นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 23

เสียงหวีดร้องในสายลม

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันธูปอบอวลจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกเข้าสู่โสตประสาทกลับไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น หากแต่เป็นเสียงสวดพึมพำต่ำทุ้มที่ประสานกันราวกับฝูงแมลงนับพันกำลังกัดกินความเงียบงันของผืนป่า ศรุตขยับกรอบแว่นสายตาด้วยนิ้วที่มั่นคง แม้ว่าเบื้องหน้าของเขาจะไม่ใช่ห้องผ่าตัดที่คุ้นเคย แต่เป็นลานหินกว้างท่ามกลางหุบเขาลึกที่ถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานจากคบเพลิงนับสิบด้าม แสงเงาไหววูบสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมกริบและไร้ซึ่งความหวาดกลัวของเขา ดวงตาคู่คมสีเข้มกวาดมองกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำสนิทที่กำลังโอนอ่อนร่างกายตามจังหวะพิธีกรรมอย่างคนเสียสติ "พวกเขาไม่ได้คลุ้มคลั่งเพราะฤทธิ์ยา..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านข้าง รินรดาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ชิดกัน แม้แววตาของนักมานุษยสาวจะฉายแววระมัดระวัง แต่ริมฝีปากที่เม้มแน่นก็บ่งบอกถึงความดื้อรั้นที่ไม่คิดจะถอยหลัง "แต่มันคือการสะกดจิตหมู่... ความเชื่อโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความกลัวและความตาย" "ความงਮงายมักทรงพลังเสมอเมื่อมันถูกขับเคลื่อนด้วยความเกลียดชัง" ศรุตเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับเขากำลังวิเคราะห์ชิ้นเนื้อเยื่อพยาธิวิทยาใต้กล้องจุลทรรศน์ มากกว่าการยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มลัทธิคลั่งศาสนาที่พร้อมจะฉีกกระชากพวกเขาเป็นชิ้นๆ "แต่พวกมันเลือกเวลาและสถานที่ผิดไปหน่อย... สำหรับผมแล้ว สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการชันสูตรมากกว่าการทำพิธีบ้าๆ นี่" คำพูดเยือกเย็นนั้นไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียดลงเลย รินรดากลอกตาเล็กน้อยด้วยความระอาปนหมั่นไส้ในความปากแข็งของศัลยแพทย์หนุ่ม แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาก็ยังคงรักษามาDของแพทย์ผู้เย่อหยิ่งไว้ได้ "คุณช่วยเก็บความกระหายอยากในการผ่าตัดศพไว้ก่อนจะได้ไหมคะ หมอศรุต?" รินรดาเอี้ยวตัวหลบสะเก็ดไฟที่ปลิวมาตามลม "ตอนนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับสาวกนับร้อยที่เชื่อว่าเลือดของเราจะทำให้เทพเจ้าของพวกมันฟื้นคืนชีพนะ" "ถ้าพวกมันกล้าพอที่จะลอง..." ศรุตแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มที่แฝงไปด้วยความอันตรายอย่างประหลาด มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต สัมผัสความเย็นเฉียบของเครื่องมือแพทย์โลหะที่เขาพกติดตัวไว้เสมอ "ผมก็พร้อมจะแสดงให้เห็นว่า... ร่างกายมนุษย์ที่ไร้ชีวิตกับมีชีวิต มีจุดจบที่น่าสมเพชต่างกันอย่างไร" ทันใดนั้น เสียงสวดมนต์ที่เคยดังระงมก็เงียบลงฉับพลันราวกับมีใครกดปุ่มตัดเสียง ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่ สาวกชุดดำนับร้อยหยุดการเคลื่อนไหว ทุกคู่สายตาหันขวับมามองผู้บุกรุกทั้งสองพร้อมกัน ดวงตาของพวกเขาสะท้อนแสงไฟสีแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่งอย่างไร้เหตุผล น้ำลายไหลย้อยมุมปาก และรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ฉีกกว้างจนน่ากลัว ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียว "ผู้... บุก... รุก..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากร่างหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าแท่นบูชา หญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทผู้สวมหน้ากากกะโหลกสัตว์ก้าวออกมาเบื้องหน้า ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น มือที่ถือมีดกริชโบราณชี้ตรงมาที่ศรุตและรินรดา "พวกมัน... มาขัดขวางการชำระล้าง! จับพวกมันมาเป็นเครื่องสังเวยซะ!" สิ้นเสียงคำราม ฝูงชนก็พุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นมนุษย์ที่บ้าคลั่ง เสียงคำรามและเสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ "วิ่ง!" รินรดาตะโกนลั่น พร้อมกับออกตัววิ่งไปตามทางแคบๆ ระหว่างโขดหินที่เธอจดจำได้จากแผนที่ภูมิประเทศ ทว่าศรุตกลับไม่ขยับเขยื้อน เขายืนหยัดอยู่กับที่ราวกับเสาหิน ดวงตาคู่คมจดจ้องร่างที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือของรินรดาที่วิ่งกลับมาดึงเขาไว้ได้ทันพอดี แรงกระชากนั้นทำให้รินรดาเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาตัดกับความหนาวเหน็บของอากาศรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "คุณจะบ้าหรือไง! ยืนรอให้พวกมันรุมฉีกร่างหรือไงคะ!" รินรดาตวาดเสียงHวิดด้วยความตกใจ ขณะที่มือเล็กผลักอกเขาให้ถอย "ผมไม่ได้รอให้ใครมาฉีก..." ศรุตโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่าขนลุก "ผมแค่กำลังคำนวณมุม... ว่าถ้าเราจะฝ่าพวกมันออกไป เราควรเริ่มหักกระดูกจากคนไหนก่อนดี" แม้จะเป็นสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต แต่หัวใจของรินรดากลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่รักดีกับความเยือกเย็นที่บ้าคลั่งนี้ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากำลังแผดเผา ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที ศรุตดึงรินรดาให้หลบหลังแผ่นหินใหญ่ ก่อนที่เขาจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือกระบอกฉีดยาขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีฟ้าเรืองแสง—สารเคมีกดประสาทที่เขาแอบสกัดขึ้นมาจากห้องแล็บเถื่อน "เตรียมตัวให้ดี..." ศรุตเหลือบมองเธอนิ่ง ดวงตาสีเทาเข้มสะท้อนภาพเปลวไฟ "เรากำลังจะออกไปจากที่นี่... ด้วยกัน" และในวินาทีที่เงาร่างแรกพุ่งเข้ามาประชิดตัว ศรุตก็ซัดหมัดเข้าที่ปลายคางของมันอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังระเบิดขึ้นในความมืด ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความชุลมุนกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นจากด้านหลังของแท่นบูชา—เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจงใจย่ำลงบนกองกะโหลกมนุษย์เพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง ร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทที่สะอาดสะอ้านผิดสถานที่ ก้าวออกมาจากม่านหมอกหนาทึบ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ช้าไปหน่อยนะครับ... คุณหมอศรุต" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากกระบอกไฟฉายที่ส่องตรงมายังใบหน้าของทั้งสองคน "ผมรอเวลานี้มานานเหลือเกิน... ที่จะได้เห็นคุณจนมุมด้วยมือของตัวเอง" ศรุตชะงักกุนซือในใจ ดวงตาหรี่แคบลงทันทีเมื่อจดจำเสียงและเงานั้นได้แม่นยำ—มันคือคนที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมทั้งหมด... และเป็นคนที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ปริศนามืดมนนี้ร่วมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%