"ถ้าคุณยังกล้าเอาสมการนาเวียร์-สโตกส์ ไปแปะคู่กับมีมแมวหน้าโง่ในเพจอีก ผมจะถือว่าคุณกำลังดูถูกสติปัญญาของแรงโน้มถ่วงระดับสากลนะครับ มีนา"
นิ้วเรียวใต้ถุงมือผ้าคอตตอนสีขาวของอาคเนย์หยุดชะงักลงบนคีย์บอร์ด ชายหนุ่มดันแว่นกรอบเหล็กขึ้นสันจมูกเล็กน้อยด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแบบฉบับนักฟิสิกส์ทฤษฎี ขณะที่ดวงตาสีเข้มหลังเลนส์จดจ้องหน้าจอแล็ปท็อปตาไม่กระพริบ บนหน้าจอเปิดโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่กำลังเล่นคลิปความยาวสามสิบวินาที ซึ่งมีภาพแมวเปอร์เซียอ้วนกลมกำลังทำหน้าเหวอใส่พัดลมตั้งโต๊ะ พร้อมกับตัวหนังสือซับไตเติลสีนีออนกระพริบวิบวับว่า 'เมื่อฟิสิกส์ตบหน้าคุณแรงกว่าตบยุง'
"อ้าว! น้องหมั่นเขี้ยวผิดตรงไหนคะ... เอ้ย! ผิดตรงไหนล่ะคุณอาคเนย์!" มีนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำแก้วชานมไข่มุกหกเลอะโต๊ะทำงานไม้สนตัวยาว เธอกระแทกตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้พลาสติกส่งเสียงครูดกับพื้นห้องดังเอี๊ยด มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าจอแอดมินเพจ 'ฟิสิกส์หลังห้อง' ค้างไว้ อีกข้างชี้หน้าคาดโทษชายหนุ่ม "นี่มันยุค 2024 แล้วนะคะคุณชาย! จะให้มานั่งท่องกฎของนิวตันแบบหัวเกรียนในห้องเรียนหรอกเหรอ? คนดูเขาเลื่อนหนີตั้งแต่สามวินาทีแรกแล้วย่ะ!"
ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์ยามวิกาลเงียบสงบ จนกระทั่งเสียงโต้เถียงของสองคู่หูขั้วตรงข้ามดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางกองหนังสือตำราฟิสิกส์เล่มหนาเตอะที่วางสุมกันเหมือนกำแพงเมืองจีน
อาคเนย์ถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังแบกรับมวลของจักรวาลไว้บนบ่า เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ กอดอกมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังหายใจฮึดฮัด แก้มป่องๆ ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโมโห ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องแต่ก็มีความน่ารักน่าเอ็นดูจนคนมองเผลอมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมานิดหน่อย—นิดเดียวจริงๆ ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงตามฟอร์มหนุ่มเนิร์ดผู้เคร่งครัดในระเบียบ
"ความเรียบง่ายไม่ได้แปลว่าความไร้สาระนะครับ มีนา" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ "ที่คุณกำลังทำอยู่ เขาเรียกว่าการลดทอนคุณค่าของวิทยาศาสตร์เพื่อแลกกับยอดไลก์กลวงๆ ฟิสิกส์ไม่ใช่ตลกคาเฟ่ที่จะเอามาขำขันแล้วจบไปในสามวิ แต่มันคือภาษาของธรรมชาติ ภาษาที่อธิบายได้ว่าทำไมโลกถึงหมุน ทำไมคุณถึงตกหลุม..."
ชายหนุ่มชะงักไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเผลอใช้คำเปรียบเปรยที่เกือบจะหลุดกรอบความเป็นมืออาชีพ ดวงตาคมกริบก้มลงมองหน้าจอแล็ปท็อปหลบสายตาจับผิดของหญิงสาวทันที
"ตกหลุมอะไรคะ? ตกหลุมรักคุณเหรอ? ฝันไปเถอะ!" มีนารีบสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาซุกซนเป็นประกายด้วยความหมั่นไส้ "ยอมรับมาเถอะน่า คุณอาคเนย์ผู้เคร่งขรึม ที่คุณยอมมานั่งหลังขดหลังแข็งช่วยฉันปั้นเพจนี้ ก็เพราะลึกๆ แล้วคุณแอบปลื้มความป๊อปปูลาร์ของฉันใช่ไหมล่ะคะ"
"หลงตัวเองเป็นกิจวัตรเลยนะครับเนี่ย" อาคเนย์เหลือบตามองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนค้ำหัวอยู่ "เหตุผลเดียวที่ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะยอดฟอลโลว์หลักแสนของคุณหรอกครับ แต่เป็นเพราะอาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ขู่ผมว่า ถ้าโปรเจกต์สื่อสารวิทยาศาสตร์สาธารณะชิ้นนี้ไม่ผ่าน ผมจะไม่ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกที่สวิตเซอร์แลนด์... สรุปคือ ผมตกเป็นทาสทางกฎหมายของคุณต่างหากครับ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาฟองชานมในปากมีนากลืนแทบไม่ลง เธอกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออดก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกระทั้นบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"เออ! รู้แล้วน่า ว่าฉันมันเป็นแค่สะพานให้คุณเดินไปสู่ความสำเร็จ!" มีนากอดอกทำแก่งอนใส่พลางเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพแสงไฟนีออนจากตึกคณะข้างๆ "เชิญคุณชายทำตามใจชอบเลยค่ะ เอาให้วิชาการจ๋าจนคนอ่านหลับคาจอไปเลย ฉันจะไม่ปริปากเถียงสักคำ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเรตติ้งเพจตกฮวบจนติดลบ ฉันจะฟ้องอาจารย์ว่าคุณแอบเอาเวลาไปนั่งดูคลิปแมวตอนตีสอง"
อาคเนย์มองท่าทางงอนตุ๊ปปัดตุ๊ปปิ้งของคนตรงข้ามแล้วมุมปากก็ยกย่องขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงแล้วเขารู้ดีว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดมีส่วนถูก เพจ 'ฟิสิกส์หลังห้อง' ของมีนามีพลังบางอย่างที่เขาก็ไม่มี—พลังในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเรื่องยากๆ ด้วยความมีชีวิตชีวา ความสดใส และความเป็นกันเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตำราฟิสิกส์เล่มไหนก็สอนไม่ได้
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงฮัมเพลงเบาๆ จากเครื่องปรับอากาศเก่าๆ อาคเนย์เอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะ เปิดสไลด์งานนำเสนอหัวข้อ *'กฎแรงดึงดูดของความกวนประสาท'*—ชื่อชั่วคราวที่เขาเพิ่งพิมพ์เล่นๆ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน—แล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าหญิงสาว
"โอเคครับ เรามาประนีประนอมกันดีกว่า" น้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย แววตาสื่อความจริงใจจนคนฟังต้องหันกลับมามอง "ผมจะยอมให้คุณใส่มีแมวหน้าโง่ลงไปในคลิปได้... แต่มีข้อแม้ว่า มีนต้องอธิบายหลักการของ 'แรงโน้มถัดถ่วงและการเคลื่อนที่แบบโปรเจกต์ไตล์' ผ่านมีมนั้นให้ถูกต้องตามหลักฟิสิกส์ ห้ามมั่วเด็ดขาด ตกลงไหมครับ?"
มีนากะพริบตาปริบๆ มองข้อเสนอที่ดูเหมือนเธอจะได้เปรียบครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "deal ค่ะ! ว่าแต่... เมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ? 'มีน' เหรอ? ปกติเห็นเรียกแต่ 'คุณมีนา' เต็มยศนี่นา"
อาคเนย์ชะงักไปนิดเมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นสนิทสนมออกไป ใบหน้าขาวสะอาดของหนุ่มเนิร์ดขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็ว แต่เขาแกล้งทำเป็นเฉไฉหยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นแก้เขิน "หูฝาดไปแล้วมั้งครับ รีบทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ทันส่งดราฟท์แรกให้อาจารย์ตรวจนะ"
มี หัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจที่สามารถต้อนเสือร้ายให้จนมุมได้สำเร็จ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมพิมพ์ข้อความคอนเทนต์ลงกลุ่มแชตส่วนตัวเพื่อสรุปงาน แต่จังหวะนั้นเอง นิ้วเรียวของเธอกลับพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงในแชตส่วนตัวที่ส่งตรงถึงอาคเนย์โดยไม่ได้ตั้งใจ—หรืออาจจะตั้งใจแต่สมองสั่งการเร็วกว่าความยับยั้งชั่งใจ
แชตแจ้งเตือนบนหน้าจอแล็ปท็อปของอาคเนย์เด้งขึ้นมาเสียงดัง *ปิ้ง!*
**[มีนา]:** *จริงๆ แล้ว... ถ้าไม่มีคุณมาคอยบ่นคอยกวนประสาทแบบนี้ ฉันก็แอบเหงาเหมือนกันนะตาบ้า ง나รักจัง...*
ข้อความสั้นๆ แต่ทว่าเปิดเผยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็วกว่าแสง มีเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เลือดทุกหยดในร่างกายพุ่งขึ้นมาสุมที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอรีบใช้นิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ยิกๆ เพื่อกดปุ่ม [ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน] ทันที
ทว่า... ความเร็วในการทำงานของระบบอินเทอร์เน็ตในห้องสมุดคืนนี้ ดูเหมือนจะเร็วกว่าความตั้งใจของเธอ
หน้าจอแสดงผลขยับค้างไว้ที่ข้อความที่ถูกลบไปแล้ว แต่ทว่า... อาคเนย์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม กลับก้มลงมองหน้าจอแล็ปท็อปของตัวเองที่มีการแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมาก่อนที่จะถูกดึงกลับ ชายหนุ่มอ่านทุกตัวอักษรครบถ้วนกระบวนความอย่างชัดเจน
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัดที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าห้องสอบวิชาควอนตัมฟิสิกส์
อาคเนย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แว่นตากรอบเหล็กส่องประกายสะท้อนกับแสงไฟนีออน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกของหญิงสาวนิ่งสนิท ริมฝีปากหยักลึกค่อยๆ คลี่รอยยิ้มละมุนละไมที่อบอุ่นและทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาเคยส่งให้ใครในรอบปี
ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวยิ่งกว่าอัตราเร่งอนุภาคในเครื่องเร่งความเร็ว
"ข้อความเมื่อกี้..." อาคเนย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น "หมายถึงฟิสิกส์บทไหนเหรอครับ มีนา... หรือว่าเป็น 'กฎแรงดึงดูด' ระหว่างเรา?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปกับความป่วนชวนฟินของคู่หูสายวิทย์คู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความอบอุ่นล้นปรี่เช่นเคยนะครับ
เซียนฟิสิกส์จอมเนิร์ดกับยัยเพจดังพลังล้น•ตอนที่ 2
กฎแรงดึงดูดของความกวนประสาท
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมเนิร์ดกับยัยเพจดังพลังล้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
