รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต•ตอนที่ 30

เงาที่หายไป

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“จดหมายฉบับนั้นไม่ได้มีไว้ให้คุณอ่านรินรดา แต่มันมีไว้เพื่อฝังคุณลงไปพร้อมกับความลับที่ไม่มีใครอยากจำ” เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นกระดาษเก่า รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าเฟรมผ้าใบที่ว่างเปล่า ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนพื้นผิวที่ขรุขระราวกับจะสัมผัสถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในนั้น ในมือของเธอมีซองจดหมายสีเหลืองกรอบที่ได้รับมาจากมือของคุณหญิงเพ็ญแขเมื่อครู่ “คุณพูดเหมือนกับว่าความตายเป็นเรื่องปกติที่เราต้องรอรับมันด้วยความยินดีอย่างนั้นแหละ” รินรดาแค่นยิ้ม ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ เงาของเขาพาดทับร่างบางบนพื้นไม้ “คุณหญิงไม่ได้ส่งบัตรเชิญให้คุณมาเพื่อฆ่า แต่ส่งมาเพื่อให้คุณยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวตนที่คุณพยายามปกป้องมันไม่มีอยู่จริง ริน... พ่อแม่ของคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ พวกเขาตายเพราะความละโมบของคนที่คุณเรียกว่าผู้มีพระคุณ” รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “แล้วยังไงต่อคะ? คุณจะให้ฉันกรีดร้อง? จะให้ฉันวิ่งไปที่คฤหาสน์หลังนั้นแล้วประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ความชั่วร้ายของคุณหญิงเพ็ญแขหรือไง? สิ่งเหล่านั้นมันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย แม้แต่หยดน้ำตาที่ฉันเสียไปในวัยเด็ก มันก็แค่รอยเปื้อนบนภาพวาดที่ฉันลบไม่ออก” “คุณลบมันออกได้” ธันวายื่นมือไปหยิบพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่งให้เธอ “ถ้าคุณกล้าที่จะทิ้งสีที่เปรอะเปื้อนลงบนผืนผ้าใบใหม่” รินรดารับพู่กันมาถือไว้แน่น ในหัวของเธอภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นย้อนกลับมาเหมือนม้วนฟิล์มที่ฉายซ้ำ ภาพรถยนต์ที่พลิกคว่ำ เสียงกระจกแตกละเอียด และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนมองจากมุมมืด... ใช่ คุณหญิงเพ็ญแขในชุดสีดำสนิทที่มองดูความพินาศของครอบครัวเธอด้วยสายตาว่างเปล่า นั่นคือเงาที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอดสองทศวรรษ เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน จุดไม้ขีดไฟขึ้น ความร้อนที่ปลายเปลวไฟวูบวาบส่องกระทบใบหน้าของเธอ รินรดาไม่ได้เผาจดหมายฉบับนั้นเพื่อทำลายหลักฐาน แต่เธอเผามันเพื่อทำลาย 'คำสาป' ที่ตรึงเธอไว้กับอดีต กระดาษสีเหลืองกรอบม้วนตัวเข้าหากันเป็นเถ้าถ่านร่วงหล่นลงในถาดรอง รินรดารู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่หลุดลอยออกไปจากอก มันไม่ใช่ความโล่งใจเสียทีเดียว แต่มันคือความเบาหวิวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความเกลียดชังที่เคยเป็นเชื้อเพลิงในการมีชีวิตอยู่ของเธอเริ่มมอดดับลง เหลือเพียงความจริงที่เธอต้องยอมรับ “คุณหญิงเพ็ญแขจะทำอย่างไรต่อไปคะ?” รินรดาถามขึ้นในขณะที่เธอกำลังผสมสีน้ำเงินเข้มลงบนจานสี “เธอจะพ่ายแพ้” ธันวาตอบพลางมองดูเถ้าถ่าน “ไม่ใช่เพราะกฎหมายหรือการเปิดโปง แต่เพราะความโดดเดี่ยวที่เธอสร้างขึ้นเอง เมื่อไม่มีใครให้เธอเหยียบย่ำเพื่อความสุขของตัวเองอีกต่อไป เธอก็ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากเงาของตัวเองที่จะค่อยๆ กลืนกินเธอไปจนหมดสิ้น” รินรดาไม่ตอบ เธอเริ่มตวัดพู่กันลงบนผ้าใบขาวสะอาด ครั้งนี้ไม่ใช่การวาดภาพเพื่อปลดปล่อยความแค้น แต่เป็นการวาดเพื่อ 'การให้อภัย' มือของเธอเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ราวกับมีจิตวิญญาณของพ่อแม่คอยนำทาง ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อที่รอคอยการล้างแค้น แต่ในฐานะศิลปินที่ก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดมาได้ “ฉันจะไม่ตามหาความยุติธรรมจากเธออีกต่อไปค่ะ” รินรดากล่าวขณะที่เธอจรดพู่กันเป็นเส้นสุดท้าย “เพราะความยุติธรรมที่แท้จริงคือการที่ฉันสามารถมองย้อนกลับไปในอดีต แล้วรู้สึกเพียงแค่ว่า... มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และมันจบลงแล้ว” ธันวามองดูภาพวาดที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มันไม่ใช่ภาพความสูญเสียที่หม่นหมอง แต่เป็นภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินก้าวออกจากหมอกควันไปสู่ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ เขาค่อยๆ ถอยห่างออกไปจนกลายเป็นเพียงเงาจางๆ ที่มุมห้อง “ผมมาที่นี่เพื่อเป็นผู้ช่วยซ่อมแซมภาพวาด แต่ดูเหมือนภาพที่ยากที่สุดที่คุณต้องซ่อม คือหัวใจของตัวคุณเอง และคุณก็ทำมันสำเร็จแล้ว รินรดา” เมื่อรินรดาหันกลับมามอง ธันวาก็จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของคำสัญญาที่สลายไปพร้อมกับควันไฟ เธอวางพู่กันลง เดินไปที่หน้าต่างแล้วเปิดม่านออก แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้าของเธออย่างอบอุ่น เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยเงาแห่งอดีตได้มลายหายไปสิ้น เงาที่เคยขู่เข็ญว่าจะกลืนกินเธอนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ที่ทำให้ภาพชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบ เธอไม่ได้ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เธอเลือกที่จะไม่ให้มันมีอำนาจเหนือลมหายใจของเธออีกต่อไป ในวินาทีนั้น รินรดาเข้าใจแล้วว่า ความสงบที่เธอเฝ้าตามหาตลอดชีวิต ไม่ได้อยู่ที่การได้ชัยชนะเหนือผู้อื่น แต่อยู่ที่การเลิกแบกความทุกข์ไว้บนบ่า และการให้อภัยตัวเองอย่างหมดจด เธอยืนอยู่ตรงนั้น... เป็นหญิงสาวคนใหม่ที่ไร้เงาแห่งอดีตคอยรบกวน เป็นเพียงรินรดาที่พร้อมจะขีดเขียนอนาคตบนผืนผ้าใบแห่งชีวิตด้วยสีสันที่เธอเลือกเอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวและเศษเสี้ยวอดีตไปพร้อมกับรินรดานะคะ กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวในเศษเสี้ยวอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%