นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 4

นิมิตจากความเงียบ

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องเก็บรักษาชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยกับรินรดาเลยแม้แต่น้อย ในยามวิกาลเช่นนี้ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับพื้นกระเบื้องมันวาว ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเยียบเย็นจนน่าขนลุก นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีฟ้ากำลังคีบชิ้นส่วนผิวหนังมนุษย์ที่ถูกส่งตรงมาจากห้องชันสูตรเมื่อช่วงหัวค่ำ ลวดลายรอยสักโบราณบนผิวหนังชิ้นนั้นบิดเบี้ยวและคล้ายจะขยับได้เมื่อยามต้องแสงไฟ "คุณกำลังจ้องมันนานเกินไปแล้วนะคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความเงียบด้านหลัง ศรุตยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแวววิเคราะห์อย่างเฉียบคม เขาเพิ่งเดินกลับมาจากห้องผ่าตัด เสื้อกาวน์สีขาวถูกถอดพาดไว้บนท่อนแขน เผยให้เห็นเสื้อเชิร์ตสีเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ขับเน้นให้เห็นโครงหน้าคมคายที่ดูเคร่งขรึมและทรงเสน่ห์ในแบบอันตราย รินรดาไม่หันกลับไปมอง เธอเพียงแต่กดปลายคีมลงบนรอยแผลเป็นจำลองที่ถูกกรีดทับด้วยลวดลายเรขาคณิต "ฉันแค่มองหาความเชื่อมโยงค่ะ คุณหมอ... ลวดลายพวกนี้ไม่ใช่ศิลปะสมัยใหม่ และมันก็ไม่ใช่รอยสักของแก๊งอาชญากรรมทั่วไป แต่มันคือ 'ยันต์มัดวิญญาณ' ของชนเผ่าโบราณที่สาบสูญไปแล้วทางตอนเหนือ" "คุณกำลังใช้ความเชื่อทางมานุษยวิทยามาอธิบายหลักฐานทางนิติเวชอีกแล้ว" ศรุตสาวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนรินรดารับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ชายหนุ่มโน้มตัวลงมองชิ้นเนื้อบนถาดสแตนเลส ดวงตาคู่สีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อย "ในทางวิทยาศาสตร์ รอยพวกนี้เกิดจากการกรีดผิวหนังด้วยของมีคมขณะที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีในกระแสเลือด... มันไม่มีเรื่องไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น" "วิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกเรื่องจริงหรือคะ?" รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นและท้าทาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "รวมถึงเสียงกระซิบที่คุณได้ยินในห้องผ่าตัดเมื่อคืนด้วยหรือเปล่าคะ?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ศรุตชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อกรามของเขาขัดเกร็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะคลายออก รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะประดับมุมปากหายวับไป เหลือเพียงความนิ่งงันที่ซ่อนความไหววูบเอาไว้ภายใน "คุณจินตนาการเก่งเกินไปแล้ว รินรดา" เสียงของเขาเรียบสนิท ทว่าแฝงรังסיความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้น "ความเหนื่อยล้ากำลังเล่นงานคุณ" "อาจจะจริงค่ะ..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพหลอนที่เธอเห็นเมื่อช่วงบ่ายยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ภาพของหญิงสาวในชุดโบราณที่กรีดร้องไร้เสียง ท่ามกลางสายหมอกสีเลือด และกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคยราวกับว่าเธอเคยยืนอยู่ ณ จุดนั้นด้วยตัวเอง "แต่ความเหนื่อยล้าคงไม่ทำให้ฉันเห็นภาพผู้หญิงคนเดิมซ้ำๆ ในทุกครั้งที่สัมผัสหลักฐานชิ้นนี้หรอกนะคะ" เธอตัดสินใจหันหลังกลับเพื่อเก็บอุปกรณ์ ทว่าจังหวะนั้นเอง ปลายเท้าของเธอสะดุดเข้ากับขาตั้งเครื่องมือแพทย์โดยไม่คาดคิด ร่างเพรียวเซถลาล้มลงไปด้านหลัง ทว่าก่อนที่แผ่นหลังจะกระแทกกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ วงแขนแข็งแกร่งของศรุตก็คว้าเอวเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงกระชากนั้นทำให้รarรดาปลิวไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด เคมีอันตรายที่พวกเขามักจะพยายามหลบหลีกมาตลอดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความตกใจจากการเกือบหกล้ม แต่เป็นเพราะสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่บริเวณเอวคอด และนัยน์ตาคมกริบที่มองสำรวจใบหน้าของเธอในระยะห่างเพียงคืบ "ระวังหน่อยครับ... อ๊ะ" ศรุตชะงักไปชั่วครู่เมื่อเผลอหลุดคำเรียกขานที่ไม่คุ้นชินออกมา ก่อนจะแก้คำพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ระวังหน่อย... สุภาพสตรีผู้ดื้อรั้น" รินรดาไม่ขยับหนี เธอมองสบตาเขา ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงนิดเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของศรุต—กลิ่นชาเขียวผสมผสานกับฟอร์มาลีนจางๆ—กำลังมอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อนเอ่ยประโยคยั่วเย้า ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อภาพบางอย่างฉายวาบเข้ามาในหัวสมองอย่างรุนแรง ภาพของห้องดับจิตแห่งนี้ แต่ไร้ซึ่งแสงไฟ... มีเพียงแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านหน้าต่าง และเงาร่างของชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงมุมห้อง—ชายคนเดียวกับรอยสักลึกลับบนแผ่นหลัง ที่กำลังใช้มีดผ่าตัดกรีดลงบนร่างไร้วิญญาณ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว "รินรดา? คุณเป็นอะไรไป หน้าซีดหมดแล้ว" ศรุตขมวดคิ้วมุ่น ความตึงเครียดทางอารมณ์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมของหญิงสาว "เขา..." รินรดาหายใจหอบถี่ มือเรียวคว้ากำเสื้อเชิร์ตของเขาไว้แน่น ราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางพายุหมุนทางจิตวิทยา "เขาไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุค่ะคุณหมอ... และฆาตกร... เขายังอยู่ในตึกนี้" เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้า ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากทางเดินมืดมิดนอกห้องพยาธิวิทยา—เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับหลอดไฟนีออนเหนือหัวที่กะพริบไหวและดับลงทีละดวง จนกระทั่งความมืดมิดกลืนกินพวกเขาทั้งคู่ไว้ทั้งหมด ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%