เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 1

ศิษย์สายนอกผู้ไร้ค่า

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“เจ้าจงวางป้ายศิษย์สำนักกระบี่เมฆาลงเสีย หลี่เฟย... ในเมื่อร่างของเจ้าไร้ซึ่งเส้นชีพจรปราณที่คู่ควรแก่การบำเพ็ญ การดันทุรังอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะกลายเป็นตัวตลกให้ผู้คนขบขัน” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสกดดันของผู้อาวุโสลำดับสามดังก้องไปทั่วโถงตัดสินโทษ หลี่เฟยยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง แผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรงไม่หวั่นไหว แม้ในยามนี้เลือดจะซึมออกมาจากมุมปากจากการถูกคลื่นพลังกดทับจนภายในบอบช้ำ เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขากลับกวาดสายตามองไปรอบโถง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับพื้นน้ำในฤดูเหมันต์ สายตาของเขาสะดุดลงที่ดวงตาคู่หนึ่งในมุมมืดของห้อง—ดวงตาของไป๋หลินที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แต่มันมีความเชื่อมั่นบางอย่างซ่อนอยู่ในความว่างเปล่านั้น “ข้าถามเจ้าอีกครั้ง... จะวางป้ายลงดีๆ หรือต้องการให้ข้าใช้กำลัง?” ผู้อาวุโสลำดับสามเค้นเสียงพลางสะบัดชายแขนเสื้อ สร้างแรงลมหมุนวนจนข้าวของในห้องโถงสั่นไหว หลี่เฟยค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาข้างหน้า จังหวะการเดินของเขามั่นคงราวกับกำลังเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน ไม่ใช่การถูกขับไล่ออกจากสำนักที่เคยให้ที่พึ่งพิงมาตลอดสามปี เขาหยิบป้ายไม้เนื้อหอมที่สลักชื่อตนเองขึ้นมา ลูบไล้มันแผ่วเบา “ข้าได้รับคำสอนมาว่า สำนักกระบี่เมฆาให้ความสำคัญกับ ‘หัวใจ’ มากกว่า ‘กระแสพลัง’” หลี่เฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ากังวานและหนักแน่น “แต่ดูเหมือนในวันที่ตระกูลใหญ่มอบผลประโยชน์ให้แก่สำนักมากพอ หัวใจของท่านก็พร้อมจะเต้นไปตามจังหวะเงินตรา มากกว่าวิถีแห่งเต๋าที่ท่านพร่ำสอนศิษย์” “สามหาว!” ผู้อาวุโสลำดับสามตบโต๊ะจนแตกละเอียด พลังปราณระดับก่อกำเนิดพุ่งเข้าหาหลี่เฟยราวกับอสรพิษร้าย ทว่าหลี่เฟยกลับไม่หลบหลีก ในวินาทีที่พลังนั้นเกือบจะถึงตัวเขากลับขยับนิ้วเพียงเล็กน้อย บนพื้นศิลาที่เขายืนอยู่ปรากฏรอยสลักอักขระเส้นจางๆ ที่มองเห็นได้ยากยิ่ง มันเปล่งประกายสีครามวาบหนึ่ง แรงกดดันมหาศาลที่ควรจะอัดกระแทกร่างกายของเขาให้แหลกละเอียดกลับถูกหักเหออกไปด้านข้างด้วยกลไกที่ซับซ้อน ทุกคนในห้องโถงต่างชะงักงัน ผู้อาวุโสลำดับสามหน้าเปลี่ยนสี “เจ้า... เจ้าทำสิ่งใด!” หลี่เฟยเพียงยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็น “ข้าเพียงแต่จัดวางระเบียบพลังให้สมดุลขึ้นเท่านั้น ท่านผู้อาวุโส พลังของท่านรุนแรงเกินไปจนทำให้ค่ายกลในห้องนี้สั่นคลอน การขับไล่ศิษย์คนหนึ่งอาจทำให้รากฐานสำนักที่ท่านภาคภูมิใจพังทลายลงในพริบตา ท่านมั่นใจแล้วหรือ?” เขาโยนป้ายศิษย์ลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันหลังกลับอย่างไม่แยแส เดินออกไปสู่ประตูสำนักท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและเหยียดหยาม สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเมื่อเขาพ้นเขตประตูสำนัก หลี่เฟยหยุดยืนอยู่ใต้ศาลาร้างริมทาง เดินทางมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็สัมผัสได้ถึงบุคคลที่เดินตามมาเงียบๆ “เจ้าฉลาดมากหลี่เฟย” เสียงนุ่มนวลของสตรีดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋หลินก้าวออกมาจากม่านฝน เสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ของนางเปียกชื้นเล็กน้อย แต่นางหาได้สนใจไม่ “เจ้าไม่ได้แค่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่เจ้า ‘ฝัง’ ความหายนะไว้ในพื้นศิลาห้องโถงนั้นแล้วใช่หรือไม่?” หลี่เฟยหันไปมองสตรีตรงหน้า เขาไม่ได้แปลกใจที่นางมองออก “ค่ายกลอักขระดาราซ่อนเร้นเพียงพอที่จะทำให้เสาหลักของสำนักนั้นแตกร้าวภายในสามราตรี มันไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของข้า แต่มันคือการเริ่มต้นของบทเรียนราคาแพงที่พวกเขาสมควรได้รับ” “เจ้ากำลังถูกคนของตระกูลหลินไล่ล่าหลังจากก้าวพ้นเขตสำนัก” ไป๋หลินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ประมุขมารเงาสั่งตายเจ้าไว้ตั้งแต่วันที่เจ้าทำลายสมุดลับวิชาของพวกมันในห้องสมุดเมื่อปีกลาย เจ้าจะไปที่ใด?” หลี่เฟยเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด “ข้าไม่ได้จะไปที่ใดทั้งสิ้น ไป๋หลิน... ในเมื่อพวกเขาผลักข้าออกไปในฐานะศิษย์ที่ไร้ค่า ข้าก็จะแสดงให้เห็นว่าอักขระเพียงตัวเดียวของข้า สามารถพลิกกระดานสวรรค์ที่พวกเขากำลังบูชาให้กลายเป็นเศษดินได้อย่างไร” ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งผ่านม่านฝนเข้ามาด้วยความเร็วสูงกว่าสายฟ้า มันไม่ใช่คน แต่มันคือ ‘ตุ๊กตากลสังหาร’ ที่มีกลิ่นอายมารคุกรุ่นอย่างรุนแรง ตุ๊กตานั้นหยุดลงเบื้องหน้าหลี่เฟย มือของมันกลายเป็นใบมีดเล็บคมกริบที่เคลือบด้วยพิษร้ายแรง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสำนักมารเงาโดยตรง มันไม่รอช้า พุ่งเข้าโจมตีจุดตายของหลี่เฟยทันที! หลี่เฟยยังคงยืนนิ่ง ทว่าในดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับประกายแสงสีทองลึกลับขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้หลบ แต่กลับคว้ากิ่งไม้แห้งบนพื้นขึ้นมาเขียนอักขระกลางอากาศด้วยความเร็วที่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ทั่วไป ทันทีที่ปลายนิ้วจรดตัวอักษรสุดท้าย กิ่งไม้ในมือเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ตุ๊กตามารที่กำลังพุ่งเข้ามากลับหยุดชะงักราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นกระชากร่างเอาไว้ “เจ้าคิดว่ามารตัวเล็กๆ เช่นนี้จะทำอะไรข้าได้?” หลี่เฟยเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วป่า ตุ๊กตาสังหารนั่นแตกสลายกลายเป็นผุยผง แต่สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่เศษซากของหุ่นยนต์ หากแต่เป็น ‘แผ่นป้ายตระกูลหลิน’ ที่สลักชื่อของเขาไว้พร้อมรอยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท ไป๋หลินเบิกตากว้าง “นี่มันไม่ใช่การไล่ล่าธรรมดาแล้ว แต่นี่คือสารท้ารบจากตระกูลหลิน... พวกเขารู้ที่อยู่ของเจ้าตั้งแต่ยังไม่ก้าวพ้นประตูสำนัก!” หลี่เฟยคว้าแผ่นป้ายนั้นขึ้นมาดู นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันดุจราชันย์ “ไม่... ไม่ใช่แค่รู้ที่อยู่ แต่พวกเขาจงใจให้ข้าเห็นว่า ในสำนักที่ข้าเพิ่งจากมานั้น มี ‘ไส้ศึก’ ที่ส่งข่าวให้ศัตรูของข้ามาโดยตลอด” เขากำป้ายในมือจนแหลกละเอียดเป็นผงฝุ่น “ดูเหมือนว่าหมากกระดานนี้ จะไม่ได้มีแค่ข้ากับตระกูลหลินเสียแล้ว... แต่ดูเหมือนประมุขมารเงาจะลงมาเดินหมากด้วยตัวเองเลยทีเดียว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในก้าวแรกของเรื่องราวนี้นะครับ หวังว่าบทต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยครับ / หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%