เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายดังขึ้นในความเงียบงดดั่งเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ระเบิดเวลา หน้าจอแล็ปท็อปเครื่องบางส่องแสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่คมของรินรดา ทนายความสาวผู้มักรักษาอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเสมอ ทว่าเวลานี้ ปลายเรียวนิ้วที่กำลังเลื่อนผ่านโฟลเดอร์รหัสผ่านระดับสูงกลับเย็นเฉียบยิ่งกว่า
ที่นี่... ห้องทำงานลับชั้นบนสุดของตึกร้างที่คีรินใช้เป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราว อากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฝุ่นเก่า กาแฟดำที่เย็นชืด และความกดอากาศต่ำที่เกิดจากการเผชิญหน้ากันของคนสองคนที่ฉลาดเป็นกรดและอ่านเกมกันขาดในทุกย่างก้าว
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าคีย์การ์ดของธนภัทรชุดนี้จะยังใช้งานได้" รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจการกดดันโดยไม่ต้องขึ้นเสียง ดวงตาสีเข้มตวัดมองชายหนุ่มที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ไม่ไกล
คีรินละสายตาจากหน้าจอหลัก แสงเรืองรองจากคอมพิวเตอร์ส่องกระทบสันจมูกโด่งและโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเคร่งเครียด เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"ถ้ามันเปิดประตูห้องนิรภัยที่ชั้นใต้ดินของตึกนั้นไม่ได้... ผมคงไม่พาคุณมาเสี่ยงหัวหลุดด้วยกันหรอกครับ... รินรดา" คีรินจงใจเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกอย่างเหนือชั้น ทว่าแววตาของเขากลับจริงจังและคมกริบ "คุณก็รู้ว่าเรากำลังเล่นกับไฟกองโต ธนภัทรไม่ใช่แค่ทนายแก้ต่างหรือนักธุรกิจสีเทาทั่วไป เขามีอำนาจพอที่จะทำให้คนเราหายไปจากแผนที่โลกนี้ได้ภายในชั่วข้ามคืน... และการที่คุณยอมก้าวเข้ามาในห้องนี้กับผม ก็แปลว่าคุณเองก็เดิมพันด้วยชีวิตเหมือนกัน"
รินรดาไม่หลบสายตา เธอยืดอกขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาเกราะกำบังอันแข็ง
"ฉันไม่ได้เดิมพันด้วยความบ้าบิ่นแบบคุณ คีริน ฉันเดิมพันด้วยหลักฐาน... และความจริงที่ธนภัทรพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ตึกคอนกรีตพวกนั้นต่างหาก" เธอก้าวเข้าประชิดเขาโดยไม่เกรงกลัว กลิ่นกายหอมเย็นเยียบแบบผู้หญิงทรงอำนาจปะปนกับความดุดันในวิชาชีพ "เปิดฐานข้อมูลนั้นสิคะ... ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลงเสียก่อน"
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่ม คีรินไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าของเราแทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนของเธอ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เคมีระหว่างคนทั้งคู่กลับพุ่งพล่าน ร้อนรุ่ม และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่ปฏิเสธไม่ได้ มันคือการปะทะกันของสองวิญญาณสีเทา ที่ต่างโหยหากันและกันท่ามกลางเศษซากของความลับ
"ใจร้อนเสียจริง... ทนายความคนสวย" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมากุมมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ ปลายนิ้วหยาบกร้านตามประสาคนทำงานช่างสัมผัสเข้ากับผิวเนียนนุ่มอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยการคุกคามทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้อารมณ์พาไป เธอตวัดสายตาดุใส่เขา แต่คีรินกลับใช้อีกมือหนึ่งกดแป้นพิมพ์เพื่อยืนยันรหัสผ่าน
หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบสามครั้ง ก่อนที่ฐานข้อมูลลับระดับท็อป-ซิกส์ของเครือข่ายธนภัทรจะปรากฏขึ้นต่อหน้า!
ข้อมูลมหาศาลทั้งบัญชีลับ เส้นทางการเงินนอกระบบ และรายชื่อผู้พิพากษาที่รับสินบนไหลทะลักราวกับสายน้ำหลาก แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดากลับไม่ใช่ตัวเลขเงินร้อยล้านเหล่านั้น มันคือโฟลเดอร์หนึ่งที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด... โฟลเดอร์ชื่อ "Project Eclipse"
"นั่นมัน..." รินรดาลืมตัว เผลอขยับเข้าไปชิดคีรินมากกว่าเดิม ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน คีรินฉวยโอกาสนี้รวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงโอบรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่นจนเธอต้องใช้มือยانแผงอกกว้างของเขาไว้
"คุณกำลังทำให้ฉันไขว้เขวนะ คีริน" เธอเตือนเสียงกระซิบ ลมหายใจเริ่มติดขัดไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสัมผัสแนบชิดที่ร้อนลุ่มและอันตรายเกินกว่าจะควบคุม
"ถ้าความไขว้เขวทำให้เราชนะเกมนี้... ผมยอมเป็นคนบาปให้คุณพิพากษาเลยล่ะครับ"
ดวงตาคมกริบของคีรินมองต่ำลงมายังริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงประกบจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนที่สัญชาตญาณและความโหยหาลึกๆ จะยอมจำนนต่อรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงและความดิบเถื่อนอย่างพพอดี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มือเรียวของรินรดาเปลี่ยนจากการผลักไสเป็นขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
สัมผัสของเรียวปากที่บดเบียด ลมหายใจที่กระชั้นชิด และอุณหภูมิร่างกายที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิดของตึกร้าง ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวดั่งกลองศึก
แต่แล้ว... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังจะก้าวข้ามเส้นควบคุม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านนอก!
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ตามด้วยเสียงเคาะประตูเหล็กหน้าห้องทำงานที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยมรณะ!
คีรินผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวังถึงขีดสุด เขาดึงรินรดาให้หลบไปอยู่หลังมุมเสาบังสายตา พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากลิ้นชักอย่างเงียบเชียบที่สุด
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก สายตาจ้องมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบ และวินาทีนั้นเอง... ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมากลางหน้าจอ พร้อมกับไฟล์ข้อมูลทั้งหมดที่กำลังถูกระบบรีโมทของธนภัทรลบหายไปทีละบรรทัดต่อหน้าต่อตา!
*มีคนรู้ตัวแล้ว... และพวกมันกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้*
มิดไนท์คิสหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง•ตอนที่ 16
การสืบสวนในเงามืด
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงเลือดเย็นกับสถาปนิกผู้กุมความลับตึกร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!