กลิ่นอับชื้นของศาลาร้างท้ายจวนอ๋องผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดเก่ากรังจนชวนคลื่นไส้ ความหนาเหนอะของหยาดโลหิตที่แห้งกรังติดอยู่ตามอาภรณ์เนื้อดีทว่าบัดนี้ขาดวิ่น ไม่ต่างอันใดกับเศษผ้าขี้ริ้ว ร่างบางที่ควรจะไร้ลมหายใจไปนานแล้วกลับกระตุกเฮือกอย่างรุนแรง ดวงตาที่เคยหม่นแสงและปิดสนิทเบิกโพรงขึ้นในความมืดสลัว
ความเจ็บปวดราถถูกเหล็กเผาไฟจี้แทงทะลุหัวใจแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความทรงจำนับร้อยนับพันที่ไหลทะลักเข้ามาในห้วงสมองรากับเขื่อนแตก
หลี่มู่เหยา หอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทาด้วยความหนบหนับของเหงื่อกาฬและพิษร้ายที่ยังคงกัดกินอวัยวะภายใน สติสัมปชัญญะของศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่ทะลุมิติมาสู่ร่างนี้ ผสานเข้ากับความแค้นฝังหุ่นของฮูหยินผู้ถูกสามีทอดทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว ทำให้แววตาคู่คมกริบที่เคยโง่งอมืดบอด บัดนี้กลับทอประกายวาวโรจน์รากับคมกระบี่เพิ่งชุบน้ำมัน เจิดจ้าและเยียบเย็นจนน่ากลัว
"ข้า... ยังไม่ตาย"
น้ำเสียงแหบพร่าเล็ดลอดจากริมฝีปากที่แห้งแตกจนปริเป็นรอยเลือด นางแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันหยدและเยียบเย็น สะท้อนก้องไปทั่วห้องมืดทึบที่ไร้ซึ่งแสงเทียน ความตายในชาติภพก่อนที่ถูกหักหลังโดยคนที่รักยิ่ง และความตายในชาตินี้ที่ถูกสามีผู้เป็นถึงเฟยหรงอ๋องสั่งขังลืมให้รอความตายอย่างทรมาน ประทับรอยแค้นลึกลงในจิตวิญญาณ
จวนอ๋องอันยิ่งใหญ่... ฉู่เซียวเหวิน... พวกท่านคิดว่าการโยนก้อนหินน่ารำคาญลงบ่อโคลนจะทำให้จวนนี้สงบสุขขึ้นอย่างนั้นหรือ?
มู่เหยาใช้มืออันสั่นเทาพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นพิงผนังไม้ผุพัง นางสำรวจบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนและหน้าอกด้วยสัญชาตญาณของหมอ สภาพร่างกายย่ำแย่เกินกว่าจะขยับเขยื้อนได้ดั่งใจนึก แต่นางเป็นใครกันเล่า? หลี่มู่เหยาผู้สามารถยื้อชีวิตคนจากประตูผีมานักต่อนัก การแพทย์แผนปัจจุบันและภูมิปัญญาโบราณที่หลอมรวมกันในสมอง ทำให้มือน้อยๆ เริ่มกดจุดชีพจรของตนเองอย่างแม่นยำ เพื่อสกัดกั้นพิษร้ายและระงับความเจ็บปวด
แกร็ก... เสียงกลอนประตูไม้ด้านนอกถูกเลื่อนเปิดออกเบื้องล่าง แสงคบเพลิงสีส้มสั่นไหวสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคย
เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ปักดิ้นทองรูปพยัคฆ์ทะยานก้าวเข้ามา ประกายตาดุดันรากับพญาเหยี่ยว กลิ่นอายกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างนั้นทรงพลังจนอากาศภายในห้องแทบหยุดนิ่ง ฉู่เซียวเหวิน—เฟยหรงอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพทัพพยัคฆ์ทักษิณ ผู้ชายคนที่ปล่อยให้นางนอนรอความตายอย่างไร้เยื่อใย
เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ทอดเงาดำทะมึนทาบทับร่างระหงที่นั่งทรุดอยู่บนพื้น สายตาคมกริบมองสำรวจสภาพอันน่าเวทนาของนางด้วยความเฉยชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ดั่งเช่นมองดูสุนัขข้างถนนตัวหนึ่งที่กำลังจะหมดลมหายใจ
"เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เยียบเย็นและไร้หัวใจ ราwithสายลมหนาวจากยอดเขาหิมะ
มู่เหยาเงยหน้าขึ้น ช้าๆ นางไม่ได้หวาดกลัว ไม่ได้ร่ำไห้อ้อนวอน หรือแสดงความน่าสมเพชออกมาเช่นชาติก่อน ดวงตาคู่คมจ้องประสานกับนัยน์ตาพญาเหยี่ยวคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ
"ท่านอ๋องยังไม่ทรงอนุญาตให้ข้าลงนรก ไยหม่อมฉันจะกล้าตายก่อนพระองค์เล่าเพคะ?" มู่เหยาเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยสั่นเครือ แต่มันกลับก้องกังวานและทรงพลังอย่างประหลาด
ฉู่เซียวเหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย ความประหลาดใจวาดผ่านนัยน์ตาคมกริบชั่วพริบตา เขานึกว่าสตรีโง่งอมืดบอดผู้นี้จะร้องแรกแหกระเฌอหรือสิ้นสติไปตั้งแต่วันแรกที่ถูกกักบริเวณ แต่นี่... แววตาคู่นั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังซ่อนประกายบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกระคายเคืองใจอย่างบอกไม่ถูก
"ปากกล้าขึ้นนี่ หลี่มู่เหยา" เฟยหรงอ๋องก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นอายกดดันบีบคั้นเข้าหาร่างบางจนแทบหายใจไม่ออก นิ้วแกร่งยื่นไปบีบคางนางไว้แน่นราวกับจะหดขยี้ให้แหลกคามือ "เจ้าคิดว่ามีใครช่วยเจ้าได้อย่างนั้นรึ? หรือหวังว่าจดหมายเลือดที่เจ้าส่งให้องค์รัชทายาทจะช่วยให้เจ้าพ้นออกไปจากที่นี่ได้?"
คำพูดนั้น... คำพูดที่เปิดเผยแผนการลับที่นางเพิ่งกระทำไปในชาติก่อน! มู่เหยาพลันตระหนักได้ทันทีว่า แท้จริงแล้วการที่นางต้องตายในที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะความเย็นชาของสามี แต่เพราะมีหนอนบ่อนไส้ที่คอยส่งข่าวให้ฉู่จื่อจวินรัชทายาทผู้ชั่วร้ายใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดนางและป้ายสีเฟยหรงอ๋อง!
หัวใจของมู่เหยาเต้นแรงขึ้นด้วยเพลิงโทสะ แต่นางกลับบังคับรอยยิ้มบนใบหน้าให้กว้างขึ้น ดวงตาวาววับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุด
"รัชทายาทงั้นหรือเพคะ?" มู่เหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน "ท่านอ๋อง... พระองค์ทรงฉลาดเฉลียวคุมกำลังทหารนับแสน แต่กลับยอมโง่งอมองดูงูพิษเลื้อยเข้ามารังควานเรือนหลังของตนเองโดยไม่รู้ตัว คนที่อยากให้ข้าตายที่สุดหาใช่หม่อมฉันไม่... แต่เป็นคนที่ส่งยาพิษถ้วยนี้มาต่างหาก!"
ฉู่เซียวเหวินชะงักไปเล็กน้อย แรงบีบที่คางคลายลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสายตาคมกริบกวาดไปเห็นคราบผงยาสีดำสนิทที่ก้นถ้วยกระเบื้องเคลือบแตกหักข้างกายของนาง ซึ่งไม่ใช่ยาที่เขาเป็นคนสั่งให้คนนำมาให้!
ในเสี้ยววินาทีนั้น ความเงียบงันอันน่าอึดอัดโรยตัวปกคลุมทั่วศาลาร้าง ก่อนที่เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาจะทะยานเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! สายรายงานด่วนจากชายแดน... กองกำลังทัพหลวงขององค์รัชทายาทเคลื่อนพลปิดล้อมเส้นทางเสบียง และมีพระราชโองการลับ... อ้างว่าพระองค์ทรงเป็นกบฏคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสู่วังวนแห่งการแก้แค้นนี้นะคะ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!