหน้ามู่หรงเฉินอย่างแม่นยำ แรงสั่นสะเทือนจากคมกระบี่ทำให้พื้นศิลาแกร่งแตกละเอียดเป็นวงกว้าง พร้อมกับร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายลงมาจากนภา นางก้าวลงมาอย่างแช่มช้อยไร้ซุ่มเสียง ทว่าใบหน้าอันงดงามล่มเมืองกลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี และสิ่งที่ทำให้มู่หรงเฉินต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ ก็คือแววตาคู่คมกริบคู่นั้นที่จ้องมองมาที่เขา... แววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความรักลึกซึ้งที่รอคอยมานานแสนนาน "ท่านพี่..." เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นเอ่ยเรียกชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ท่าความตกตะลึงของทุกคนในลานประลอง นางคือไป๋ลี่ว์เซียน นางเซียนอันดับหนึ่งแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้ไม่เคยชายตาดื่มด่ำโลกีย์ชนใด แต่กลับคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าศิษย์ไร้ค่าผู้กำลังจะถูกประหารชีวิต พร้อมกับยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกมาสัมผัสแก้มที่เปื้อนเลือดของเขาอย่างทะนุถนอมที่สุด และในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังโบราณจากยอดเขาหลักของสำนักเทียนอี้ก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน... พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างชราในชุดคลุมสีดำสนิทผู้มีผ้าคาดตาสสีขาว เจ้าสำนักเทียนอี้ผู้ตาบอดผู้กุมความลับอันดำมืดของการทรยศเมื่ออดีตชาติ ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่เอ่ยประโยคช็อกโลกออกมาว่า "ฮ่าๆๆ... มู่หรงเฉิน ศิษย์รักของข้า ในที่สุดวิญญาณเดรัจฉานของเจ้าก็กลับมาติดกับดักที่ข้าเตรียมไว้ให้จนได้!" หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาสู่เส้นทางแห่งกระบี่และโลหิตนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรมาจารย์กระบี่ซ่อนคมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%