เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดังฉ่า สะท้อนก้องไปตามผนังปูนเปลือยของร้าน "กับข้าวหม้อเก่า" ในยามวิกาลที่ผู้คนเริ่มบางตาลงแล้ว กลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนตำกระเทียมและกะปิชั้นดีลอยฟุ้งอบอวล ผสมผสานกับกลิ่นหอมไหม้เล็กน้อยของน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวเค็ม เป็นรสชาติที่ซับซ้อนและมีมิติเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา
รินรดายืนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ผ้ากันเปื้อนสีครีมเปื้อนคราบซอสเล็กน้อย เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียน แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะยกหลังมือขึ้นมาทัดมันไว้ เพราะสมาธิทั้งหมดถูกทุ่มเทให้กับ "แกงคั่วปูใบชะพลู" ในหม้อดินเผาใบเก่าที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายสอ
"ถ้ายืนมองด้วยสายตาแบบนั้นอีกสักสวินาทีเดียว ผมเกรงว่าปูในหม้อของคุณจะละลายหายไปหมดก่อนจะได้ตักใส่จานนะครับ คุณริน"
เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง ภาคินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้สักเก่าแก่ที่เขาเพิ่งช่วยซ่อมขาให้เมื่อสัปดาห์ก่อน บนตักของเขามีกองเอกสารงบประมาณและแบบแปลนโครงสร้างตึกแถวฝั่งตรงข้าม แต่นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไม่ได้มองตัวเลขเหล่านั้นเลย มันจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางที่กำลังขยับไหวตามจังหวะการทำอาหารด้วยความเอ็นดูระคนหลงใหล
รินรดาสบตากับเขาผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างใส เธอชะينมือที่กำลังถือทัพพีเล็กน้อย ก่อนจะตวัดหางตามองค้อนชายหนุ่มเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก
"ถ้าหิวจนตาลายนัก ทำไมไม่ไปตักข้าวสวยร้อนๆ ที่อยู่ในหม้อมาคอยท่าไว้ล่ะครับคุณภาคิน มัวแต่มานั่งแซะเชฟอยู่แบบนี้ ระวังจะได้กินแกงคั่วฝีมือตัวเองแทนนะ" น้ำเสียงของเธอเจือแววเย้าแหย่ แม้ใบหน้าจะยังคงความเรียบเฉยตามวิสัยคนปากแข็ง แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังเขินอายกับสายตาคู่นั้นขนาดไหน
ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำอบอุ่นราวกับเสียงดนตรีแจズในร้านกาแฟยามดึก เขาพับเอกสารในมือลง วางมันไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินเข้ามาใกล้เตาไฟอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอในระยะประชิด จนรินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นอกแกร่ง
"ผมไม่ได้หิวข้าว... ผมหิวบรรยากาศตอนที่คุณตั้งใจทำของอร่อยให้กินมากกว่า" กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาต้องเกร็งไหล่โดยอัตโนมัติ
หญิงสาวแกล้งทำเป็นตักแกงใส่ชามเซรามิกสีขาวลายครามเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ "ถอยไปเลยครับ คุณนี่นะ ชอบฉวยโอกาสตอนคนอื่นกำลังยุ่งอยู่เรื่อย"
"ไม่ได้ฉวยโอกาสครับ เขาเรียกว่า... แสดงความรับผิดชอบในฐานะสามีที่ดี ที่คอยอยู่เคียงข้างภรรยาในยามดึกดื่นต่างหาก" ภาคินยิ้มละมุน มือหนาเอื้อมไปหยิบจานข้าวสวยควันฉุยที่เพิ่งตักเสร็จมาถือไว้แทนเธออย่างรู้ใจ "ไปครับ ไปนั่งกินกันเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
บรรยากาศในร้านยามค่ำคืนเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น ไฟดวงสีส้มอุ่นๆ สาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กที่มีอาหารบ้านๆ แต่ปรุงด้วยความพิถีพิถันวางอยู่ตรงกลาง แกงคั่วปูใบชะพลูส่งกลิ่นหอมเครื่องแกงเผ็ดร้อน ตัดกับรสชาติเค็มหวานมันกลมกล่อมของกะทิสด ไข่เจียวฟูฟ่องกรอบนอกนุ่มใน และน้ำปลาพริกขี้หนูสวนมะนาวสด
รินรดานั่งมองภาคินตักแกงราดข้าวคำโตเข้าปาก สีหน้าของชายหนุ่มบ่งบอกถึงความสุขอย่างแท้จริง รสนิยมของวิศวกรหนุ่มผู้เติบโตมาในครอบครัวฐานะดีอาจจะคุ้นเคยกับอาหารภัตตาคารหรูหรา แต่ทุกครั้งที่เขาได้กินอาหารฝีมือรินรดา แววตาของเขากลับประกายความอบอุ่นลึกซึ้งที่หาไม่ได้จากที่ไหน
"อร่อยไหมครับ" เธอดักถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบลุ้นคำตอบอยู่ไม่น้อย
"อร่อยจนผมคิดว่า... ถ้าวันหนึ่งผมต้องไปทำงานต่างจังหวัดหลายๆ วัน ผมคงทนกินอาหารโรงแรมไม่ได้แน่ๆ" ภาคินวางช้อนลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ "คุณริน... ย้ายมาอยู่คอนโดผมถาวรเลยดีไหมครับ? หรือไม่ก็... ให้ผมรีโนเวทบ้านหลังนี้ใหม่ทั้งหมด ให้คุณทำแค่ร้านอาหารตามใจชอบ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยยืนผัดหน้าเตาคนเดียวแบบนี้อีก"
รินรดาชะงัก ช้อนในมือตกลงกระทบขอบจานเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม แววตาคมมีความจริงจังและห่วงใยฉายชัดเจน ไม่มีแววของการล้อเล่นหรือการถือดีเลยแม้แต่น้อย
"คุณก็รู้เหตุผลนี่ครับ... ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านขายข้าวแกง แต่มันคือความทรงจำเดียวที่แม่ผมทิ้งไว้ให้" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลง เจือความเศร้าสร้อยจางๆ ที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ "อีกอย่าง... ฉันชอบหาเงินด้วยมือตัวเอง ไม่ได้อยากเป็นกาฝากเกาะใครกินครับคุณภาคิน"
ภาคินถอนหายใจเบาๆ เขาเอื้อมมือหนามาวางทับหลังมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ สัมผัสอุ่นๆ นั้นถ่ายทอดความมั่นคงหนักแน่นมาให้อย่างเต็มเปี่ยม
"ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นภาระเลยสักครั้ง... รินรดา" ส้มเสียงของเขาจริงจังและทุ้มนุ่ม "การที่ผมสนับสนุนคุณ ไม่ใช่เพราะผมอยากให้คุณหยุดทำในสิ่งที่รัก แต่เพราะผมทนเห็นมือคู่นี้ต้องมาจับตะหลิวหนักๆ ตลอดเวลาไม่ไหวต่างหาก คุณคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่านี้... สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขโดยไม่ต้องเหนื่อยล้าจนเกินไป"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรำคาญ แต่เป็นความอิ่มเอมใจที่ยากจะหาคำบรรยาย ผู้ชายคนนี้... มักจะมีวิธีพูดจาและกระทำกาารที่ทำให้กำแพงป้องกันตัวที่เธอสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อยอย่างน่ากลัว
ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงโวยวายหยาบคายที่คุ้นหูเป็นอย่างดี ทำลายบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ยามค่ำคืนลงในพริบตา
"อีริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่ามุดหัวอยู่ในร้านแล้วจะหนีพ้นนะโว้ย! แกแอบไปซุกหัวนอนกับผู้ชายจนรวยอู้ฟู่แล้ว ลืมแม้กระทั่งหน้าแม่ตัวเองหรือไงวะ!"
เสียงแหลมสูงของน้าสาวจอมโลภดังแผดขึ้น ตามด้วยเสียงทุบประตูถี่รัวราวกับจะพังเข้ามาให้ได้ รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังเจือรอยยิ้มกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเด็ดขาดขึ้นมาทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวเท้าไปที่ประตู ภาคินกลับลุกขึ้นยืนตัดหน้าเสียก่อน ชายหนุ่มปัดเศษอาหารบนเสื้อเชิ้ตออกอย่างใจเย็น นัยน์ตาคมกริบที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้กลับเยือกเย็นและทรงอำนาจจนน่ากลัว ราวกับพญาเสือที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล
"นั่งกินข้าวต่อให้เสร็จเถอะครับคุณริน" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความกดดันอันน่าสะพรึงกลัว "เดี๋ยวแขกที่ไม่ได้รับเชิญชุดนี้... ผมขออนุญาต 'ต้อนรับ' ให้เอง"
เขาก้าวเดินผ่านโต๊ะอาหารไปอย่างมั่นคง มือหนาเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูกระจกช้าๆ ท่ามกลางเสียงโวยวายด้านนอกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปด้วยกันนะครับ
- กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 12
ค่ำคืนใต้แสงไฟในร้าน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!