“ถ้าเจ้าจะขายวิญญาณเพื่อแลกกับเศษเหรียญในตลาดมืด ก็จงแน่ใจว่าวิญญาณของเจ้ามีราคาแพงพอให้คนซื้อเขาไม่ขาดทุน”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นเหนือหัว รินทร์ลืมตาขึ้นท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศ สิ่งแรกที่เขาเห็นไม่ใช่เพดานห้องนอน แต่เป็นปลายรองเท้าหนังขัดมันที่เหยียบลงบนพื้นไม้ผุๆ ของตลาดมืดเขตเก้า ดวงตาของเขาพร่าเลือนครู่หนึ่ง ก่อนจะโฟกัสไปยังบุรุษเบื้องหน้า—อาคเนย์ ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมขมังเวทที่อันตรายที่สุดในเมืองหลวง
รินทร์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขารวบรวมสติที่แตกกระเจิง สังเกตเห็นรอยหมึกสีนิลที่เต้นเร้าอยู่บนปลายนิ้วของอาคเนย์ นั่นไม่ใช่รอยสัก แต่มันคือ ‘อักขระเวท’ ที่กำลังเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขายวิญญาณครับ คุณอาคเนย์” รินทร์ยันกายลุกขึ้นอย่างใจเย็น แม้ร่างกายจะอ่อนแรงราวกับเพิ่งผ่านการถูกสูบพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น “ผมมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า สมการที่ท่านกำลังใช้เขียนยันต์ผูกพันธะในตอนนี้... มันขาดตัวแปรที่สามไป”
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดมืดต่างหยุดชะงัก สายตานับสิบคู่จ้องมองมายังเลขาหนุ่มท่าทางสามัญธรรมดาคนนี้ด้วยความสมเพช อาคเนย์หรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
“เจ้ากล้าดีอย่างไร มาสั่งสอนข้าในเรื่องอักขระ?”
อาคเนย์ก้าวเข้ามาใกล้ ปลายมีดสั้นอาบอาคมจ่อที่ลำคอของรินทร์ รินทร์ไม่ขยับหนี เขากลับคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงผิดปกติ ในเสี้ยววินาทีนั้น เบื้องหน้าดวงตาของเขาก็มีหน้าต่างโปร่งแสงสีทองปรากฏขึ้น
[ระบบ 'บทกวีคำนวณ' เริ่มต้นการวิเคราะห์...]
[สถานะ: ตรวจพบโครงสร้างเวทมนตร์ระดับกลาง: ยันต์พันธะวิญญาณ]
[ความผิดปกติ: อัตราการสูญเสียพลังงานสูงเกินกำหนด 42.5%]
[ข้อเสนอแนะ: ปรับแก้โครงสร้างอักขระด้วยวรรคตอนแห่งจังหวะ (Rhythmic Syntax)]
รินทร์อ่านข้อมูลเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่นี่คือโอกาสที่พระเจ้าหยิบยื่นให้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เขาเงยหน้ามองจอมขมังเวทผู้เย่อหยิ่งด้วยสายตาที่อ่านยาก
“ลองดูสิครับ ท่านอาคเนย์ ถ้าผมเปลี่ยนคำลงท้ายของอักขระจาก ‘ความโศก’ เป็น ‘ความหวัง’ ในจังหวะที่ยันต์กำลังทำงาน พลังที่ท่านสูญเสียไปจะไหลย้อนกลับคืนมาเป็นทวีคูณ แทนที่จะสลายไปในอากาศอย่างเปล่าประโยชน์แบบนี้”
อาคเนย์นิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันหายไปจากใบหน้าคมสัน เขาเป็นอัจฉริยะที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าสิ่งที่รินทร์พูดนั้นมีน้ำหนักทางตรรกะ แม้จะฟังดูเพ้อฝันในแง่ของกวี แต่ในแง่ของเวทมนตร์... มันคือความท้าทายที่น่าลิ้มลอง
“ทำเสีย” อาคเนย์ลดมีดลง “ถ้าเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมาเป็นเครื่องเซ่นมื้อเย็น”
รินทร์ก้าวไปข้างหน้า มือของเขาคว้าพู่กันจุ่มหมึกดำที่วางอยู่บนแผงลอยข้างๆ จิตของเขาจดจ่ออยู่กับการเรียงร้อยอักขระ ระบบในหัวเริ่มแสดงผลลัพธ์เป็นเส้นสายของพลังงานที่เชื่อมโยงกันราวกับบทกวีที่กำลังร่ายรำ
*หนึ่งอักษร ร่วงหล่น กลางตลาด*
*สองคลาดเคลื่อน เปลี่ยนเวท มิให้หาย*
*สามประสาน วิญญาณ กลับคืนกาย*
*มืดมิดคลาย เป็นรุ่งโรจน์... นิรันดร์*
รินทร์ตวัดพู่กันลงบนแผ่นยันต์ที่อาคเนย์ทิ้งไว้ เส้นสายหมึกสีนิลวูบวาบราวกับเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นในเงามืด เสียงหวีดหวิวของพลังเวทที่รั่วไหลหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความทรงพลัง แผ่นยันต์นั้นส่องสว่างวาบเป็นสีทองอร่ามก่อนจะสงบนิ่งลง
อาคเนย์หยิบแผ่นยันต์ขึ้นมาดู แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความกระหายใคร่รู้ที่ซ่อนไม่มิด
“เจ้าเป็นใครกันแน่ รินทร์?”
“ผมเป็นแค่เลขาที่รู้เรื่องอักขระนิดหน่อยครับ ท่านอาคเนย์” รินทร์ตอบพร้อมกับก้มศีรษะลงเล็กน้อย ขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างรุนแรงจนน่าปวดหัว
[ภารกิจหลัก: 'ผู้ช่วยคนสำคัญของจอมขมังเวท' เริ่มต้นขึ้น]
[สถานะ: ได้รับการยอมรับจากเป้าหมายระดับสูง - อาคเนย์]
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ภาคีอักขระพิฆาต' ในระยะ 50 เมตร]
[คำเตือน: บอสลับ 'นักล่าผู้ไร้เงา' กำลังประชิดตัวในอีก 3... 2... 1...]
ทันใดนั้น แสงไฟทั่วตลาดมืดก็ดับลงพร้อมกัน ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ลมหนาวพัดกรูเข้ามาพร้อมกลิ่นดินปืนและไอสังหารที่รุนแรงจนผิวหนังของรินทร์รู้สึกแสบไปทั่ว ร่างเงาสีดำหลายสายพุ่งทะยานลงมาจากหลังคาตลาดมืด ล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ในวงล้อมแห่งความตาย
อาคเนย์ชักกระบี่เวทมนตร์ออกมาจากความว่างเปล่า ท่าทางที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
“รินทร์” เขาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง “ถ้าเจ้าอยากรอดไปจากที่นี่ จงใช้ระบบบทกวีของเจ้าคำนวณตำแหน่งจุดอ่อนของพวกมันให้ข้า เดี๋ยวนี้!”
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก จิตใจของเขาเปิดหน้าต่างระบบออกมาจนเต็มพื้นที่การมองเห็น รายชื่อภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้นเป็นสีแดงฉานเด่นชัดท่ามกลางความมืดมิด
[ภารกิจระดับ SSS: การเอาตัวรอดจากการลอบสังหารของ 'ภาคีไร้เงา']
[เงื่อนไข: สังหารศัตรูระดับหัวหน้าก่อนที่อาคเนย์จะได้รับบาดเจ็บสาหัส]
[รางวัล: ปลดล็อก 'ดวงตากวี' - ทักษะขั้นสูงสุดที่สามารถมองเห็นสมการของความเป็นจริง]
รินทร์เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาจ้องตรงไปยังเงามืดที่กำลังเขยิบใกล้เข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นนี้ บทกวีบทต่อไปจะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมแน่นอนครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
ร้อยกรองอักขระเวทกับเลขาหนุ่มผู้กุมความลับของจอมขมัง•ตอนที่ 1
บทกวีที่ร่วงหล่นในตลาดมืด
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยกรองอักขระเวทกับเลขาหนุ่มผู้กุมความลับของจอมขมัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
