ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 10

เกมไล่ล่ากลางเมือง

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
เสียงเบรกของรถสปอร์ตหรูแผדลั่นสนั่นจนยางมะตอยแทบไหม้ แรงเหวี่ยงมหาศาลกระชากร่างของพริมาให้พุ่งไปข้างหน้าจนเกือบชนคอนโซลหน้ารถ โชคดีที่เข็มขัดนิรภัยรั้งตัวเธอไว้ทัน แต่แรงกระแทกนั้นก็ทำให้จุกเสียdจนหายใจแทบไม่ทัน "ขับยังไงของเธอเนี่ยยัยทนายประสาทกิน! อยากพาฉันไปลงนรกหรือไง!" พริมาหวีดร้องเสียงหลง มือเรียวคว้าที่จับเหนือศีรษะแน่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความตกใจปนโกรธจัด "ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากแล้วจับเบาะไว้ให้ดีๆ ยัยตัวแสบ!" รินรดาตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ละไปจากกระจกมองข้างเลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด รถยุโรปสีดำสนิทคันนั้นยังคงจี้ติดท้ายรถของพวกเธอมาไม่ห่าง มันเป็นเงาตามตัวที่ไล่ล่ามาจากลานจอดรถมืดสนิทหลังตึกร้างแห่งนั้น มือปืนปริศนาที่โผล่มาพลิกเกมเมื่อครู่ ทำให้พวกเธอรู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าสู่กับดักมรณะเข้าให้อย่างจัง ปัง! เสียงกระสุนเจาะทะะกระจกหลังดังสนั่น เศษกระจกแตกละเอียดกระจายเกลื่อนเบาะหลัง รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงกรีดร้องของพริมาขาดหายไปในลำคอเมื่อรู้ว่าความตายอยู่ห่างจากพวกเธอแค่คืบ "มันยิงมาแล้ว! หลบเร็ว!" พริมาตะโกนลั่น สัญชาตญาณนักสืบสั่งให้เธอหมอบตัวลงต่ำแนบเบาะโดยอัตโนมัติ รินรดาเหยียบคันเร่งมิดชิด รถยนต์พุ่งทะยานฝ่าความมืดของถนนสายเปลี่ยวกลางกรุง ทักษะการขับรถของทนายสาวมาดเนี้ยบไม่ได้เป็นรองใคร เธอบิดพวงมาลัยหักหลบรถบรรทุกที่วิ่งสวนมาอย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงเหวี่ยงร่างของพริมาให้เซมาซบกับไหล่ของคนขับอย่างไม่ตั้งใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน แต่หัวใจของนักสืบสาวกลับเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลอื่นอย่างน่าอาย "นี่... ขับรถหรือบินเนี่ย ยัยทนายบ้า!" พริมาโวยวายกลบเกลื่อนความหวั่นไหว ขณะที่มือยังคว้าแขนเสื้อรินรดาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเธอยังไม่เลิกบ่น ฉันจะถีบเธอลงไปให้มันยิงเล่นแทนนะพริมา!" รินรดาหันมาตวาดแหวด้วยความหงุดหงิดปนระάอกระอ่วนไม่แพ้กัน ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม แต่หัวใจในอกก็เต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ ไม่ใช่เพราะกลัวกระสุนปืน... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากร่างนุ่มนิ่มที่เบียดชิดเข้ามาต่างหาก กระจกมองหลังสะท้อนภาพรถกระบะแต่งซิ่งสีดำทมิฬที่เร่งเครื่องไล่ล่าเข้ามาประชิด มันพยายามปาดหน้าและกระแทกท้ายรถของพวกเธอเพื่อบังคับให้หยุด รินรดาขบกรามแน่น เธอรู้ดีว่าถ้าจอดคือความตาย สถานที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ ต่อให้กรีดร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครได้ยิน "เกาะฉันให้แน่นๆ นะ" รินรดาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น ท่าทางเด็ดเดี่ยวทำเอาพริมาถึงกับชะงัก เผลอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของทนายสาวที่ดูจริงจังและทรงเสน่ห์อย่างประหลาดในยามวิกฤต "ฮะ... อะไรนะ?" ยังไม่ทันที่พริมาจะได้ถามซ้ำ รินรดาก็หักพวงมาลัยเลี้ยวโค้งหักศอกเข้าสู่ตรอกแคบของย่านเมืองเก่าอย่างไร้ความปรานี แรงเหวี่ยงเหวี่ยงร่างของทั้งคู่เข้าหากันเต็มแรง พริมาหลุดอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางถูกเหวี่ยงมาทับอยู่บนตักของรินรดาโดยสมบูรณ์ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความรัญจวนใจที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางดงกระสุน ดวงตากลมโตของพริมาสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววไหวระริก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือข้างหนึ่งยังคงควบคุมพวงมาลัยด้วยมือเดียวอย่างเชี่ยวชาญ ส่วนมืออีกข้าง... โดยสัญชาตญาณหรืออะไรก็ตาม—กลับโอบกระชับเอวบางของนักสืบสาวไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เธอร่วงหล่นจากการกระแทก "นี่เธอ... หาโอกาสฉวยโอกาสเหรอเนี่ย!" พริมาแหวกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาพวงแก้ม แววตาดื้อรั้นพยายามซ่อนความหวั่นไหว "ถ้าสมองเธอยังคิดได้แค่นี้... ฉันปล่อยให้ไอ้ข้างหลังยิงเป่าหัวจริงๆ ด้วยนะพริมา" รินรดากัดฟันตอบ น้ำเสียงดุแต่แฝงความอ่อนโยนที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศระหว่างพวกเธอกำลังพะวงและระอุด้วยเคมีที่ตัดกันไม่ขาดนั้นเอง เสียงเบรกเอี๊ยดสนั่นก็ดังขึ้นตัดหน้า รถกระบะคู่กรณีที่ควรจะตามหลังมา กลับซิ่งตัดหน้ามาดักรอที่ปลายทางออกของตรอกแคบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! ไฟหน้ารถคันใหญ่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา รินรดาเบรกตัวโก่ง ล้อรถบดกับพื้นถนนส่งเสียงร้องโหยหวน รถสปอร์ตหยุดนิ่งห่างจากหน้ารถกระบะไม่ถึงสองเมตร ประตูรถกระบะฝั่งคนขับเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทและสวมหมวกไอ้โม่งก้าวลงมา พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงในมือที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่กระจกหน้าของพวกเธออย่างเลือดเย็น พริมาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก รินรดารวบตัวนักสืบสาวเข้าหากอดแน่นโดยไม่ลังเล ปลอกกระสุนนัดแรกพุ่งทะลุผ่านกระจกหน้ารถเข้ามาเฉียดหัวไหล่ไปนิดเดียว เศษกระจกบาดผิวจนเลือดซึม ทว่า ก่อนที่กระสุนนัดที่สองจะลั่นไก เสียงไซเรนตำรวจที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็แว่วมาแต่ไกล พร้อมกับแสงไฟสีแดงน้ำเงินที่สาดส่องเข้ามาในตรอกมืด คนร้ายชะงัก หันซ้ายหันขวาก่อนจะรีบวิ่งกลับขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ รินรดาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกช้าๆ สายตาคมกริบสำรวจความปลอดภัยของคนในอ้อมแขน ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก "ปลอดภัยแล้วนะ..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยื่นไปเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากของพริมาออกอย่างเผลอตัว ความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากทำให้พริมานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนโดนไล่ยิงเสียอีก แต่ทว่า... ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลายลง และสายตาของทั้งคู่กำลังประสานกันอย่างมีความหมาย โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ทนายสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดรับสายด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงแค่ได้ยินเสียงปลายสายพูดประโยคเดียว สีหน้าของรินรดาก็เปลี่ยนจากความโล่งอกเป็นซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "ว่าไงนะ... พ่อฉันแหกคุกหนีงั้นเหรอ?!" --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับความแสบและความซึนของยัยคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ — โรสแมรี่พิษ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%