นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 30

รุ่งอรุณที่ไร้แสง

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องเก็บศพชั่วคราวไม่ได้ทำให้ศรุตขยับคิ้วแม้แต่นิดเดียว ปลายนิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวนวลของเขากำลังกรีดผ่านเนื้อเยื่อที่ถูกดองไว้ด้วยสารเคมีอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะการลงมีดคือการพิสูจน์ความจริงที่ถูกฝังกลบมานานกว่ายี่สิบปี “รอยกรีดที่กระดูกสันหลังระดับที่ห้า... ไม่ใช่รอยของสัตว์ร้ายแน่นอนค่ะ” รินรดากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอไม่ได้เงยหน้าจากสมุดบันทึกหนังเก่าแก่ที่กางอยู่บนโต๊ะเหล็ก มือของเธอสั่นเล็กน้อยแต่แววตานิ่งสนิทราวกับน้ำในบ่อลึก “มันเป็นสัญลักษณ์ของการ 'เปิดประตู' ในคัมภีร์ที่สาบสูญ ศรุตคะ ถ้าเรายังหาพิกัดของพิธีกรรมครั้งสุดท้ายไม่เจอ พรุ่งนี้คืนนี้... ก็คือวันสังเวยใหญ่” ศรุตวางมีดผ่าตัดลงบนถาดสเตนเลส เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานบาดแก้วหู เขาถอดถุงมือออกช้าๆ เผยให้เห็นผิวหนังที่ซีดเผือดจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน ดวงตาคู่คมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเบื้องหน้า ราวกับจะค้นหาความหวาดกลัวที่เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอยู่จริง “คุณกำลังบอกให้ผมเชื่อในเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้งั้นเหรอ รินรดา” ศรุตเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย หากแฝงด้วยความกดดัน “อาชีพของผมอยู่กับความจริงที่จับต้องได้ อยู่กับชิ้นเนื้อที่เน่าเปื่อย ไม่ใช่นิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับเงาหรือคำสาป” “ความจริงบางอย่างก็ซ่อนอยู่ในนิทานที่คนไม่กล้าพูดถึงนะคะ” รินรดาก้าวเข้ามาหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไร้อากาศหายใจ “คุณเย็นชาเพื่อปกป้องตัวเองจากความตายของครอบครัวคุณ แต่มันไม่ได้ทำให้ความจริงข้อนี้หายไป ศรุต... คืนวันพรุ่งนี้ ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์ที่สุด และถ้าหากคำทำนายนั้นเป็นจริง เลือดของคนที่ ‘เกี่ยวข้อง’ จะต้องเป็นเครื่องสังเวยเพื่อหยุดม่านหมอกนี้” ศรุตแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอกล่าวมานั้นไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เขาเห็นรอยแผลที่หน้าอกของตัวเองในกระจกทุกคืน รอยแผลที่เขาจำไม่ได้ว่าได้รับมาตอนไหน แต่มันขยายใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่เขาใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าว “ถ้าคืนพรุ่งนี้คือจุดสิ้นสุด” ศรุตหันกลับไปคว้าแฟ้มคดีที่วางอยู่มุมโต๊ะ “ผมก็จะเป็นคนดับมันด้วยมือของผมเอง ไม่ใช่ด้วยพิธีกรรมหรืองมงายแบบที่คุณเชื่อ” “แล้วถ้าคุณเองนั่นแหละ คือกุญแจสำคัญที่พวกเขาต้องการล่ะคะ?” รินรดาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบของเธอสื่อถึงความกังวลที่ปิดไม่มิด “คนของตระกูลคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ พวกเขาตายเพราะเป็น 'ผู้เฝ้าประตู' ที่ทำหน้าที่ผิดพลาด!” บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น ไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ ราวกับจะประท้วงการดำรงอยู่ของพวกเขา ศรุตชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันมาสบตาหญิงสาว แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับเขากำลังมองทะลุผ่านกาลเวลาไปเห็นบางสิ่งที่คนปกติไม่มีวันมองเห็น “ถ้าผมคือประตู” ศรุตเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของรินรดา “ผมก็จะปิดมัน... ด้วยชีวิตของผมเอง” เขาดึงข้อมือออกแล้วเดินตรงไปยังตู้เอกสารลับที่ซ่อนอยู่หลังผนังปูนเก่าคร่ำคร่า เขาหมุนรหัสด้วยความชำนาญ ก่อนจะหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กที่ห่อหุ้มด้วยกำมะหยี่สีดำออกมา ข้างในนั้นไม่ใช่มีดผ่าตัดหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่มันคือจี้หยกแกะสลักลวดลายประหลาดที่เขามักจะพกติดตัวไว้เสมอ รินรดากลั้นหายใจ “คุณไปเอามันมาจากไหน... นั่นมันตราสัญลักษณ์ของนักบวชชั้นสูงในพิธีกรรมนั้นนี่คะ” ศรุตยังไม่ทันตอบคำถาม เสียงเคาะประตูไม้หนักๆ จากภายนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—จังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ของคนในตระกูลที่สาบสูญไปแล้ว ศรุตตัวแข็งทื่อ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำทาบผ่านช่องว่างใต้ประตู และสิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือ... กลิ่นคาวเลือดที่เคยจางหายไป กลับพุ่งสูงขึ้นจนคล้ายกับว่าห้องทั้งห้องกำลังถูกย้อมไปด้วยโลหิตสดๆ ประตูห้องเก็บศพถูกแง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้มที่คุ้นเคย แววตาของบุคคลนั้นว่างเปล่าไร้สีสันราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ “รุ่งอรุณที่รอคอยมาถึงแล้ว ศรุต...” เสียงแหบพร่าของผู้มาเยือนทำลายความเงียบ “และในม่านหมอกคืนพรุ่งนี้ เราจะเห็นว่าใครกันแน่ที่สมควรจะเป็นผู้สังเวยให้แก่เงาจันทรา” ชายคนนั้นวางรูปถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะข้างตัวศรุต เป็นภาพของศรุตในวัยเด็กที่กำลังถือมีดเล่มเดียวกับที่เขามีตอนนี้ แต่น่าสยดสยองที่ในภาพนั้น... มีเงาดำประหลาดพุ่งออกมาจากร่างของเขา ราวกับพยายามจะกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อมองเห็นรายละเอียดในภาพนั้น “นี่มัน... ภาพถ่ายเมื่อยี่สิบปีก่อนเหรอคะ? แต่ในรูป... ทำไมใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างคุณถึงเป็น...” คำพูดของรินรดาขาดหายไปเมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเต็มตา แสงไฟในห้องดับพรึบลงทันที เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบที่ข้างหูศรุตด้วยน้ำเสียงที่เขาจำได้ดีที่สุด... เสียงของพ่อที่ตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน “ถึงเวลาคืนชีวิตให้แก่ความมืดแล้ว... ลูกรัก” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%