"ถ้าเอกสารฉบับนี้ส่งถึงมือทนายความเมื่อไหร่ พี่รับรองได้เลยว่าต่อให้ป้าชื่นกับพวกพี่น้องตัวดีของเธอจะเอาปี๊บคลุมหัวเดินแก้ผ้าอายม้วนทั่วตลาด ก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ตามพินัยกรรมฉบับเก่าได้ทันกำหนดหรอกครับริน"
เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวหลังร้าน กลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนคั่วแห้งและข่าแก่ย่างไฟกำลังอบอวลปะปนกับกลิ่นไอน้ำเดือดพลั่กจากหม้อต้มโครงกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนๆ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าเขียงไม้สักหนาเตอะ ปลายมีดปังตอในมือจรดนิ่งอยู่บนเนื้อปลากรายนวดเหนียวหนึบ ดวงตาคมกริบมองเอกสารราชการตราครุฑสีแดงสดที่กางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ใกล้กับถ้วยกาแฟโบราณสีนวลที่ส่งไอคุกรุ่น
เบาะแสใหม่จากพินัยกรรมลับของคุณตา... มันไม่ใช่แค่สมบัติชิ้นสุดท้าย แต่คือดาบอาบยาพิษที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับสิบปี เพื่อรอเวลาเชือดคอพวกเหลือบไรในตระกูลที่จ้องจะฮุบที่ดินแปลงนี้
"พวกเขาคิดว่าฉันเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไม่มีทางเลือกค่ะพี่ภาคิน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นดั่งก้อนหินผา "คิดจะมาฮุบตึกเก่าคูหา3 ชั้นนี้ไปทำเป็นร้านขายของชำบังหน้า เพื่อหวังฟอกเงินกู้ยืมจากนายทุนนอกระบบ... ฝันไปเถอะครับว่าฉันจะยอมให้มันเกิดขึ้น"
"ดีมากครับภรรยาของผม" ภาคินแย้มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาสวมนาฬิกาเรือนหรูเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดมาเช็ดมือให้หญิงสาวอย่างเบามือ ละเมียดละไมราวกับเธอกำลังถือครองเครื่องแก้วเปราะบาง "อยากให้ผมจัดการพวกมันให้ราบคาบในคราวเดียวเลยไหมครับ? ทนายความประจำบริษัทผมพร้อมเคลื่อนไหวเสมอ แค่กระดิกนิ้วเดียว พวกลงนามในสัญญาเงินกู้ปลอมพวกนั้นคงได้นอนซังเตกินข้าวแดงกันถ้วนหน้า"
"ไม่ต้องหོกค่ะพี่" รินรดาส่ายหน้าช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้เป็นมวยหลวมๆ ไหวตามแรงขยับ "การส่งพวกมันเข้าคุกมันง่ายเกินไป... ฉันอยากให้พวกมันเห็นตึกเก่าๆ หลังนี้กลายเป็นร้านอาหารไทยโบราณที่ทำกำไรมหาศาลจนพวกมันต้องกลืนน้ำลายตัวเองด้วยความอิจฉาต่างหากล่ะคะ ทรัพย์สินที่ตาให้มา... ฉันจะใช้มันต่อยอดอาณาจักรอาหารของฉันให้ผงาดขึ้นมาค้ำฟ้า"
คำประกาศกร้าวที่เจือด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นทำให้ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู สามีสายเปย์ผู้พร้อมทุ่มเงินหมดหน้าตักเพื่อสนับสนุนภรรยา ไม่รอช้าที่จะดีดนิ้วเรียกทีมช่างเหมาถมที่และรีโนเวตโครงสร้างตึกชุดใหญ่ที่เขาแอบซุ่มติดต่อไว้ล่วงหน้าทันที
"งั้นเราต้องเร่งมือกันหน่อยแล้วครับ... เพราะ 'แกงป่าปลาเห็ดโคนใบกะเพราป่า' หม้อนี้ จะเป็นเมนูกู้ชื่อเสียงที่จะเปิดฉากให้คนทั้งอำเภอได้รู้ว่า ร้านรินรดาไม่ได้มีดีแค่คำขู่"
พูดจบ มือหนาก็จัดการขยับเก้าอี้ ขยับถาดเครื่องปรุง และตระเตรียมเตาถ่านก้อนโตให้พร้อมสรรพ เครื่องทุ่นแรงชั้นดีที่ทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ยืนหยัดเคียงข้างภรรยาโดยไม่ปริปากบ่นสักแอะ บรรยากาศในห้องครัวเวลานั้นจึงไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก หากแต่เป็นสงครามขนาดย่อมที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความสำเร็จและการเอาคืน
เสียงตำน้ำพแกงในครกหินดัง "โป๊ก... โป๊ก..." เป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินรดาระเบิดพลังฝีมือปลายจวักด้วยความเร็วและแม่นยำ เนื้อปลากรายนวดจนเหนียวหนึบถูกปั้นเป็นก้อนกลมพอดีคำ โยนลงไปในน้ำแกงเดือดพลั่กที่อัดแน่นด้วยเครื่องแกงตำเองสดๆ กลิ่นหอมของผิวมะกรูด ขมิ้นชัน และพริกไทยอ่อนฟุ้งกระจายทะลุกรอบหน้าต่างไม้สักโบราณ ออกไปรบกวนจมูกของเพื่อนบ้านและบรรดาญาติจอมหิวเงินที่เดินผ่านหน้าร้านพอดี
"หอมอะไรวะเนี่ย..." เสียงทุ้มแหบพร่าของอาเขยตัวแสบดังขึ้นจากหน้าร้าน พร้อมกับเงาตะคุ่มๆ ของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
รินรดาลดทัพพีในมือลงช้าๆ ภาคินหันไปมองหน้าภรรยาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกไปบังหน้าประตูครัวไว้ราวกับกำแพงเหล็กกล้า สายตาคมดุราวกับเหยี่ยวจ้องมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ทว่า ก่อนที่ภาคินจะได้เอ่ยปากขับไล่ ร่างชราของป้าชื่นก็พุ่งพรวดเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพตึกที่กำลังถูกรื้อถอนเพื่อปรับปรุงใหม่ พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในมือที่สั่นเทา
"นังรดา!แก... แกกล้าดียังไงเอาช่างมารื้อตึกนี้! นี่มันสมบัติของตระกูลเรา!" ป้าชื่นแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
รินรดาเดินถือทัพพีตักแกงป่าร้อนๆ ออกมาจากครัว กลิ่นหอมฉุนเตะจมูกจนป้าชื่นต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าอากาศ หญิงสาวแย้มยิ้มบางเบา ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ สิ้นเชิง
"สมบัติของตระกูลเหรอครับ... เอ่อ... คุณป้าคะ" รินรดาเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยิบกระดาษสำเนาพินัยกรรมฉบับจริงขึ้นมาโบกเบาๆ ตรงหน้าป้าชื่น "อ่านดูให้ชัดๆ อีกรอบดีไหมคะ ว่าตึกหลังนี้... และที่ดินแปลงนี้ กรรมสิทธิ์มันเป็นของใครกันแน่?"
ป้าชื่นก้มมองกระดาษในมือรินรดา สลับกับใบหน้าของภาคินที่ยกยิ้มมุมปากรอขยี้ ทันใดนั้น สีหน้าของหญิงแก่ก็เปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษสา มือที่ถือเอกสารร่วงหล่นลงพื้นทันทีเมื่ออ่านเจอข้อความวรรคสุดท้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผยสดๆ ร้อนๆ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปด้วยกันนะครับ
กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 13
คำเตือนจากพินัยกรรม
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!