"คุณกำลังสร้างกำแพงที่หนาเกินกว่าจะมองเห็นความเป็นจริงนะ กรณ์"
เสียงของรวินท์ราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของกรณ์ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาพาดผ่านใบหน้าของชายหนุ่มที่ยังคงก้มหน้าอยู่กับแบบแปลนโครงสร้างเหล็กกล้า ราวกับว่าตัวเลขและสมการตรงหน้าคือเกราะกำบังสุดท้ายที่เขามี
กรณ์ไม่เงยหน้าขึ้น เขาวางดินสอกดลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท "ในฐานะวิศวกร ผมมองเห็นความแข็งแรงของวัสดุ ความรับผิดชอบต่อชีวิตคนในอาคารไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่มันคือเรื่องของตัวเลขที่หักล้างไม่ได้"
"ถ้าอย่างนั้น ตัวเลขที่อยู่ใต้รอยร้าวในโครงสร้างบ้านพักตากอากาศหลังเก่าของครอบครัวคุณล่ะ?" รวินท์ก้าวเข้ามาในระยะประชิด ความหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ที่เธอมักใช้ปะทะกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ในห้องนี้อย่างรุนแรง "ฉันไม่ได้ถามในฐานะสถาปนิก แต่ฉันถามในฐานะคนที่เห็นคุณจมอยู่กับความเงียบทุกครั้งที่เห็นภาพบ้านหลังนั้นในแฟ้มประวัติบริษัท"
กรณ์ชะงัก มือที่กำลังจะหยิบไม้บรรทัดสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะกระชากลิ้นชักโต๊ะออกแล้วหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนาออกมาโยนลงบนโต๊ะ
"คุณข้ามเส้นเกินไปแล้ว รวินท์" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาที่มักจะเฉยชาบัดนี้สั่นไหวด้วยเปลวไฟบางอย่างที่ถูกเก็บกดมานานหลายสิบปี "เรื่องความสูญเสียเมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นสิ่งที่ผมทำลายทิ้งไปพร้อมกับแบบโครงสร้างชุดแรกไปนานแล้ว ไม่มีใครต้องรับผิดชอบนอกจากความประมาทของมนุษย์... ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสาบานว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นกับงานของผมอีก"
รวินท์ไม่ถอยหนี เธอหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมา ไม่สนใจท่าทีคุกคามของชายตรงหน้า "คุณไม่ได้ทำลายมันทิ้ง กรณ์ คุณแค่ฝังมันไว้ใต้โครงสร้างที่สมบูรณ์แบบที่คุณพยายามสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อชดเชยความรู้สึกผิด คุณเชื่อว่าถ้าคุณทำให้อาคารทุกหลังมั่นคง 100% แล้วความตายในวันนั้นจะไม่มีความหมาย แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าตึกที่มั่นคงที่สุด ถ้าไม่มีความรักเป็นรากฐาน มันก็แค่กรงขังที่รอวันพังทลาย"
"คุณรู้ดีแค่ไหนกันเชียว?" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขากดดันจนรวินท์สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากความโกรธ "คุณเห็นผมเป็นแค่โครงการที่ต้องรีโนเวทงั้นหรือ? คิดว่าแค่เปิดเปลือกนอกออกแล้วจะเจอเศษซากความทรงจำที่แตกสลาย ก็จะซ่อมมันได้เหมือนแบบแปลนบ้านกระจอกๆ นั่นน่ะหรือ!"
รวินท์เงียบไปครู่หนึ่ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ซ่อนความเจ็บปวดลึกสุดหยั่ง เธอสัมผัสได้ถึงกำแพงหนาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นเด็กชายตัวน้อยที่ยืนร้องไห้อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังในวันนั้น เธอตัดสินใจวางมือลงบนแผ่นอกของเขา แรงเต้นของหัวใจใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นเต้นรัวและไม่เป็นจังหวะ
"ฉันไม่ได้จะซ่อมคุณ..." รวินท์กระซิบ น้ำเสียงของเธออ่อนโยนลงจนเกือบจะเป็นการเว้าวอน "แต่ฉันแค่จะบอกว่า ในแบบแปลนชีวิตของคุณ... มันมีพื้นที่ว่างให้ความผิดพลาดบ้างก็ได้ กรณ์"
กรณ์นิ่งงัน สัมผัสจากปลายนิ้วของรวินท์ทำให้กำแพงที่เขาพยายามยึดเหนี่ยวไว้พังทลายลงในพริบตา เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงกลับไปยังวันนั้น วันที่เสียงคานเหล็กลั่นดังสนั่นก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงมาเหนือศีรษะของครอบครัวเขา
"ผมจำได้ว่าเสียงมันดังแค่ไหน" กรณ์พึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง "เสียงโครงสร้างที่รับน้ำหนักไม่ไหว... มันเป็นเสียงเดียวกับที่ผมได้ยินทุกครั้งที่คุณพยายามก้าวเข้ามาใกล้ผมเกินไป"
รวินท์กอดแขนเขาไว้แน่น "ถ้าอย่างนั้น เราจะฟังมันด้วยกัน ในฐานะคนสองคนที่เข้าใจว่าโครงสร้างที่แท้จริงไม่ใช่เหล็ก แต่คือการยอมรับว่าเราต่างก็อ่อนแอ"
ขณะที่กรณ์กำลังจะเอ่ยตอบ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรีบร้อน ขัดจังหวะห้วงเวลาที่ดูเหมือนโลกทั้งใบจะหยุดหมุน ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยพัชร สีหน้าของหัวหน้าโครงการดูซีดเผือดและเคร่งเครียดกว่าปกติในมือของเขาถือแท็บเล็ตที่แสดงข้อมูลแปลกประหลาด
"กรณ์... รวินท์ ผมว่าพวกคุณต้องดูนี่" พัชรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา "ผมไปค้นเจอเอกสารการประมูลโครงการเก่าที่พ่วงมากับโปรเจกต์ที่เรากำลังทำอยู่... รายชื่อบริษัทที่รับผิดชอบการคำนวณโครงสร้างเมื่อยี่สิบปีก่อน ในเอกสารระบุชื่อวิศวกรผู้ควบคุมโครงการนี้ชัดเจน"
กรณ์หันไปมอง พัชรยื่นแท็บเล็ตให้ กรณ์กวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายนั้นก่อนที่ใบหน้าจะถอดสีจนขาวซีดราวกับศพ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"ไม่ได้... เป็นไปไม่ได้" กรณ์กัดฟันแน่น "ชื่อนี้... มันเป็นไปได้ยังไง?"
รวินท์ชะโงกหน้าไปมองสิ่งที่ปรากฏบนจอ และทันใดนั้น ลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดชะงัก เมื่อชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับนั้น ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน แต่เป็นนามสกุลเดียวกับคนที่ใกล้ชิดที่สุดในบริษัทนี้
"พ่อของฉัน..." รวินท์ครางออกมาแผ่วเบา ขณะที่ความจริงบางอย่างที่มืดดำยิ่งกว่าความตายกำลังเปิดเผยตัวออกมาต่อหน้าพวกเขา
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านประทับใจและรอคอยตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอมาครับ.
- สายลมแผ่วเบา -
สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 12
เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!