ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 39

ความรักที่ผลิบาน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้านายไม่หยุดแกล้งกัน ผมจะปล่อยให้เครื่องดื่มกระป๋องนี้ละลายลงบนคอเสื้อนายจริงๆ ด้วยนะ" ความเย็นเฉียบของกระป๋องโซดาในมือนั้นไม่ได้ทำให้ผมสั่นเท่ากับน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่กังวานอยู่ในความมืด ผมขยับตัวออกห่างจากมุมอับหลังเวทีหอประชุมเล็กน้อย ความมืดสลัวทำให้ผมเห็นเพียงนัยน์ตาคู่สวยของ 'เพลง' ที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากทางเดิน กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นอายของสายกีตาร์โปร่งที่ติดตัวเธอมาตลอด ทำให้ผมลืมความขี้เล่นเมื่อครู่ไปจนสิ้น ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากคลายมือที่กุมข้อมือเธอไว้อย่างเบามือ สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผ่านผิวหนังที่แตะกันเพียงแผ่วเบา "ขอโทษทีครับ" ผมเอ่ยเสียงนุ่ม "แค่เห็นมือกีตาร์อัจฉริยะยืนเครียดอยู่คนเดียวหลังเวที ผมก็เลยอดไม่ได้ที่จะหาเรื่องกวนประสาทเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ" เพลงเม้มริมฝีปากแน่น เธอกระชับสายสะพายกีตาร์ที่ยังคงคล้องไว้กับตัวราวกับเป็นเกราะป้องกัน "อัจฉริยะที่ไหนกันล่ะครับ... ถ้าอัจฉริยะจริง คงไม่ยืนตัวสั่นจนแทบกดคอร์ดไม่ลงแบบนี้หรอก" ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอายความประหม่าที่อบอวลอยู่รอบตัวเธอมันช่างขัดกับความเก่งกาจเวลาที่เธออยู่บนเวทีเหลือเกิน ผมยกมือขึ้นแตะปลายคีย์บอร์ดที่พิงอยู่ใกล้ๆ แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น "เพลง... ดนตรีไม่ใช่การกดคอร์ดให้แม่นยำ แต่มันคือการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา นายไม่จำเป็นต้องแบกความคาดหวังของคนทั้งคณะไว้คนเดียวหรอกครับ เพราะข้างๆ นายยังมีผม... มือคีย์บอร์ดที่พร้อมจะเล่นรับส่งไปกับนายทุกตัวโน้ต" บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด เสียงฝีเท้าของเพื่อนร่วมชมรมที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเวทีกลายเป็นเพียงเสียงที่อยู่ห่างไกลออกไป เพลงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผม แววตาสั่นไหวที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความมั่นใจที่ซ่อนเร้นความหวานล้ำเอาไว้ เธอขยับยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นยิ้มที่ผมไม่ได้เห็นบ่อยนัก "พี่คีย์... บางทีผมก็คิดนะว่า ถ้าวันนั้นพี่ไม่เดินเข้ามาทักผมที่ห้องซ้อมดนตรี ชีวิตในมหาลัยของผมจะเป็นยังไง" "คงน่าเบื่อจนผมหลับคาเปียโนไปแล้วแน่นอนครับ" ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือไปจัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอ "ขอบคุณนะครับที่ยอมให้ผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในท่วงทำนองของนาย" ช่วงเวลานั้นเหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดหมุน เสียงลมหายใจของเธอกระทบลงบนฝ่ามือของผมที่ยังคงแตะอยู่ที่ข้างแก้ม ความรู้สึกที่สั่งสมมาตลอดเทอมเริ่มถาโถมเข้ามา ไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี แต่มันคือความรู้สึกที่ผลิบานดั่งดอกไม้ที่ได้รับแสงอาทิตย์หลังผ่านพ้นคืนวันอันหนาวเหน็บ ผมโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ ปล่อยให้ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งตรงมาทางหลังเวทีพร้อมกับเสียงตะโกนของ 'กอล์ฟ' มือกลองประจำกลุ่มก็ทำลายภวังค์นั้นลงเสียก่อน "เฮ้ย! สองคนนั้นน่ะ! เลิกสวีทกันได้แล้ว เวทีพร้อมแล้วครับ! อีกสิบนาทีจะขึ้นแสดงชุดปิดงานแล้ว!" เพลงสะดุ้งสุดตัวและถอยกรูดออกไปทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปจนถึงใบหู ส่วนผมได้แต่ถอนหายใจพลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนตัวดีที่วิ่งผ่านหน้าไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเพิ่งขัดจังหวะสำคัญที่สุดในชีวิตวัยเรียนของผมไป "ไปกันเถอะครับ" ผมยื่นมือไปหาเธอ "วันนี้พวกเราจะโชว์ให้ทุกคนเห็นว่า... ดนตรีที่เกิดจากหัวใจสองดวงมันทรงพลังแค่ไหน" เพลงยื่นมือมาจับมือผมไว้แน่น ความสั่นเทาก่อนหน้าหายไปสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเธอ เราเดินเคียงข้างกันออกไปสู่แสงไฟหน้าเวที เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ของเพื่อนๆ ในชมรมดังกระหึ่มขึ้นเมื่อเห็นพวกเราปรากฏตัว ผมประจำที่หน้าคีย์บอร์ด ส่วนเธอสะพายกีตาร์เตรียมพร้อม ทุกสายตาจับจ้องมาที่พวกเรา แต่นาทีนี้ผมไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากคนข้างๆ ผมเริ่มกดนิ้วลงบนลิ่มคีย์บอร์ด เสียงดนตรีที่ไหลรินออกมานั้นช่างละมุนละไม เป็นจังหวะที่ผมและเธอซ้อมกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้มันกลับมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด ทุกโน้ตที่ผมเล่นไป เพลงก็ตอบรับด้วยเสียงกีตาร์ที่ร้อยเรียงเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่แค่การแสดงดนตรี แต่มันคือการบอกรักผ่านเสียงดนตรีที่ดังก้องไปทั่วทั้งหอประชุม ขณะที่กำลังเข้าสู่ท่อนโซโล่สุดท้ายที่เร้าอารมณ์ เพลงหันมามองผมด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดในชีวิต แต่ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนด้านหลังเวที... คนที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างลงในทันที เธอกดคอร์ดผิดพลาดจนเสียงกีตาร์แผดกังวานและผิดเพี้ยนไปในชั่วพริบตา เธอหยุดเล่นและจ้องมองไปยังเงามืดด้านหลังเวทีด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดเหมือนเห็นผีร้าย ผมใจหายวูบและรีบหันไปมองตามสายตาของเธอ ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ผมคุ้นเคยดีเดินออกมาจากมุมมืดนั้น พร้อมกับโทรศัพท์ในมือที่กำลังบันทึกภาพทุกอย่างไว้ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกของผมหยุดหมุนไปชั่วขณะ "แสดงได้ดีนี่... แต่เสียดายนะ ที่ความสัมพันธ์ของพวกนาย มันผิดกฎชมรมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มแล้ว" ขอบคุณที่เดินทางผ่านบทเพลงและเรื่องราวของพวกเรามาจนถึงตอนนี้ หวังว่าหัวใจของรี้ดเดอร์ทุกท่านจะได้รับความอบอุ่นเช่นกันนะครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%