“เจ้าจะทำอะไรกับเสื้อคลุมของข้ากันแน่ ว่านซือ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของหานลี่เฉิงดังก้องขึ้นในความเงียบงัน ความกดดันจากร่างกายที่สูงใหญ่ของเขากำลังบีบให้พื้นที่ในกระท่อมหลังน้อยดูแคบลงไปถนัดตา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของอดีตทหารผ่านศึกจ้องมองภรรยาที่ครั้งหนึ่งเคยหวาดกลัวเขาจนตัวสั่น แต่ทว่าในยามนี้ หลินว่านซือกลับไม่ได้หลบสายตา
เธอยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของร่างนี้กำลังกำแน่นอยู่ภายในแขนเสื้อ หัวใจของเธอเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อบุรุษตรงหน้า แต่เป็นเพราะ 'สิ่งนั้น' กำลังส่งเสียงเรียกหาเธออยู่ใต้จิตสำนึก
ทันใดนั้น ภาพที่ไม่คุ้นตาแต่ทว่าน่าอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้นในมโนภาพ มันเป็นโถงทางเดินกว้างขวางทอดยาวราวกับโกดังสินค้าไฮเทคในยุคที่เธอจากมา ชั้นวางเหล็กกล้าเรียงรายสูงตระหง่านจนสุดลูกหูลูกตา บนนั้นเต็มไปด้วยเครื่องปรุงรสที่เชฟทุกคนใฝ่ฝัน ทั้งน้ำมันงาสกัดเย็นเข้มข้น เครื่องเทศนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก กระทั่งถุงข้าวหอมมะลิเกรดเอและเนื้อสัตว์ที่ถูกแช่แข็งในอุณหภูมิที่สมบูรณ์แบบ
‘ที่นี่... มันคือขุมทรัพย์ของข้า’ ว่านซือคิดในใจ ประกายตาของเธอเปลี่ยนไปจากความอ่อนแอเป็นความมุ่งมั่นที่เฉียบคม
“ข้าไม่ได้จะทำอะไรเสื้อของท่านหรอกครับ...” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความหนักแน่น “ข้าเพียงแค่กำลังคิดว่า คืนนี้เราควรมีอะไรตกถึงท้องที่มันดีกว่าน้ำต้มผักจืดชืดนั่นเสียที”
หานลี่เฉิงเลิกคิ้วสูง ความประหลาดใจฉายชัดผ่านใบหน้าที่เคร่งขรึม เขาเดินเข้ามาใกล้จนว่านซือได้กลิ่นอายของป่าและหิมะจางๆ จากร่างกายของเขา “เจ้าพูดเหมือนกับว่าในบ้านเรายังมีอะไรเหลือให้กินอยู่”
ว่านซือไม่ตอบ แต่เธอตัดสินใจ ‘หยิบ’ ของบางอย่างออกมาจากมิติในเสี้ยววินาทีที่เขากระพริบตา เธอทำทีเป็นล้วงเข้าไปในย่ามใบเก่าข้างกาย ก่อนจะดึงขวดแก้วบรรจุซอสปรุงรสเข้มข้นและห่อเครื่องเทศแห้งออกมาวางบนโต๊ะไม้ผุๆ
หานลี่เฉิงชะงัก สายตาเขาสลับไปมาระหว่างขวดเครื่องปรุงที่ดูแปลกตาและใบหน้าที่ดูมั่นใจเกินตัวของภรรยา เขาไม่ได้โง่ เขาเป็นอดีตทหารที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน ความเปลี่ยนแปลงของคนตรงหน้ามีนัยสำคัญบางอย่างที่ซ่อนอยู่
“เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน?” เขาถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือข้างหนึ่งบนขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ
“ของพวกนี้... คือสมบัติที่ข้าได้รับจากสวรรค์หลังจากรอดตายมาได้ ท่านจะถือว่ามันเป็นโชคชะตา หรือเป็นของฝากจากบรรพบุรุษก็ได้” ว่านซือยิ้มที่มุมปาก มือเรียวเปิดฝาขวดออก กลิ่นหอมของน้ำมันพริกและเครื่องเทศสูตรพิเศษฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อม กลิ่นนี้มันไม่ใช่กลิ่นของอาหารบ้านๆ ในยุคสมัยนี้ แต่มันคือกลิ่นของระดับภัตตาคารที่หาไม่ได้ในหมู่บ้านทุรกันดารแห่งนี้
หานลี่เฉิงสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาของเขาหรี่ลง ความหิวโหยเริ่มเข้าครอบงำประสาทสัมผัส เขาไม่ใช่คนช่างพูด แต่การที่เขายอมลดการป้องกันลงและนั่งลงบนม้านั่งไม้ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขาพร้อมจะเปิดใจยอมรับ ‘กติกาใหม่’ ที่ว่านซือกำลังจะเริ่มขึ้น
“หากเจ้าทำให้อร่อยได้สมกับกลิ่นที่ลอยอยู่นี่ ข้าจะช่วยเจ้าจัดการกับพวกญาติฝ่ายนั้นที่คอยมาหาเรื่องไม่หยุดหย่อนเอง” หานลี่เฉิงกล่าวเบาๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นจริงจังราวกับให้คำสัตย์ปฏิญาณ
ว่านซือหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบมีดสั้นที่เขาเคยใช้ล่าสัตว์ขึ้นมาถือไว้ มันดูไม่สอดคล้องกันเท่าไหร่นักกับท่าทางของเชฟระดับห้าดาว แต่เธอก็พลิกแพลงมันได้อย่างคล่องแคล่ว “จัดการพวกเขาน่ะเป็นงานของท่าน ส่วนงานของข้าคือการทำให้ท่านลืมรสชาติของน้ำต้มผักไปตลอดกาล”
คืนนั้น ในโกดังมิติส่วนตัวของเธอ ข้าวของเครื่องใช้ที่ทันสมัยค่อยๆ ถูกย้ายออกมาทีละชิ้น ทั้งกระทะเหล็กหล่ออย่างดีและวัตถุดิบชั้นเลิศ ว่านซือเริ่มรังสรรค์เมนูที่ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้เคยสัมผัสมาก่อน เสียงการผัดอาหารในกระทะดังฉ่า สลับกับกลิ่นหอมหวนที่โชยออกไปนอกหน้าต่างกระท่อม กลิ่นหอมของเนื้อผัดพริกแห้งและเครื่องเทศสูตรลับที่เย้ายวนจนน่าประหลาด
ทว่า ในขณะที่ความสุขของการทำอาหารกำลังดำเนินไป ความเงียบของหมู่บ้านในช่วงดึกสงัดก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานไม้เก่าๆ แทบพังลงมา
“หานลี่เฉิง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังทำอะไรกินกันอยู่ กลิ่นแบบนี้มันไม่ใช่ของที่คนอย่างพวกเจ้าจะมีปัญญาหามาได้หรอก!” เสียงของแม่สามีจอมฉวยโอกาสดังแผดขึ้นข้างนอก พร้อมกับเสียงผลักไสไล่ส่งจากคนในบ้านใหญ่ที่ตามมาสมทบ
หานลี่เฉิงชะงักมือจากการช่วยงาน เขามองหน้าภรรยาที่ยังคงถือตะหลิวไว้ในมือ ใบหน้าของว่านซือเรียบเฉย ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏแม้แต่น้อย เธอวางจานเนื้อผัดลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปที่ประตูด้วยท่าทางดั่งนางพญา
ทว่าในจังหวะที่มือของเธอกำลังจะแตะสลักประตูนั้นเอง หานลี่เฉิงก็คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “อย่าเพิ่งเปิด... ดูเหมือนพวกเขากำลังพา ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ มาด้วย”
ว่านซือเพ่งสายตาผ่านช่องรอยแตกของประตูไม้ และสิ่งที่เธอเห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลงทันที เพราะชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มญาติของสามีนั้น ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นชายชุดดำที่มีตราประทับของจวนขุนนางชั้นสูงที่เพิ่งสั่งเนรเทศตระกูลของเธอมาหมาดๆ... และในมือของเขา ถือถุงผ้าที่ภายในมีกลิ่นอายประหลาดที่ทำให้โกดังมิติในหัวของเธอสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนที่สองนี้นะครับ!
บันทึกครัวหลังบ้านกับนายพรานน้ำแข็ง•ตอนที่ 2
โกดังมิติอเนกประสงค์
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกครัวหลังบ้านกับนายพรานน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
