ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 5

ร้านกาแฟกับท่วงทำนองเดิมๆ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"คอร์ดนี้มันเพี้ยนหรือนายตั้งใจเล่นให้มันกระด้างแบบนั้นครับ?" ผมขมวดคิ้ว มือที่วางอยู่บนคีย์บอร์ดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองมือกีตาร์สาวตรงหน้าที่กำลังขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะเป็นปม เธอไม่ได้ตั้งใจกวนประสาท แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยคู่นั้นกำลังสะท้อนความสับสนของตัวเองออกมาอย่างปิดไม่มิด เพลงวางปิ๊กกีตาร์ลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กในร้านกาแฟเงียบๆ ย่านมหาวิทยาลัย เสียงเครื่องบดกาแฟดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รับรู้ถึงมันเลยแม้แต่น้อย "ฉัน... ฉันแค่คิดว่าถ้าจะให้มันสื่อถึงความรู้สึกเหงาๆ ในท่อนฮุก การจังหวะสั่นๆ แบบนี้มันน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอคะ... เอ่อ หมายถึง... ดีกว่าไม่ใช่เหรอครับพี่คีย์" เธอเผลอหลุดปากคำลงท้ายแบบเด็กสาวก่อนจะรีบแก้เก้อ ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นจังหวะที่รู้สึกว่ายัยเด็กนี่เริ่มจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมามากกว่าการเกร็งเหมือนสัปดาห์ก่อน "ความเหงาไม่ได้แปลว่าต้องเล่นให้เพี้ยนนะครับ" ผมหยิบกีตาร์ตัวเก่งของเธอมาถือไว้ ถอดสายสะพายออกแล้วลองดีดคอร์ดเดิมที่เธอเพิ่งเล่นไป แต่ผมเลือกที่จะลดน้ำหนักนิ้วลง ให้เสียงมันกังวานและแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบ "ลองฟังดูนะ ถ้าเธอเล่นแบบนี้ มันคือความเหงาที่พยายามจะตะโกนออกมา แต่ถ้าแบบนี้... มันคือความเหงาที่ยอมรับความเป็นจริง" เพลงเงียบไป เธอมองดูนิ้วมือผมที่เคลื่อนไปตามคอร์ดอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้เก่าๆ ของร้าน ดวงตาที่เคยสั่นไหวเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัย "พี่คีย์... ทำไมพี่ถึงต้องเจ้าระเบียบกับเรื่องโน้ตนักหนาครับ" เธอถามขึ้นมาลอยๆ แต่น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลกว่าครั้งไหนๆ "บางทีฉันก็สงสัยนะ คนที่เก่งระดับพี่น่ะ แค่เล่นให้จบๆ ไปตามมาตรฐานชมรมก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ" ผมวางกีตาร์ลง แล้วหยิบกาแฟดำที่เริ่มเย็นชืดขึ้นมาจิบ "เพราะดนตรีมันไม่มีที่ให้โกหกไงครับ" "หือ?" "เวลาอยู่บนเวที ถ้าเราใส่ใจแค่ความถูกต้อง มันก็แค่เครื่องจักรที่ทำหน้าที่ไปตามโปรแกรมครับ แต่ถ้าเราใส่ใจใน 'ที่มา' ของตัวโน้ตแต่ละตัว... คนฟังเขาจะรู้สึกได้ว่าเพลงนั้นมันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใคร หรือถูกเขียนขึ้นมาในวันที่รู้สึกยังไง" ผมสบตาเธอตรงๆ สายตาที่มักจะนิ่งเฉยของผมบัดนี้มีความจริงจังที่ทำเอาเธอนิ่งไป "เธอเองก็เหมือนกันเพลง... เธอเล่นกีตาร์เก่ง แต่ทุกครั้งที่ต้องโชว์เดี่ยว เธอจะรีบปัดมือผ่านคอร์ดพวกนั้นไปเหมือนกลัวว่าคนจะรู้ว่าเธอซ่อนอะไรไว้" เพลงหลบสายตาไปทางหน้าต่างร้านที่เริ่มมีฝนโปรยปราย กลิ่นดินกับกลิ่นกาแฟอบอวลไปทั่วบรรยากาศ เธอยกมือขึ้นทัดผมที่ตกลงมาปรกใบหน้า ก่อนจะพึมพำเบาๆ "ฉันแค่... ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันไม่ได้เก่งเหมือนที่ทุกคนเห็นครับ" เธอยิ้มขมๆ "พี่รู้ไหม พ่อฉันอยากให้ฉันเรียนหมอ แต่ฉันแอบเอาเงินเก็บไปซื้อกีตาร์ตัวนี้ตอนเข้ามหาลัย ทุกครั้งที่ฉันจับมัน ฉันจะรู้สึกเหมือนกำลังโกหกคนทั้งโลกอยู่... ฉันไม่ได้มีพรสวรรค์หรอกครับพี่คีย์ ฉันแค่มีความลับที่ต้องแบกไว้หนักเกินไป" คำสารภาพนั้นทำเอาผมชะงักไปครู่ใหญ่ ผมรู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้มีเรื่องราวซ่อนอยู่ แต่ไม่คิดว่าน้ำหนักของมันจะมากขนาดนี้ ผมยื่นมือออกไป—ไม่ได้จะจับมือเธอ—แต่เป็นการเลื่อนแผ่นกระดาษโน้ตที่เขียนค้างไว้ไปตรงหน้าเธอ "ความลับน่ะ เป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดสำหรับนักดนตรีเลยนะรู้ไหมครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเดิม "ถ้าเธอแบกมันไว้คนเดียว มันก็จะเป็นก้อนหินที่ถ่วงเธอไว้ แต่ถ้าเธอใส่มันลงไปในจังหวะดนตรี... มันจะกลายเป็นปีกให้เธอเอง" เรานั่งคุยกันต่ออีกนานนับชั่วโมง จากเรื่องโน้ตดนตรี กลายเป็นเรื่องความฝัน เรื่องครอบครัว และเรื่องราวที่ทำให้เรามาเจอกันที่นี่ ผมได้เห็นมุมที่เปราะบางของมือกีตาร์สาวคนนี้ และผมเริ่มรู้สึกว่า... กำแพงที่ผมสร้างไว้รอบตัวมันเริ่มร้าวลงทีละนิด "เอ้อ พี่คีย์ครับ..." เพลงเรียกผมในจังหวะที่เรากำลังจะเก็บของกลับ "ถ้าเกิดว่าวันแสดงจริง ฉันทำมันพัง... พี่จะยังอยู่ข้างๆ ใช่ไหมครับ" ผมมองหน้าเธอ สายตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความมั่นใจเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวาดหวั่นที่ใสซื่อ ผมกำลังจะอ้าปากตอบด้วยคำพูดให้กำลังใจแบบสุภาพบุรุษตามปกติ แต่แล้วโทรศัพท์ของเธอก็สั่นครืดอยู่บนโต๊ะ หน้าจอที่สว่างขึ้นทำให้เพลงชะงักไปทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองผมด้วยแววตาที่สั่นระริก "พี่คีย์... พ่อผมรู้แล้วครับว่าผมอยู่ที่ไหน" ก่อนที่ผมจะทันได้ถามอะไรต่อ ประตูกระจกหน้าร้านก็ถูกผลักออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งที่ดังกังวานผิดจังหวะ ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานสองคนก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีคุกคาม พวกเขาไม่ได้มองมาที่โต๊ะอื่นเลย แต่สายตาที่เย็นชาคู่นั้นพุ่งเป้าตรงมาที่เพลงราวกับจะฉุดกระชากเธอออกไปจากที่แห่งนี้ทันที ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองแห่งหัวใจในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%