เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทลงบนโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวมุกที่ตั้งอยู่ริมขอบสะเทือนจนผิวน้ำกาแฟสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย
"ผมไม่อนุญาตให้ใช้เสาเหล็กกล่องขนาดนี้ครับ คุณริญณา มันทำลายสัดส่วนและทัศนียภาพของโครงสร้างอาคารที่ผมวางผังไว้หมด"
เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทราวกับแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นทันที โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาจากแปลนกระดาษขนาดใหญ่ที่กางขวางอยู่ตรงกลางระหว่างเขาทั้งคู่ ภาคินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมมองลอดผ่านเลนส์ด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
ริญณาชะงักปลายปากกาหมึกซึมในมือ เธอกะพริบตาช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่า 'เจ้าชายน้ำแข็ง' แห่งวงการออกแบบ รินไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มเคลือบลิด스틱สีแดงระเรื่อยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันที่อีกฝ่ายเกลียดแสนเกลียด
"ถ้าฉันไม่ใช้เสาเหล็กกล่องรับน้ำหนักตรงจุดนี้ ตามแบบที่นายฝันหวานเอาไว้ ไอ้อาคารรูปทรงบิดเกลียวประหลาดๆ ของนาย มันคงพังครืนลงมาฝังร่างสถาปนิกสมองนิ่มอย่างนายตั้งแต่ยังสร้างไม่ถึงชั้นสามแล้วล่ะค่ะ คุณภาคิน"
เสียงหวานใสกังวานตอกกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดريดแทงเข้าที่ความหยิ่งทะนงของชายหนุ่มอย่างจัง
นี่คือผลงานความบรรลัยที่ผู้บริหารระดับสูงประทานให้ เมื่อบริษัทสถาปัตยกรรมและบริษัทวิศวกรรมต้องควบรวมโปรเจกต์เร่งด่วน 'The Helix Oasis' โรงแรมหรูระดับหดาวันละหลายสิบล้านบาท ทำให้คู่กัดตลอดกาลอย่างเขาและเธอ ถูกจับมานั่งแชร์โต๊ะทำงานตัวเดียวกัน ในห้องกระจกใสแจ๋วใจกลางออฟฟิศ เพื่อให้ "ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด" ตามคำสั่งเฉียบขาดที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
ภาคินแค่น ัฮในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "สมองนิ่มเหรอคะ? แปลนนี้ผ่านการคำนวณและวิเคราะห์ความงามมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ที่คุณรินกำลังทำอยู่ มันเป็นการทำลายศิลปะเพื่อความปลอดภัยแบบขี้ขลาดตาขาวต่างหาก วิศวกรจบใหม่จากสถาบันดังเสียเปล่า แต่กลับมองไม่เห็นความงามของเส้นสายสถาปัตยกรรม"
"ศิลปะกินไม่ได้หรอกค่ะคุณคิน ถ้าตึกถล่มทับหัวแขกวีไอพีตายคาล็อบบี้ ต่อให้เส้นสายของนายจะสวยหยาดเยิ้มแค่ไหน นายก็คงต้องไปวาดแปลนอยู่ในคุกแทนที่จะเป็นห้องทำงานหรูๆ นี่นะ" ริญณาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตสีนิลวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวข้ามโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยเข้าแตะจมูกของชายหนุ่ม
ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นที่ปะทะเข้ากับแก้วหูทำให้สมาธิที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในเสี้ยววินาที เขากวาดตามองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันทั้งหมั่นไส้ อยากจับตีสักทีสองที และ... น่าแปลกที่เขาละสายตาไปไม่ได้เลย
"ถอยไป" ภาคินกดเสียงต่ำ ขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าความใกล้ชิดเมื่อครู่กลับทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้บนผิวแก้มของเขาอย่างน่าประหลาด "อย่ามาล้ำเส้นการทำงานของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนโครงสร้างหลักโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผม"
"อ้าว! พูดแบบนี้ก็สวยซิคะ" ริญณาเท้าสะเอว แววตาซุกซนฉายชัดความกวนประสาท "โต๊ะตัวนี้ก็ครึ่งหนึ่งของฉัน แปลนแผ่นนี้ฉันก็เป็นคนแก้ให้ ฐานะพาร์ทเนอร์จำเป็นที่ถูกบังคับให้มานั่งหายใจรดต้นคอกันแบบนี้ ฉันมีสิทธิ์ขาดครึ่งหนึ่งเหมือนกันค่ะคุณชาย!"
บรรยากาศในห้องทำงานกระจกใสเริ่มระอุขึ้นเรื่อยๆ แรงปะทะระหว่างความเนี้ยบเฉียบขาดของสถาปนิกหนุ่มกับความแสบคันหัวรั้นของวิศวกรสาว กำลังสร้างสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่ผลักและดึงกันอย่างรุนแรง ภาคินกัดฟันกรอด เขายื่นมือหนาหมายจะดึงแปลนกระดาษกลับมาอยู่ในฝั่งของตน แต่ทว่ามือเรียวบางของริญณากลับคว้าหมับลงที่มุมกระดาษอีกด้านทันที
ยื้อมือกันไปยื้อกันมา ร่างของทั้งคู่จึงขยับเข้าใกล้กันโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งปลายนิ้วของเขาแตะโดนหลังมือของเธอ ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวภาคินปะทะเข้ากับความอุ่นซ่านจากผิวของริญณา ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ทั้งคู่ชะงักค้าง ดวงตาสองคู่สบประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
หัวใจของภาคินเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่น่าเชื่อ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ริญณาก็เผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นแววตาไหววับที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นนั้น มันไม่ใช่แววตาเย็นชาอย่างที่เคยเป็น แต่มันมีความดุดันและร้อนรุ่มบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างคนทั้งคู่ รินสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก เช่นเดียวกับภาคินที่กระแอมไอออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราดน้ำแข็งใส่ทันที
ประตูห้องเปิดออก พร้อมกับร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าเสมอ ธนณ์ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตาคมกวาดมองคนทั้งคู่ที่ยืนห่างกันคนละมุมโต๊ะด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
"ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า พอดีผมเอาแบบแปลนส่วนฟาซาดอาคารมาให้คุณรินตรวจสอบความเรียบร้อย... เอާ คิน หน้าแดงๆ นะ เป็นอะไรร้อนหรือเปล่าห้องนี้?"
ภาคินตวัดสายตาคมกริบมองรุ่นพี่หนุ่มทันที ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลเมื่อเห็นรอยยิ้มสนิทสนมที่ธนณ์ส่งให้หญิงสาวตรงหน้า ขณะที่ริญณากลับหันไปฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้แขกผู้มาใหม่ทันทีอย่างไร้มารยาทต่อหน้าเขา
"ไม่ร้อนเลยค่ะพี่ธนณ์ แต่พอดีกำลังคุยงานกับ 'พาร์ทเนอร์' จอมเฮงซวยจนเกือบจะได้วางมัยสู้กันอยู่แล้วเชียวค่ะ ดีนะที่พี่มาช่วยชีวิตไว้ทัน ไม่งั้นแถวนี้คงมีคนหัวแตกแน่ๆ"
ธนณ์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "งั้นเหรอครับ งั้นเดี๋ยวเราไปคุยรายละเอียดส่วนของพี่ที่ห้องรับรองข้างๆ ดีกว่านะริน ปล่อยให้คุณสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบเขาอยู่ทบทวนความผิดพลาดคนเดียวไปก่อน"
สิ้นคำพูดของธนณ์ ริญณาก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอรวบแฟ้มของตัวเองแล้วหมุนตัวเตรียมเดินตามรุ่นพี่หนุ่มออกไปทันที ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเล็กถูกกระชากด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอเซถลาถอยหลังกลับไปปะทะกับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างแรง
ภาคินก้มลงกระซิบชิดริมใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธที่ระงับไม่อยู่ ดวงตาคมกริบฉายแววหึงหวงอย่างปิดไม่มิด
"คุณไม่มีสิทธิ์เดินออกไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเราจะเคลียร์เรื่องแปลนนี้ให้จบ... และห้ามไปไหนกับมันทั้งสิ้น!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความละมุนและปั่นป่วนหัวใจนี้ด้วยกันนะคะ
*เหมยฮวาแรกแย้ม*
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 1
สงครามบนแปลนกระดาษ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!