ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 27

เมื่อความดีพ่ายแพ้

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงค้อนไม้ของตุลาการที่กระทบลงบนแท่นไม้เนื้อแข็ง... ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผมราวกับเสียงระฆังเคาะเรียกวิญญาณออกจากร่าง มันไม่ใช่เสียงแห่งความยุติธรรมที่ควรจะเป็นอีกต่อไปแล้วครับ แต่มันคือเสียงประกาศิตของอำนาจเงินและอิทธิพลมืดที่กำลังบดขยี้ความจริงให้แหลกคาพื้นห้องพิจารณาคดี รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโพเดียมฝั่งโจทก์ แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงเป็นเส้นดิ่งราวกับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ถ้ามองให้ลึกผ่านเนื้อผ้าสูทสีเข้มตัวนั้น ผมกลับเห็นรอยสั่นไหวเล็กๆ ที่หัวไหล่ของเธอ—ความเปราะบางที่หญิงสาวผู้ยึดมั่นในอุดมคติพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเยือกเย็น "ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า..." ผู้พิพากษาอาวุโสบนบัลลังก์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึก ผิดกับแววตาที่หลบเลี่ยงการสบตากับอัยการสาวอย่างเห็นได้ชัด ผมแค่นมุมยิ้มเยาะให้กับความอยุติธรรมที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกระบวนการทางกฎหมายอันสวยหรู นี่หรือคือความพยายามตลอดสามเดือนของผมกับเธอ? นี่หรือคือหยาดเหงื่อและหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมต้องเอาชีวิตเข้าแลกมา? ช่างน่าขันสิ้นดีครับ ประเทศนี้ขับเคลื่อนด้วยตัวบทกฎหมาย หรือกระดาษพิมพ์ธนบัตรใบสีม่วงที่มีลายเซ็นของผู้มีอิทธิพลกันแน่ "พยานหลักฐานใหม่ที่ฝ่ายโจทก์นำสืบในวันนี้ แม้จะมีน้ำหนักพอสมควร..." ผู้พิพากษาเว้นวรรคจังหวะหายใจ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งวูบลงสู่หุบเหว "...แต่ยังขาดความต่อเนื่องและน้ำหนักในการเชื่อมโยงไปถึงจำเลยโดยตรง อาศัยเหตุดังกล่าว ศาลจึงมีคำสั่ง ‘ไม่รับรอง’ เอกสารหลักฐานชุดนี้ และให้ยกฟ้องคดีในที่สุด" ตึง! เสียงค้อนไม้เคาะปิดคดีดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับฟังดูคล้ายเสียงตอกฝาโลงศพของความถูกต้องมากกว่า รินรดายังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้นหินอ่อน เอกสารในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมทีละแผ่น ช้าๆ สลับกับเสียงกระซิบกระซาบของบรรดาผู้สื่อข่าวและทีมกฎหมายฝ่ายจำเลยที่ส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างไม่เกรงใจสถานที่ ผมเดินเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศลอยแตะจมูก ผมเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารที่หล่นอยู่ขึ้นมา จัดเรียงมันให้เข้าที่อย่างเบามือที่สุด ก่อนจะกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "เกมนี้คุณไม่ได้เล่นผิดกติกาหรอกครับ... รินรดา แต่คุณแค่วิ่งอยู่บนสนามที่ถูกพวกมันขุดหลุมพรางไว้ตั้งแต่ก้าวแรกแล้วต่างหาก" เธอยังไม่หันมามองหน้าผม ดวงตาส่งประกายแข็งกร้าวคู่สวยคู่นั้นแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกสะกดกลั้นไว้จนสุดชีวิต เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะหันมาสบตาผมด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด "คุณรู้ใช่ไหมคีย์..." เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาเบาหวิว แต่กลับเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง "คุณรู้มาตลอดว่าผู้พิพากษาคนนั้นรับสินบน... คุณถึงได้ส่งเอกสารชุดนั้นให้ฉันผ่านช่องทางลับ เพื่อให้ฉันเป็นคนเอาหัวชนฝาแทนคุณ ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ ตามวิสัยของคนเจ้าเล่ห์ที่ไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ "ผมเป็นทนายจำเลยนะครับคุณอัยการ หน้าที่ของผมคือหาช่องโหว่เพื่อช่วยลูกความให้อยอดเยี่ยมที่สุด แต่การที่ผมยอมเสี่ยงเอาหลักฐานชิ้นนี้มาให้คุณ... คุณคิดว่าผมทำไปเพราะอยากเห็นคุณพ่ายแพ้เหรอครับ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่น่าเวทนาและบาดลึกถึงขั้วหัวใจยิ่งกว่าเสียงร้องไห้ฟูมฟายเสียอีก "คุณมันก็พวกเดียวกับมัน... พวกฉวยโอกาสบนความล่มสลายของคนอื่น" เธอพูดลอดไรฟัน พยายามสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่ผมกลับเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกของเธอไว้เบื้องหลังเสาหินอ่อนสีเทาขนาดใหญ่ หลบพ้นจากสายตาของผู้คนที่กำลังทยอยเดินออกจากห้องพิจารณาคดี "ปล่อยฉัน!" เธอตวาดเสียงต่ำ "ถ้าผมเป็นพวกเดียวกับมันจริง ๆ ป่านนี้ผมคงนั่งจิบไวน์ฉลองชัยชนะร่วมกับท่าน ส.ส. ธน ภัทร ไปแล้วครับ ไม่มายืนทนฟังคุณต่อว่าอยู่ตรงนี้หรอก" ผมกระซิบตอบ น้ำเสียงของผมเจือความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง ดวงตาของเราสบกันนิ่งในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่มของกันและกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับสถานการณ์อันกดดัน รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของผม เธอกำลังพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากยียวนกวนประสาทที่ผมสวมใส่มาตลอด "แล้วสิ่งที่คุณทำอยู่... มันเรียกว่าอะไรล่ะคีย์?" เธอถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความสับสนระคนตัดพ้อ "ถ้าคุณไม่ได้อยู่ข้างพวกมัน แล้วทำไมเราถึงต้องแพ้ราบคาบแบบนี้?" "เพราะเรายังสู้กับเงาครับ" ผมตอบเสียงนุ่ม แววตาคมกริบทอดมองตรงไปข้างหน้า ณ จุดที่กลุ่มอิทธิพลกำลังเดินหัวเราะร่าออกจากห้องพิจารณาคดีไปพร้อมกับทนายฝ่ายตรงข้าม "การล้มช้างตัวใหญ่ด้วยมือเปล่า มันต้องใช้มากกว่าความถูกต้อง... มันต้องใช้ความอดทน และที่สำคัญที่สุด..." ผมเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของเธอ "...เราต้องยอมเปื้อนโคลน เพื่อลากพวกมันลงมาจมดินให้ได้เสียก่อน" รินรดาชะงักงัน ดวงตาสั่นระริกด้วยความตระหนักรู้ เธอนิ่งอึ้งไปกับคำพูดที่ท้าทายศีลธรรมของผม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่สำหรับคนหลังชนฝาอย่างเธอ ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของผมก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างรุนแรง ขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดระหว่างเรา ผมหยิบมันขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นข้อความนิรนามจากเบอร์แปลก แต่สิ่งที่แนบมากับข้อความนั้นทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบผมแข็งค้างไปในทันที มันคือภาพถ่ายไฟล์เสียงลับความยาวสามนาที... บทสนทนาระหว่างผู้พิพากษาเจ้าของคดีกับมือขวาของ ส.ส. ธนภัทร ที่กำลังตกลงตัวเลขสินบนแปดหลักเมื่อคืนนี้ และที่สำคัญที่สุด... ปลายทางของเบอร์ที่ส่งข้อความนี้เข้ามา คือเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผู้ล่วงลับ... พ่อของรินรดาเอง! ผมหันขวับกลับมามองรินรดาที่กำลังจ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมือผมด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... **ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ**
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%