รอยแตกร้าวบนผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่เคยเกิดขึ้นจากแรงอัดเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันสะสมจากความล้าของวัสดุที่ต้องแบกรับน้ำหนักเกินขีดจำกัด มาเป็นระยะเวลานาน... เช่นเดียวกับความอดทนของกรณ์
เอกสารรายงานการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารชุดโครงการ S-Tower ถูกกวาดลงสู่พื้นห้องทำงานจนกระจัดกระจาย แผ่นกระดาษA4นับสิบแผ่นร่วงหล่นราวกับใบไม้ที่ตายซาก ทว่าไม่มีเสียงใดดังบาดแก้วหูเท่ากับเสียงลมหายใจที่กระชับถี่ของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าควบคุมอารมณ์ได้ดีที่สุดในบริษัท
"คุณกำลังทำอะไร รวินท์"
น้ำเสียงของกรณ์ต่ำทุบลงในความเงียบ มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบคนขาดสติ แต่เป็นความเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยแรงระเบิดแรงดันสูง ซึ่งพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งรอบตัวให้แหลกเป็นจุล ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรวินท์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองเธอเขม็ง ราวกับสัตว์นักล่าที่ถูกล้ำอาณาเขต
รวินท์ไม่ได้หลบสายตา เธอกลืนก้อนความอึดอัดลงคอ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินคาด "ฉันแค่กำลังดูสำนวนการคำนวณฐานรากที่คุณส่งให้พัชรเมื่อวาน... กรณ์ ตัวเลขพวกนั้นมันมีปัญหา คุณกำลังบิดเบือนค่าความปลอดภัยของโครงสร้างโซน C"
"นั่นมันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเอาสมองอันยุ่งเหยิงของคุณมายุ่ง!"
กรณ์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงสะเทือนทำให้กาแฟอุ่นในแก้วกระฉอกเลอะขอบโต๊ะ ร่างของวิศวกรหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนชัดเจน ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำอย่างที่รวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่ร่วมงานกัน
"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่าล้ำเส้น!" กรณ์คำรามลอดไรฟัน ก้าวเข้ามาประชิดจนเธอไม่มีทางถอย "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นสถาปนิกผู้ทรงคุณธรรม เป็นนางฟ้าผู้พิทักษ์ความถูกต้องงั้นเหรอ? คุณรู้อะไรเกี่ยวกับโครงสร้างตึกนี้บ้าง รวินท์! คุณรู้ไหมว่าทำไมผมต้องทำแบบนั้น!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสอง ชั่วขณะนั้น รวินท์สัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงเหล็กกล้าของชายตรงหน้า แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยความดุดันที่พยายามปกปิดบาดแผลบางอย่าง บาดแผลที่ลึกเกินกว่าที่ใครจะแตะต้อง
"ฉันรู้แค่ว่าตึกนี้จะถล่มลงมาทับคนนับพัน ถ้าเสาเข็มกลุ่มนั้นรับน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่คุณเซ็นอนุมัติ!" รวินท์สวนกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าแต่หนักแน่นในจุดยืน "ฉันเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบพื้นที่ให้คนใช้ชีวิตร่วมกันนะกรณ์ ฉันยอมให้คุณเอาชีวิตคนมาเสี่ยงกับเกมการเมืองในบริษัทไม่ได้!"
"เกมการเมืองงั้นเหรอ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง "คุณมันก็แค่มองโลกในอุดมคติ มองเห็นแต่ความสวยงามบนกระดาษไข คุณไม่เคยเห็นความจริง... ความจริงที่ว่า ถ้าผมไม่ทำตามคำสั่งของพัชร โครงการนี้จะถูกพับ และประวัติการทำงานของผม... ทุกอย่างที่ผมสร้างมาเพื่อลบคำสบประมาทในอดีต จะพังทลายไม่เป็นท่า!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของกรณ์พร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วง เขารู้ตัวทันทีว่าเผลอหลุดปากพูดเรื่องที่เก็บงำไว้เป็นความลับดำมืดในวัยเด็ก เรื่องที่หลอกหลอนเขามาตลอดชีวิต—ความล้มเหลวของพ่อที่เป็นวิศวกรโครงสร้าง ซึ่งเคยถูกตราหน้าว่าทุจริตจนต้องจบชีวิตลงด้วยความอับอาย
รวินท์ชะงักไป ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เธอมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้น บาดแผลของกรณ์... มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือปมในอดีตที่คอยกัดกินวิญญาณเขามาตลอด
"กรณ์..." รวินท์พยายามจะเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเพื่อปลอบประโลม
"อย่ามาแตะต้องตัวผม!" กรณ์ปัดมือเธอกระเด็นออกอย่างไม่ใยดี แรงกระแทกทำเอาข้อมือของรวินท์ขึ้นรอยแดงจางๆ ความเงียบอันน่าอึดอัดกลับมาครอบงำอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
กรณ์ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ความทิฐิและสัญชาตญาณในการปกป้องตัวเองกลับสั่งให้เขาสร้างเกราะกำบังขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว เขากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเย็นชาและราบเรียบราวกับหุ่นยนต์ แม้ว่ามือข้างที่กำแน่นจะยังสั่นเทาอยู่ก็ตาม
"อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมอีก รวินท์" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว สายตาที่มองเธอกลับมาไร้ซึ่งเยื่อใย "แล้วก็... ส่งรายงานฉบับนั้นคืนผมซะ ถือว่าเราไม่เคยคุยอะไรกันทั้งสิ้น"
เขาก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายบนพื้นขึ้นมาทีละแผ่นอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูห้องทำงาน โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้
รวินท์มองตามแผ่นหลังกว้างที่ดูโดดเดี่ยวและแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว หัวใจของเธอเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ความโกรธมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอึดอัดและเป็นห่วงที่ตีรวนขึ้นมาในอก แม้เขาจะผลักไสเธอออกไป แต่วิญญาณที่แหลกสลายของเขากลับสะท้อนอยู่ในใจเธออย่างชัดเจน
แอ๊ด...
เสียงเปิดประตูด้านนอกดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของพัชรที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อย หัวหน้าโครงการผู้กุมความลับของบริษัทหยุดยืนขวางทางกรณ์ที่กำลังจะเดินออกไป ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด พัชรเหลือบมองเอกสารในมือกรณ์ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
"ดูท่าทางคุณสองคนจะคุยกัน ‘ออกรส’ มากเลยสินะครับ" พัชรกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชวนขนลุก "หวังว่าคุณคงไม่ได้บอกความลับเรื่อง ‘กองทุนสำรองใต้ดิน’ ของโปรเจกต์นี้ให้คุณรวินท์เธอฟังหรอกนะ กรณ์... ไม่อย่างนั้น ผมเกรงว่าอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่พ่อของคุณคนเดียวนะครับ"
ร่างของกรณ์หยุดชะงักกึกทันที ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อได้ยินชื่อของพ่อถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือต่อรอง
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบาดแผลและบททดสอบของหัวใจมาด้วยกัน ณ บรรทัดนี้ครับ
สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 13
บาดแผลที่ยังไม่สมาน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!