กลีบดอกเหมันต์พันปีนับล้านกลีบโปรยปรายลงมาจากนภากว้าง ดุจหิมะโปรยในดินแดนเซียนที่ไร้ซึ่งรอยด่างพร้อย เสียงพิณสวรรค์บรรเลงประสานเสียงกับเสียงสายลมปราณที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นแห่งมงคล ท้องฟ้าเหนือยอดเขาคุนหลุนในยามนี้มิได้ถูกปกคลุมด้วยเมฆทัณฑ์สวรรค์ที่อึมครึมดั่งเช่นกาลก่อน หากแต่ทอประกายรัศมีสีทองและม่วงเรืองรองราวกับดาราพากันอวยชัยให้แก่การวิวาห์สะท้านยุทธภพ
ณ ลานพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยอาคมโบราณ เหล่าผู้อาวุโสจากร้อยสำนัก เจ้าสำนักใหญ่ และเหล่าเซียนผู้บรรลุธรรมต่างนั่งสงบสำรวม ทว่าแววตาของทุกผู้คนต่างสะท้อนความตื่นตะลึงและยินดีต่อภาพเบื้องหน้า
เซียนจื่อเวยในอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงชาดปักลวดลายหงส์ทองด้วยไหมสวรรค์ นางก้าวเดินผ่านม่านหมอกบางเบาอย่างเชื่องช้าและสง่างาม ร่างระหงที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับเปล่งประกายความงามล่มเมืองที่อ่อนหวานและลึกล้ำจนแม้แต่บุปผาบนยอดเขายังต้องหุบกลีบหลบเร้น นางถือพัดหยกขาวบังหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ทว่าดวงพักตร์ลצამงคลและดวงตาดั่งหงส์คู่นั้นกลับจับจ้องไปยังเบื้องหน้า...
ณ ที่ซึ่งบุรุษผู้กุมหัวใจนางยืนรออยู่
เยี่ยเฉินในชุดคลุมยาวสีขาวปักลายมฆาสวรรค์และด่วนอัคคีสีทอง ร่างสูงสง่าทอดสายตามองนางด้วยประกายตาที่ลึกซึ้งดั่งมหาสมุทร ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนที่มักปรากฏบนริมฝีปากของเขา ซ่อนไว้ซึ่งความรู้สึกอันหนักแน่นที่ผ่านการฝ่าฟันความเป็นความตายมาด้วยกัน อดีตมหาเทพผู้ถูกทรยศและต้องแบกรับความแค้นนับภพชาติ บัดนี้ได้วางภาระทั้งหมดลงแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต้นระรัวเพื่อสตรีตรงหน้าผู้นี้
"จื่อเวย... เจ้าเดินช้าเหลือเกิน รู้หรือไม่ว่าข้าเกือบจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายดาราไปดึงตัวเจ้ามาอยู่ข้างกายเสียตั้งแต่ก้าวแรกแล้ว"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยกระซิบผ่านกระแสจิตส่งตรงมาถึงโสตประสาทของนาง ทำให้มุมปากของเซียนจื่อเวยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางส่งเสียงตอบกลับในลำคออย่างเย่อหยิ่งตามนิสัยเดิม
"ท่านเซียนเยี่ย... พิธีสำคัญถึงเพียงนี้ หากข้าเร่งร้อน เกรงว่าจะเสียเกียรติเจ้าสำนักกระบี่เซียนผู้ยิ่งใหญ่เช่นข้าหมด"
"ต่อให้เจ้าต้องการคว่ำฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือรื้อถอนหอคอยบรรพจน์สวรรค์เพื่อความสะใจ ข้าก็พร้อมจะถือกระบี่ตามใจเจ้าไปทุกหนแห่ง... ไม่เว้นแม้กระทั่งในวัฏสงสารนี้"
เยี่ยเฉินกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่าแฝงความเย้าแหย่ที่ทำให้หัวใจของนางเซียนผู้เยือกเย็นสั่นไหวอย่างรุนแรง
เมื่อทั้งสองก้าวมาหยุดยืนเคียงคู่กัน ณ เบื้องหน้าแท่นบูชาฟ้าดิน ความเงียบสงบอันศักดิ์สิทธิ์ก็ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยจากเหล่าแขกเหรื่อ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่
เซียนจื่อเวยค่อยๆ ลดพัดหยกในมือลง ดวงตาคู่สวยสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรักมั่นคง ในวินาทีนั้น ภาพความทรงจำทั้งหมดหลั่งไหลย้อนกลับมา ดาบที่เคยชี้เข้าหากันในยศฐาบรรดาศักดิ์ที่แตกต่าง, เลือดที่เคยหลั่งรินเพื่อปกป้องอีกฝ่ายท่ามกลางสมรภูมิแห่งทัณฑ์สวรรค์, และคำสัญญาที่ว่าจะไม่มีวันปล่อยมือจากกัน ไม่ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคใดในสามภพ
"หนึ่งคำนับฟ้าดิน... ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตา นำพาเส้นด้ายแดงมาผูกพันเราไว้" เสียงของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกลางดังก้องกังวาน
เยี่ยเฉินและเซียนจื่อเวยโค้งคำนับลงพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ไอร้อนจากพลังปราณมงคลพวยพุ่งขึ้นโอบล้อมร่างทั้งสองไว้ราวกับเกราะแก้วคุ้ม
"สองคำนับบรรพชนและอาจารย์... ขอบคุณความเสียสละที่ทำให้เรามีวันนี้"
ทั้งสองโค้งคำนับเป็นครั้งที่สอง รอยยิ้มแห่งความปิติปรากฏบนใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสที่ร่วมฝ่าฟันภัยพิบัติแห่งยุทธภพมาด้วยกัน หลายคนถึงกับปาดน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า วันที่ยุทธภพสงบสุขและมหาเทพกับเซียนผู้เย็นชาจะได้ครองคู่กันอย่างแท้จริงจะมาถึง
"คำนับซึ่งกันและกัน..."
เยี่ยเฉินหันมาเผชิญหน้ากับเซียนจื่อเวยเต็มตัว เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียอบางที่สวมถุงมือไหมเซียนไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจ เซียนจื่อเวยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมของนางไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่มิยอมร่วงหล่น
ทั้งสองโค้งคำนับให้แก่กันและกัน เป็นสัญญาลึกซึ้งว่าจะเคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมทุกข์ร่วมสุข และปกป้องซึ่งกันและกันไปชั่วนิรันดร์
ทันทีที่สิ้นเสียงคำนับสุดท้าย ท้องนภาก็กว้างใหญ่ก็เกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์ ดอกบัวสวรรค์นับพันดอกเบ่งบานกลางอากาศ หยาดน้ำค้างแห่งความเป็นอมตะโปรยปรายลงมาฟื้น
ชโลมแผ่นดินยุทธภพให้สงบสุข ปราศจากความชั่วร้ายและจิตมารไปชั่วกาลนาน
เยี่ยเฉินดึงร่างระหงของเซียนจื่อเวยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากชาวยุทธและเซียนทั่วสารทิศ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักล้นปรี่
"นับจากนี้... เจ้าคือภรรยาของเยี่ยเฉินผู้นี้แล้ว ห้ามหนีข้าไปไหนอีกเป็นอันขาด"
เซียนจื่อเวยซบใบหน้าลงกับอกเสื้อของเขา สูดกลิ่นอายจันทร์เพ็ญและสนเซียนที่นางคุ้นเคย รอยยิ้มงดงามที่สุดในรอบพันปีปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง
"ข้าไม่เคยคิดจะหนีท่านไปไหนตั้งแต่แรกแล้ว... ท่านพี่"
บทเพลงแห่งรักอันเป็นนิรันดร์ได้บรรเลงขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ณ ดินแดนที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจพรากความผูกพันนี้ไปจากหัวใจของพวกเขาทั้งสองได้อีก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ ถักทอเส้นด้ายแห่งรักและศรัทธามาจนถึงบทส่งท้ายอันงดงามนี้นะคะ — หลิวเยี่ยนซี
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 30
บทเพลงแห่งรักนิรันดร์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!