ถอดรหัสกระดูกอาถรรพ์กับศาสตราจารย์ไร้เงา•ตอนที่ 2

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
ลำแสงไฟฉายสิบกว่าดวงตัดผ่านความมืดมิดของผืนป่าราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผ้ากำมะหยี่สีดำ สนธยาที่ควรจะเงียบสงัดกลับอื้ออึงไปด้วยเสียงรองเท้าคอมแบทที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งและเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแทรกสลับกันเป็นระยะ ปรินทร์ขยับตัวยืนขึ้นช้าๆ ท่วงท่าของเขาดูผ่อนคลายเกินกว่าสถานการณ์ที่ควรจะเป็น เขาไม่แม้แต่จะปัดเศษดินออกจากกางเกงสแล็คตัวเก่ง เพียงแค่ปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังล้อมเข้ามาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่ณิชมน—ซึ่งยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหลุมศพ—กัดริมฝีปากแน่น มือของเธอยังคงกำจี้สร้อยคอที่เปื้อนคราบดินเอาไว้แน่น “ดร.ณิชมน... แล้วก็อาจารย์ปรินทร์ ผมคิดว่าการบุกรุกพื้นที่ควบคุมโดยไม่มีหมายศาลแบบนี้ มันไม่ใช่พฤติกรรมที่นักวิชาการระดับแนวหน้าเขาทำกันนะครับ” ชายวัยกลางคนในชุดนอกเครื่องแบบก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปที่ซากกระดูกมนุษย์ในหลุม ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าเรียบเฉยของปรินทร์ ณิชมนลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษดินที่มือ เธอปรับสีหน้าให้เป็นทางการที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ผู้กองเมฆินทร์ คุณคงรู้ดีว่าถ้าฉันไม่มาเปิดก่อนที่ฝนจะตกหนัก พื้นที่นี้จะสูญเสียหลักฐานทางมานุษยวิทยาไปมากแค่ไหน การรักษาความปลอดภัยของคุณไม่ได้รวมถึงการปกป้องความเป็นระเบียบของร่องรอยทางประวัติศาสตร์หรืออย่างไรคะ?” ปรินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก “ทางประวัติศาสตร์หรือครับหมอ? ผมว่าคุณกำลังสับสนระหว่าง ‘ประวัติศาสตร์’ กับ ‘อดีตที่คนเขาไม่อยากให้ขุดคุ้ย’ มากกว่านะ” เมฆินทร์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง กลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาปะทะกับกลิ่นสาบดินอับชื้น “พอทีครับ ทั้งคู่เลย ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังพวกคุณเถียงเรื่องปรัชญาการทำงาน กรมตำรวจต้องการคนที่เข้าใจ ‘เรื่องที่อธิบายไม่ได้’ ให้มาอยู่ในทีมเฉพาะกิจคดี ‘กระดูกไร้นาม’ นี้ และพวกคุณคือตัวเลือกเดียวที่เรามี” “ผมขอปฏิเสธครับ” ปรินทร์ตอบทันควัน น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่เด็ดขาด “ผมไม่ทำงานร่วมกับคนที่มองว่าอาคมเป็นเพียงภาพลวงตา และแน่นอน ผมไม่ทำงานกับตำรวจที่มองว่าความตายเป็นเพียงคดีในแฟ้ม” ณิชมนหันขวับไปมองปรินทร์ แววตาของเธอวูบไหวด้วยความไม่พอใจ “คุณจะปฏิเสธไม่ได้ ปรินทร์ นี่คือคดีที่เชื่อมโยงกับงานวิจัยของฉัน และถ้าฉันต้องใช้ความรู้เรื่องกระดูกเพื่อมัดตัวฆาตกร ฉันก็ต้องการคนที่มีความรู้เรื่อง ‘ไสยศาสตร์’ อย่างคุณมาคอยค้านทฤษฎีเพ้อเจ้อของฉันในบางครั้ง... เพราะบางทีวิทยาศาสตร์มันก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมรอยกัดบนกระดูกชิ้นนี้ ถึงมีทิศทางย้อนกลับผิดธรรมชาติ!” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เมฆินทร์หรี่ตามองณิชมน “หมายความว่าอย่างไรครับ ดร.ณิชมน ทิศทางย้อนกลับ?” “หมายความว่าฆาตกรไม่ได้เป็นคนกัด... และมันไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่” ปรินทร์เอ่ยแทรกขึ้น สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่กะโหลกศีรษะในหลุม “มันคือพิธีกรรม ‘ดึงวิญญาณกลับ’ แบบโบราณที่สาบสูญไปแล้วครับผู้กอง ถ้าพวกคุณยังจะดันทุรังเอาตำรวจที่เรียนมาแค่กฎหมายไปจับฆาตกรรายนี้ล่ะก็... ผมแนะนำให้เตรียมโรงศพไว้ให้ลูกน้องคุณเพิ่มอีกสักสิบโลงได้เลย” ผู้กองเมฆินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมอมแมมให้กับทั้งคู่ “ถ้าคุณไม่ร่วมทีม ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสั่งให้ลูกน้องผมปิดล้อมพื้นที่นี้ด้วยปืนลูกซองแทนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คุณสองคนเลือกเอาว่าจะไขคดีนี้ในฐานะที่ปรึกษา หรือในฐานะผู้ต้องสงสัยข้อหาแทรกแซงคดีฆาตกรรม” ปรินทร์รับซองนั้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีจากความเฉยเมยเป็นความตื่นตัวที่ซ่อนไว้ไม่อยู่ เขาหันไปสบตากับณิชมนด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง “คุณเห็นเงื่อนไขแล้วใช่ไหมครับหมอ?” ปรินทร์พูดเบาๆ “ในนี้ไม่มีชื่อเหยื่อ... แต่มีภาพร่างของสัญลักษณ์ที่คุณเคยบอกว่ามันเป็นเพียงแค่รอยขีดข่วนจากเครื่องมือขุดเจาะ” ณิชมนมองภาพในเอกสาร มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับสีแดงสดที่มุมกระดาษ มันเป็นตราสัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นในบันทึกของบิดาผู้ล่วงลับที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน “ตกลง... ฉันจะร่วมทีม” ณิชมนตอบเสียงหนักแน่น “แต่ฉันมีเงื่อนไข ฉันจะเป็นคนถือแฟ้มคดีนี้แต่เพียงผู้เดียว” ปรินทร์หัวเราะหึในลำคอ “เป็นคนถือแฟ้มได้ครับ แต่ผมจะเป็นคนไขความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยเลือดนั่นเอง” เมฆินทร์พยักหน้าพอใจ “ดี... งั้นเชิญที่รถครับ เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” ขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินตามเมฆินทร์ไปยังรถจี๊ปที่จอดรออยู่ ณิชมนหยุดชะงักลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างท่ามกลางรากไม้ใกล้ๆ หลุมศพ แสงไฟจากรถยนต์ที่ส่องมาพอดีเผยให้เห็นวัตถุชิ้นหนึ่งฝังตัวอยู่ใต้ดิน มันคือปลายนิ้วก้อยมนุษย์ที่ถูกตัดออกอย่างประณีต แต่ที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ... เล็บของมันถูกฝนจนแหลมคมดุจกรงเล็บสัตว์ และมีด้ายสีแดงสดพันธนาการรอบกระดูกนิ้วนั้นไว้อย่างแน่นหนา “ปรินทร์... ดูนี่” ปรินทร์ก้มลงมอง สิ่งที่เขาเห็นทำให้รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าหายไปในทันที เขาหยิบไม้กิ่งหนึ่งขึ้นมาเขี่ยเบาๆ ก่อนจะพบว่าด้ายสีแดงนั้นยังมีความสดชื่นราวกับเพิ่งถูกพันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน “ด้ายอาคม... กลิ่นคาวเลือดใหม่ขนาดนี้...” ปรินทร์หันไปทางป่าทึบที่มืดสนิทเบื้องหลัง “มีคนอื่นอยู่ตรงนี้ครับผู้กอง... และมันกำลังจับตาดูเราตั้งแต่อยู่ในหลุมศพนั่นแล้ว” ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วมาจากความมืดรอบทิศทาง เป็นเสียงที่แหบพร่าและกดต่ำจนทำให้อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่บาดผิวหนัง ผู้กองเมฆินทร์ชักปืนออกมาในทันที แต่แล้วจู่ๆ ไฟหน้ารถจี๊ปทุกคันก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้พวกเขาทั้งสามคนจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้... จากทุกทิศทาง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายมืดนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ถอดรหัสกระดูกอาถรรพ์กับศาสตราจารย์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%