กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก รสชาติฝาดเฝื่อนราวกับสนิมเหล็กผสมกับเศษดินโคลน คือสิ่งแรกที่ปลุกสติสัมปชัญญะอันเลือนรางของ ‘เยี่ยเฉิน’ ให้กลับคืนมา
ความเจ็บปวดราถูกไฟแผดเผาแล่นริ้วไปตามเส้นชีพจรทุกเส้น ราวกับร่างนี้เพิ่งผ่านการถูกบดขยี้ด้วยค้อนเหล็กนับพันครั้ง กระดูกซี่โครงด้านขวาร้าวรานจนแทบไม่กล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือความว่างเปล่าอันน่าเวทนาภายในจุดตันTian (ตันเถียน) — เตาหลอมพลังปราณอันยิ่งใหญ่ที่เคยค้ำจุนสวรรค์และปฐพี บัดนี้กลับเหือดแห้งและร้าวรานราวกับผืนดินยามแล้งไร้ฝน
“ฮึ! ยังไม่ตายหรอกหรือ สวะแห่งยอดเขาชิงอวิ๋นผู้นี้ช่างหนังเหนียวเสียจริง!”
เสียงเย้ยหยันอันแหลมสูงดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงกระแทกจากปลายเท้าที่เตะเข้าที่ซี่โครงของเขาอย่างแรง จนร่างบอบช้ำกระเด็นไปตามพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษหินกรวด เยี่ยเฉินกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลรินมุมปาก นัยน์ตาที่เคยลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรโบราณค่อยๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นประกายแสงเย็นเยียบที่คมกริบดุจใบมีดโกน ซึ่งวับวามอยู่ชั่วพริบตาก่อนจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ความมึนงงตามบทบาทของศิษย์ชั้นต่ำ
เบื้องหน้าของเขาคือ ‘จ้าวเทียน’ ศิษย์สายในผู้มีพลังยุทธอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด ใบหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวด้วยความเหิมเกริม มือข้างหนึ่งกำลังกำห่อผ้าไหมสีหม่นที่บรรจุ ‘โสมมังกรเพลิง’ อายุร้อยปี สมุนไพรวิญญาณล้ำค่าที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตปีนขึ้นไปเก็บบนหน้าผามรณะ นานนับเดือน เพื่อนำมาใช้รักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังของมารดา
“สมุนไพรนี่… ไม่คู่ควรกับคนไร้ค่าอย่างเจ้า ส่งมันมาให้คุณชายจ้าวเสียโดยดี มิเช่นนั้น วันนี้เจ้าคงต้องเอาชีวิตทิ้งไว้ที่หุบเขาไผ่เขียวแห่งนี้!” จ้าวเทียนแค่นเสียงหัวเราะเยาะ พร้อมกับกดกระบี่ลงบนไหล่ของเยี่ยเฉินจนเนื้อหนังปริแตก เลือดสีแดงฉานซึมย้อมอาภรณ์สีเทာหม่นของศิษย์นอกสำนักจนชุ่มโชก
เยี่ยเฉินหลุบตาลงมองคมกระบี่ที่จ่ออยู่เหนือไหปลาร้า ภายในใจกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความขบขันและสมเพชเวทนา… *มหาเทพ* อย่างเขา ผู้เคยเหยียบย่างขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งเก้าชั้นฟ้า จนแม้แต่เงาของตนยังทำให้เหล่าเซียนสะพรึงกลัว กลับต้องมาตกต่ำถึงขีดสุด ฟื้นคืนชีพเข้ามาอยู่ในร่างของศิษย์สาย外 (นอกสำนัก) ที่ถูกรังแกข่มเหงราวกับสุนัขข้างถนนเช่นนี้ ช่างเป็น “ลิขิตสวรรค์” ที่น่าขันสิ้นดี
วิญญาณเดิมของร่างนี้คงจะตรอมใจตายไปแล้วจากความอัปยศอดสู แต่สำหรับ ‘เยี่ยเฉิน’ ผู้เคยผ่านมหาสงครามกวาดล้างสวรรค์มาแล้ว ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระแค้น!
“เจ้า… จะเอาไปจริงๆ หรือ” น้ำเสียงของเยี่ยเฉินแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับคนใกล้ตายที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน แสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อตบตาให้ตายใจ นี่คือกลยุทธ์ที่มหาเทพผู้ผ่านโลกมานับหมื่นปีช่ำชองที่สุด
“ฮ่าๆๆๆ เจ้าคิดว่าตนเองมีสิทธิ์ต่อรองด้วยหรือ? ของวิญญาณเช่นนี้ ย่อมต้องตกเป็นของคนที่มีพลังมากกว่าเสมอ สวะอย่างเจ้า ต่อให้ฝึกฝนอีกร้อยปีก็เป็นได้แค่ปุ๋ยใต้ต้นไม้!” จ้าวเทียนเงื้อมือขึ้นเตรียมสั่งสอนบทเรียนสุดท้ายให้สาสม ก่อนจะคว้าห่อผ้าไหมแล้วหันหลังเตรียมจากไป
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง…
แววตาที่เคยอ่อนแอและหมดอาลัยตายอยากของเยี่ยเฉินก็พลันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีผู้ไร้ทางสู้ หากแต่เป็นสายตาของพญาอินทรีที่มองเหยื่อจากเบื้องบน — เยือกเย็น เฉียบคม และเปี่ยมด้วยเจตนาสังหารที่แทบจะทำให้บรรยากาศรอบกายแข็งค้าง
*เปรี้ยง!*
แม้พลังปราณในตันเถียนจะแห้งเหือด แต่เคล็ดวิชาโบราณ ‘คัมภีร์กลืนนภา’ ที่สลักลึกอยู่ในดวงจิตวิญญาณหาได้เสื่อมสลายตามร่างเนื้อไม่! เยี่ยเฉินสะบัดมือขวาออกอย่างรวดเรุดดั่งสายฟ้าฟาด นิ้วเรียวยาวดั่งหยกพุ่งเข้าจี้จุดชีพจร ‘ไห่ฉวน’ ที่ข้อเท้าของจ้าวเทียนโดยปราศจากซุ่มเสียง
“อ้ーク!”
จ้าวเทียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายที่กำลังก้าวเดินพลันแข็งทื่อ ความเจ็บปวดแปลบปลาดยังไม่ทันแล่นเข้าสู่สมอง พลังปราณแปลกปลอมอันดุร้ายสายหนึ่งก็ทะลวงเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ของเขา ราวกับงูพิษที่เลื้อยเข้าสู่หัวใจ จ้าวเทียนล้มคะมำลงกับพื้นดิน ฝุ่นตลบอบอวล ห่อผ้าไหมหลุดร่วงจากมือกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเยี่ยเฉินพอดี
เยี่ยเฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้บาดแผลทั่วร่างจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่แผ่นหลังที่เคยงองุ้มกลับเหยียดตรงอย่างสง่างามราวกับกระบี่คมที่เพิ่งชักออกจากฝัก กลิ่นอายความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่เล็ดลอดออกมาจากร่างอันบอบบาง ทำให้จ้าวเทียนถึงกับใบหน้าซีดเผือด นัยน์ เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจเฒ่าที่จำแลงกายมา
“ทะ… ทำไม… เจ้า… แกซ่อนพลังรึ!” จ้าวเทียนละล่ำละลักเอ่ยออกมา น้ำเสียงสั่นเทาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
เยี่ยเฉินก้มลงเก็บห่อผ้าไหมขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า เขาก้าวเข้าไปใกล้จ้าวเทียนที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ก้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ
“จำไว้… สุนัขที่เห่าเสียงดังที่สุด มักจะเป็นตัวที่ตายอนาถที่สุดเสมอ”
“เจ้า! เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์สายใน อาชญากรรมนี้มีโทษถึงประหารชีวิต สำนักชิงอวิ๋นไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่!” จ้าวเทียนขู่ตะคอกด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับหยิบป้ายหยกส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือขึ้นมาเตรียมจะบดขยี้
เยี่ยเฉินเพียงแค่แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขา แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย “งั้นรึ? ถ้าเช่นนั้น… เจ้าก็ลองดูซิว่า ก่อนที่คนของสำนักจะมาถึง หัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าก่อน หรือข้าจะเดินจากไปได้ก่อนกัน?”
สิ้นคำพูด นิ้วมือของเยี่ยเฉินก็รวบรวมเศษกิ่งไม้แห้งที่อยู่บนพื้น สะบัดออกด้วยพลังปราณที่เพิ่งรีดเค้นขึ้นมาจนเกิดเสียงแหวกอากาศหวีดหิว!
*ฉับ!*
กิ่งไม้แห้งพุ่งผ่านลำคอของจ้าวเทียนไปเฉียดฉิว ทิ้งรอยเลือดบางเฉียบไว้เส้นหนึ่ง ดวงตาทั้งคู่ของจ้าวเทียนเบิกค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความหวาดกลัวขั้นสุดยอดทำให้เขาไม่อาจส่งเสียงร้องใดๆ ออกมาได้อีก
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบหุบเขาไผ่เขียวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหลิวลอยมาแตะจมูก พร้อมกับแสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้า ราวกับสายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์
เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหิน ปรากฏขึ้นบนยอดไผ่เบื้องบนอย่างไร้สุ้มเสียง ใบหน้างดงามราวภาพวาดประณีตเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาคู่คมดุจกระบี่หยกกวาดสายตามองลงมายังเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความเรียบเฉย
“เยี่ยเฉิน… เจ้ากล้าก่อเหตุฆ่าฟันกันในเขตสำนัก ช่างอาจหาญนัก!”
เสียงหวานใสดังกังวานราวกับเสียงกระดิ่งหยกกระทบกัน ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังกดดันระดับขอบเขตวิญญาณยุทธ์ที่ทำให้เยี่ยเฉินต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที นางคือ ‘เซียนจื่อเวย’ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการในสำนัก และยังเป็น… อาจารย์ผู้เย็นชาของร่างนี้เอง!
ดวงตาคู่คมของเซียนจื่อเวยจ้องมองตรงมาที่เขา สตรีผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาไร้ความรู้สึกและเข้มงวดที่สุดในสำนักชิงอวิ๋น ทว่าในแววตานั้นกลับซ่อนประกายความซับซ้อนบางอย่างที่แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่เข้าใจ
หลิวเยี่ยนซีหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางข้ามภพและร่วมฝืนลิขิตสวรรค์ไปกับเยี่ยเฉินในตอนต่อไปนะคะ!
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างสวะ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!