เสียงกระดาษรายงานงบประมาณที่ถูกพับครึ่งอย่างลวกๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องประชุมชั้นสิบห้า รวินท์จ้องมองตัวเลขส่วนต่างที่พัชรเพิ่งวางลงบนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ตัวเลขสามสิบล้านบาทในบรรทัดสุดท้ายไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนต่างทางบัญชี แต่มันคือรอยร้าวขนาดมหึมาที่กำลังจะพังทลายโครงสร้างทั้งหมดของโปรเจกต์ ‘The Horizon’ ลงในพริบตาเดียว
“คุณกรณ์ยังไม่เห็นเอกสารชุดนี้ใช่ไหมครับพัชร” รวินท์เอ่ยถาม เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าซ่อนแรงสั่นสะเทือนไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด
พัชรหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีเงินฉายแววคำนวณ “ถ้าเขาเห็น... คุณคิดว่าคนอย่างกรณ์ วิศวกรผู้ยึดมั่นในความถูกต้องจนหัวชนฝา จะปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปในรายงานประจำสัปดาห์หรือครับคุณรวินท์? เขากำลังจะเดินเข้ามาที่นี่ในอีกสามนาทีข้างหน้า และผมอยากรู้ว่า ระหว่างอุดมการณ์บ้าๆ ของคุณกับอนาคตของบริษัท คุณจะเลือกอะไร”
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มของกรณ์ก้าวเข้ามาในห้อง แววตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาของรวินท์ บรรยากาศรอบตัวเขาลดอุณหภูมิลงทันทีราวกับความกดอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของวิศวกรหนุ่มแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงจนทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นผิดจังหวะ
“มีเรื่องอะไรกัน” กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันคือเสียงที่รวินท์จำแนกได้ทันทีว่าซ่อนความตึงเครียดไว้ภายใต้ความนิ่ง
พัชรไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ปล่อยให้คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางกองเอกสารที่เป็นดั่งระเบิดเวลา รวินท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนขอบกระดาษรายงานแผ่นนั้นเบาๆ
“เอกสารจากสำนักงานใหญ่... เรื่องงบประมาณส่วนที่ถูกตัดทอนไปครับคุณกรณ์” รวินท์จงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่จริงจังเพื่อรักษาเกราะป้องกันทางวิชาชีพ “คุณพัชรบอกว่าคุณน่าจะอยากเห็นหลักฐานชิ้นนี้ ก่อนที่เราจะตัดสินใจเซ็นอนุมัติโครงสร้างเฟสสุดท้าย”
กรณ์ไม่ได้มองเอกสารบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าของรวินท์ ดวงตาคู่คมคู่นั้นราวกับกำลังสแกนทะลุผ่านเปลือกนอกอันแข็งกระด้าง เพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน
“คุณกำลังสนใจเรื่องงบประมาณ หรือกำลังพยายามหาข้ออ้างที่จะเลี่ยงการมองหน้าผมกันแน่ครับ รวินท์”
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ามาอย่างไร้การประนีประนอม รวินท์ชะงักไปเล็กน้อย เธอยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่มักใช้กลบเกลื่อนความรู้สึก “คุณกรณ์กำลังเข้าใจผิด... ในฐานะสถาปนิกและวิศวกร เรามีหน้าที่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของตัวอาคาร ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”
“เรื่องส่วนตัวเหรอครับ?” กรณ์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับรวินท์แคบลงเรื่อยๆ “คุณคิดว่าตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ที่เราต้องเถียงกันเรื่องเสาเขեմ เรื่องวัสดุ และทิศทางของลม มันคือเรื่องงานอย่างเดียวจริงๆ งั้นหรือ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศบนเพดานดังฮัมเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่ รวินท์ถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อกรณ์ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง แต่มุมโต๊ะกลับหยุดเธอไว้
“คุณกรณ์...”
“ผมเกลียดความไม่แน่นอน” กรณ์พูดแทรกขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้มานาน “ผมเกลียดการคาดเดา เกลียดสถาปัตยกรรมที่สวยงามแต่ไร้ซึ่งโครงสร้างรองรับ... เหมือนกับความรู้สึกของคุณ รวินท์ คุณสร้างกำแพงขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง ใช้ศิลปะและความมีเหตุผลเป็นเกราะกำบัง เพื่อไม่ให้ใครมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ”
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก คำพูดของกรณ์เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นพยายามเอื้อมเข้ามาดึงทึ้งหน้ากากที่เธอสวมไว้อย่างยากลำบาก “แล้วคุณล่ะกรณ์... คุณต่างจากฉันตรงไหน คุณใช้ความเย็นชาและกฎเกณฑ์ทางวิศวกรรมมาเป็นเครื่องมือในการสร้างระยะห่างจากทุกคนไม่ใช่หรือไง คุณแบกรับความสูญเสียในอดีตไว้คนเดียว แล้วทำตัวเป็นหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก เพื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีก!”
สิ้นคำพูดนั้น กรณ์ก็หยุดชะงัก แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ ราวกับถูกแทงเข้าที่จุดเปราะบางที่สุดในจิตใจ ความเงียบงันระหว่างเขาทั้งสองหนักอึ้งยิ่งกว่าตัวเลขงบประมาณสามสิบล้านบาทเสียอีก
กรณ์หลับตาลงช้าๆ ผ่อนลมหายใจยาวเพื่อควบคุมความสั่นไหวในอารมณ์ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนเคย แต่มันกลับลุ่มลึกและจริงจังจนน่ากลัว
“ใช่... ผมกลัวความสูญเสีย” กรณ์เอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบาลง แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ผมกลัวการต้องมองดูสิ่งที่ผมรักพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหมือนกับสะพานในวัยเด็กที่พ่อผมคำนวณพลาด... ตลอดชีวิตผมมีชีวิตอยู่เพื่อความสมบูรณ์แบบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิม”
เขาก้าวเข้าไปประชิดจนมือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสกับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง ล้อมกรอบรวินท์ไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ความใกล้ชิดนี้ทำให้รวินท์แทบหยุดหายใจ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นไอฝนจากภายนอกตัวอาคารลอยแตะจมูก
“แต่ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในสำนักงานนี้ รวินท์...” กรณ์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเล็กน้อย “คุณทำให้สมการทั้งหมดในหัวของผมพังไม่เป็นท่า คุณไม่ได้เป็นแค่สถาปนิกในโปรเจกต์นี้... แต่คุณคือความเสี่ยงเดียวที่ผมยอมแลก แม้ว่าโครงสร้างชีวิตทั้งหมดของผมมันอาจจะพังทลายลงมาจริงๆ ก็ตาม”
รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดที่เธอแบกรับมาตลอดพังทลายลงในค่ำคืนนี้ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองถูกพังทลายลงด้วยคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและเปี่ยมด้วยบาดแผลของวิศวกรหนุ่มผู้เย็นชา
ทว่า ในขณะที่มือของกรณ์กำลังจะเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนของเธอเพื่อซับหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมานั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งติดๆ กัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“คุณกรณ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เอกสารงบประมาณส่วนที่พัชรเอามาให้คุณดู... มันถูกแจ้งว่าเป็นเอกสารปลอมจากระบบกลาง และตอนนี้บัญชีใหญ่กำลังตรวจสอบว่าร่องรอยการทุจริตนี้เชื่อมโยงไปถึงห้องทำงานของคุณแล้วครับ!”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านโครงสร้างหัวใจที่เปราะบางและซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 24
ค่ำคืนแห่งการเปิดเปลือยจิตวิญญาณ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!