ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท•ตอนที่ 36

ความสัมพันธ์ที่ไร้ข้อกังขา

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของโอโซนผสมประจุมานาเข้มข้นจนปลายจมูกชาหนึบ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนของโถงกลางหอคอยอัคคีไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อมันสะท้อนกับผนังศิลาโบราณที่สลักอักขระเวทปราบมาร บรรยากาศรอบด้านก็ยิ่งกดดันจนเหล่านักเรียนปีสองที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตประลองส่วนตัวของตระกูลดยุก?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันทางเวทมนตร์ระดับสูงที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น วาเลน ไวท์คลาวด์ ทายาทสายตรงผู้ถือครองเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งโบราณกำลังจ้องมองตรงมาด้วยแววตาวาวโรจน์ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเย่อหยิ่งและอันตรายยิ่งกว่าเดิม เรนถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนื่อยอ่อน มือเรียวยังคงถือสมุดบันทึกปกหนังเก่าๆ เอาไว้หลวมๆ เขากำลังคิดคำนวณในใจว่า ถ้าหากเขาแกล้งล้มตัวลงนอนแล้วแสร้งทำเป็นสลับร่างกับหุ่นเชิดเวทมนตร์ตรงนี้ จะเนียนพอให้รอดพ้นจากการเป็นจุดสนใจได้สักกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ ความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตเป็นตัวประกอบผู้สอบตกและไร้ตัวตนช่างดูริบหรี่เสียเหลือเกินในสถาบันมหาเวทแห่งนี้ "ฉันก็แค่นักเรียนทุนผู้โชคร้ายที่บังเอิญเดินหลงทางมาหยิบตำราผิดเล่มเท่านั้นเองค่ะ รุ่นพี่วาเลน" เรนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่บางห่อลงเล็กน้อยเพื่อพยายามลดการแผ่รัศมีตัวตนของตัวเองให้น้อยที่สุด "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ พอดีฉันมีนัดต้องไปซ่อมแปลงสมุนไพรเวทมนตร์..." "หลงทาง?" วาเลนแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดเรนด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบจะหายใจรดต้นคอ "เด็กสอบตกที่ได้คะแนนภาคปฏิบัติคาบเส้นทุกเทอมอย่างเธอเนี่ยนะ จะบังเอิญหลงเข้ามาถึงเขตหวงห้ามระดับสามได้... หรือว่าที่จริงแล้ว เธอแอบขโมย 'ศิลาผนึกมานา' ไปซ่อนไว้กันแน่ เรน?" ฝูงชนรอบข้างเริ่มส่งเสียงฮือฮา สายตานับสิบคู่จับจ้องมาที่เรนด้วยความเคลือบแคลงและสมเพช เวทมนตร์น้ำแข็งรอบตัววาเลนเริ่มก่อตัวเป็นเกล็ดผลึกแหลมคมลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เรนขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลกลไกการป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าต่อให้เขาใช้เวทมนตร์ระดับสามที่แอบฝึกฝนมาหลบหนี ก็ไม่มีทางพ้นรัศมีเขตอาคมของวาเลนไปได้แน่ แต่ทว่า— *ตึง!* เสียงฝหนักหน่วงก้าวเข้ามาตัดจังหวะความตึงเครียด แรงกดดันมหาศาลชนิดที่กดทับจนเหล่านักเรียนรอบข้างต้องทรุดฮวบลงคุกเข่าแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง มานาสีทองอร่ามผสมผสานกับความมืดมิดอันลึกล้ำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นศิลา ราวกับราชبعที่ก้าวเข้าสู่เขตอาณาจักรของตนเอง วาเลนชะงัก สีหน้าถอดสีลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนของผู้มาใหม่ "ประธานสภานักเรียน..." ใครบางคนในกลุ่มผู้ชมอุทานขึ้นด้วยความหวาดกลัว เซนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเรนอย่างมั่น แผ่นหลังกว้างของร่างสูงบังรัศมีอันตรายจากเวทมนตร์น้ำแข็งของวาเลนจนหมดสิ้น ดวงตาคู่คมกริบสีนิลกาฬจ้องมองประมุขแห่งไวท์คลาวด์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุหิมะ "เขตหวงห้ามระดับสามถูกกำหนดไว้ในกฎระเบียบของสภาว่า 'ห้ามผู้ใดล่วงล้ำนอกจากได้รับอนุญาตจากประธานสภานักเรียนโดยตรง'..." เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนก้องกังวานไปทั่วโถง "วาเลน... นายกำลังบอกฉันทางอ้อมสินะ ว่านายมีอำนาจเหนือกฎของสภา หรือว่านายแค่อ่านหนังสือไม่ออกถึงไม่รู้ว่าป้ายประกาศสีทองแดงหน้าประตูนั่นเขียนว่าอะไรกันแน่?" วาเลนกัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "เซน! นายกำลังปกป้องเด็กนี่งั้นเหรอ? มันเป็นแค่ตัวปัญหาที่—" "คนของฉัน... จะเป็นยังไง มันก็เรื่องของฉัน" คำพูดห้วนสั้นแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เซนไม่ได้หันกลับมามองเรนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ฝ่ามือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเรนเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะดึงให้ถอยหลังไปอยู่ข้างกายตนเองอย่างถือสิทธิ์ ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ส่งผ่านผิวกายทำให้เรนเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เคมีระหว่างคนทั้งสองสะท้อนความต่างอย่างชัดเจน ความเย็นชาดุดันของเซนที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่กล้าแตะต้องเรน กับความนิ่งสงบระคนตกใจเล็กน้อยของเรนที่ทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ "จำเอาไว้ให้ดี วาเลน" เซนปรายตามองคู่สนทนาเป็นครั้งสุดท้าย แรงกดดันระดับ SSS ถูกปลดปล่อยออกมาจนพื้นหินใต้เท้าของวาเลนแตกร้าวเป็นทางยาว "ถ้ามีครั้งหน้า... ฉันจะไม่แค่เตือนด้วยวาจา แต่ฉันจะถือว่าตระกูลไวท์คลาวด์ต้องการประกาศสงครามกับสภานักเรียนอย่างเป็นทางการ" ความเงียบสงบแผ่ขยายไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง วาเลนทำได้เพียงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองแต่ไม่กล้าขยับตัวทำอะไรอีกก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไปพร้อมกับสมุนของตน เมื่อความกดดันทั้งหมดจางหายไป เซนจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ หันกลับมามองเรนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ "นายเนี่ยนะ... สร้างเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวันเลยจริงๆ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุ เรนถอนหายใจยาวเหยียด "ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดประโยควนนั้น รุ่นพี่ต่างหากที่ชอบโผล่มาถูกจังหวะจนชีวิตตัวประกอบของฉันพังไม่เป็นท่า..." ในขณะที่เรนกำลังจะเอ่ยประโยคต่อมาเพื่อต่อรองเรื่องการขอตัวกลับหอพัก จู่ๆ อากาศรอบตัวก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง หน้าต่างกระจกสีของหอคอยอัคคีแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวของเรนอย่างกะทันหัน [ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของมานาขั้นวิกฤต: ประตูมิติระดับ SSS 'หุบผาอเวจี' กำลังเปิดออกก่อนกำหนด] [คำเตือน: เป้าหมาย 'ผู้ทำลายล้าง' ปรากฏตัวในรัศมี 500 เมตรจากจุดที่คุณยืนอยู่] เรนเบิกตากว้างเมื่อเงาสําดำทะมึนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางห้องโถง พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันในความมืดมิด โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันเผลอทำแต้มบุญล้นสถาบันมหาเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%