พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 24

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
แสงไฟสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอแท็บเล็ตสาดสะท้อนดวงตาคมกริบของรวิชญ์ให้เปล่งประกายวาวโรจน์ ใบหน้าของคนที่ควรจะอยู่ห่างไกลครึ่งคีกโลกกำลังยิ้มเยาะผ่านเลนส์กล้องวงจรปิด รอยยิ้มนั้นทั้งเย็นเยียบและเย้ยหยันราวกับจะบอกว่าพวกเขากำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ถูกขุดเอาไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ "น้องชายแท้ๆ ของอัครพล..." คีรินพึมพำลอดไรฟัน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวเฉียบคมขึ้นเป็นเท่าตัว ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากหน้ากากของศัตรูให้แหลกคามือ "ตารางบินบอกว่ามันควรจะอยู่ที่ปารีสไม่ใช่หรือไง รวิชญ์" "ข้อมูลดิบหลอกตาเราค่ะ" รวิชญ์ตอบเสียงต่ำ สันกรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาคว้าแท็บเล็ตเครื่องนั้นขึ้นมาพลิกดูโค้ดคำสั่งอย่างรวดเร็ว "มันไม่ได้บินไปไหนเลย... มันแค่มุดอยู่ใต้จมูกเรามาตลอด ตระกูลนี้ถนัดเรื่องการเล่นละครตบตาจริงๆ" นิ้วเรียวของคีรินยื่นไปแตะหน้าจอเพื่อซูมภาพรอยยิ้มกวนประสาทนั้นให้ชัดขึ้น "ถ้ามันกล้าเปิดหน้าสู้แบบนี้ แสดงว่าเกมกระดานนี้ไม่ได้มีแค่เรากับอัครพลสองคนแล้วสินะคะ บอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน... คุณคิดว่าเราควรเริ่มต้นถอนรากถอนโคนพวกมันจากตรงไหนก่อนดีล่ะ" คำถามเชิงท้าทายนั้นทำให้รวิชญ์ละสายตาจากหน้าจอขึ้นมามองคนตรงหน้า นัยน์ตาคมดุของอดีตหน่วยรบพิเศษฉายแววระอุขึ้นวูบหนึ่ง เขาขยับก้าวเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของคีรินเกือบจะชิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน ช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ความกดดันจากสถานการณ์รอบตัวกลับถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "อยากถอนรากถอนโคนมันจริงๆ หรือแค่หาข้ออ้างมาท้าทายฉันกันแน่ครับ... เอ้ย, คะ" รวิชญ์เกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นปาก แต่ก็รีบเปลี่ยนหางเสียงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความจับผิด "คุณนี่มันดื้อตาใสจริงๆ สถานการณ์กำลังจะพลิกเป็นคว่ำอยู่แล้ว ยังมีอารมณ์มาลองใจฉันอีกนะคะ" "ใครลองใจคุณกันคะ ฉันแค่วิเคราะห์สถานการณ์ตามความเป็นจริง" คีรินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าจะใกล้กันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดริมฝีปาก "ในเมื่อพวกมันคิดว่าเราเป็นเหยื่อในกรง... เราก็แค่ทำตัวเป็นเหยื่อที่ดุร้ายจนพังกรงของพวกมันให้ราบคาบก็สิ้นเรื่อง" รวิชญ์แค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกมันเขี้ยว มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้ตั้ง ริมฝีปากหนาโน้มลงไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชา "ดุร้ายนักนะคะ... ระวังเถอะ ถ้ารอดจากศึกนี้ไปได้ ฉันจะจัดการลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้ลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู" "ฝันไปเถอะค่ะ" คีรินสวนกลับทันควันพร้อมกับใช้ศอกกระแทกเข้าที่สีข้างของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอกกับความใกล้ชิดอันตรายนี้ก็ตาม "เคลียร์งานตรงหน้าให้เสร็จก่อนเถอะค่ะ คุณบอดี้การ์ดปากเสีย ก่อนที่น้องชายตัวดีของอัครพลจะส่งระเบิดมาต้อนรับเราถึงห้องชุดนี้" รวิชญ์ยอมถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างเสียดาย แต่แววตายังคงพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาโยนแท็บเล็ตทิ้งลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะเริ่มเปิดระบบแผนที่จำลองสามมิติของคฤหาสน์หลักและเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดขึ้นมาแทนที่ "ในเมื่อมันอยากเล่นเกมซ่อนหา เราก็ต้องเปิดทางให้มันเดินมาติดกับเองค่ะ" รวิชญ์เปลี่ยนโหมดเข้าสู่โหมดจริงจัง นิ้วแกร่งชี้ไปยังจุดอับสัญญาณรอบคฤหาสน์ "แผนแรก... เราจะแกล้งทำเป็นระส่ำระสาย ปล่อยข่าวรั่วออกไปว่าระบบรักษาความปลอดภัยในห้องใต้ดินล่มสลาย และคุณกำลังจะเดินทางไปตรวจสอบด้วยตัวเองคนเดียว" คีรินหรี่ตามองแผนการนั้นอย่างใช้ความคิด "เหยื่อล่อชั้นดีสินะคะ... อัครพลกับน้องชายมันไม่มีทางปล่อยโอกาสทองที่คิดว่าเราพลาดท่าแน่ๆ" "ถูกต้องค่ะ" รวิชญ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและอันตราย "และในขณะที่พวกมันส่งคนเข้ามาในพื้นที่เป้าหมาย ฉันจะตัดสัญญาณทุกอย่าง แล้วปิดประตูตีแมว... เก็บกวาดพวกมันให้เกลี้ยงทีเดียว ไม่ให้เหลือแม้แต่ซากไว้ให้สืบสาวราวเรื่อง" "ฟังดูเข้าท่าดีนี่คะ..." คีรินเอื้อมมือไปเลื่อนหน้าจอจำลองแผนผังให้ปรับเปลี่ยนมุมมองตามที่ตนต้องการ "แต่ยังไม่รัดกุมพอค่ะ ถ้าพวกมันใช้โดรนสอดแนมจากระยะไกลล่ะคะ แผนการของเราก็จะกลายเป็นแค่ปาินิหาริย์ตื้นๆ ที่พวกมันมองทะลุปรุโปร่ง" "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ" เสียงทุ้มแทรกขึ้นทันทีด้วยความมั่นใจเกินร้อย "ฉันสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษนอกเครื่องแบบตรึงกำลังรอบรัศมีหกสิบคิโลเมตรตั้งแต่ตอนที่คุณเห็นหน้าจอแท็บเล็ตนั่นแล้วค่ะ ไม่มีแมลงวันตัวไหนบินเข้ามาในเขตนี้ได้โดยที่เรารู้ตัวหรอกนะคะ" คีรินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมเข้มของบอดี้การ์ดส่วนตัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความฉับไว รอบคอบ และการตัดสินใจที่เฉียบขาดในเสี้ยววินาที คือเหตุผลว่าทำไมรวิชญ์ถึงยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาได้โดยไม่มีใครแทนที่ แม้ปากจะร้ายและชอบหาเรื่องให้หงุดหงิดอยู่เรื่อยก็เถอะ "บางครั้ง... คุณก็รอบคอบจนน่ากลัวนะคะ รวิชญ์" คีรินเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุดันเมื่อครู่เจือความอ่อนโยนลงอย่างปิดไม่มิด "เพื่อความปลอดภัยของคุณ... ฉันทำได้มากกว่านี้อีกเยอะค่ะ" รวิชญ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน มือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวนุ่มนวลลงอย่างประหลาด ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบอันหวานล้ำกำลังก่อตัวขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องทำงาน พร้อมกับเสียงระเบิดตูมสนั่นที่ดังมาจากทางปีกตะวันตกของคฤหาสน์ แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกกันกระสุนสั่นระรัวจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว! รวิชญ์ดึงตัวคีรินเข้าหาอกแกร่งทันทีด้วยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่หน้าจอวงจรปิดหลักที่เพิ่งกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก กลุ่มชายฉกรรจ์สวมหน้ากากนับสิบชีวิตกำลังพังประตูเหล็กกล้าเข้ามาในโซนนิรภัย... และผู้นำทัพที่เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยnชาในมือถือชนวนระเบิด ก็คือคนที่ควรจะตายไปเมื่อสามปีก่อน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%