"ถ้ารุ่นพี่ธน์ว่างมากจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก เดี๋ยวรินเรียกวินมอเตอร์ไซค์หน้าไซต์งานมาส่งให้เอาไหมคะ?"
น้ำเสียงหวานใสที่เจือความประชดประชันเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่หนาหนักจนเกือบจะหยิบจับเป็นรูปเป็นร่างได้ รินณาไม่ได้ขยับถอยหลังหนีจากรัศมีคุกคามของธน์ แต่เลือกที่จะยกแขนขึ้นกอดอก แล้วส่งยิ้มหวานแบบพิมพ์นิยมที่เคลือบยาพิษไปให้แทน ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างเปิดเผย ขณะที่หางตากลับเหลือบไปมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มอีกคนที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างเสาเข็มจำลอง
ภาคินไม่ได้พูดอะไรสักคำ...
นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับ ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ แห่งวงการสถาปัตยกรรม เขาร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ แตกต่างจากมาดเนี๊ยบยามปกติลิบลับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงหรี่ลงมองธน์ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาเป็นระลอก ประกายไฟราวกับจะเผาไหม้อากาศรอบตัวให้มอดไหม้เป็นจุล รินณากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืนเมื่อสัมผัสได้ถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดถロบพวกเขาทั้งสามคนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
"พี่แค่เป็นห่วงน้องรินครับ ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ ผู้หญิงตัวคนเดียว..." ธน์ยังคงตีหน้าซื่อ ส่งยิ้มพยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนดี แต่ความเจ้าเล่ห์ในแววตานั้นกลับปิดไม่มิด
"ผู้หญิงตัวคนเดียวคนนี้ถือประแจเลื่อนขนาดสิบสองนิ้วอยู่ค่ะรุ่นพี่ และถ้าพี่ไม่ถอยออกไปในสามวินาที ประแจอันนี้คงได้ไปทักทายกระดูกสะบ้าของพี่แทนที่จะเป็นโครงสร้างเหล็กแน่ๆ" รินณาตัดบทเสียงเฉียบ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความดุดันแบบที่ทำให้ผู้ชายหลายคนต้องถอยกรูด
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันก็ดังขึ้นจากมุมมืด
"ถ้าหมดธุระแล้ว ก็เชิญกลับครับ แบบแปลนชุดนี้ผมกับวิศวกรของผมต้องเคลียร์ต่อให้เสร็จคืนนี้ ไม่อยากต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญมารบกวนสมาธิ"
ภาคินก้าวเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างรินณาและธน์อย่างไร้มารยาท ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของเธอไว้จนมิด แต่กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยประหลาดที่ทำให้หัวใจของวิศวกรสาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ธน์หน้าเสียไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา ยอมถอยหลังก้าวหนึ่งแล้วยักไหล่
"โอเคครับคุณภาคิน หวังว่าผลงานเช้าพรุ่งนี้จะสมบูรณ์แบบสมกับความปากดี เอ้ย ความมั่นใจก็แล้วกันนะ" ธน์ทิ้งท้ายด้วยสายตาแพรวิพากษ์ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป เสียงฝีเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
รินณาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ปล่อยลมร้อนออกจากอกเพื่อระบายความอึดอัด เธอกำลังจะหันไปเอ่ยปากแซะคนตัวสูงที่ยังคงยืนค้ำฟ้าตีหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้า แต่ภาคินกลับหมุนตัวขวับแล้วเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในห้องทำงานกระจกชั่วคราวทันทีโดยไม่พูดสักแอะ
"อะไรของเขาเนี่ย ประจำเดือนไม่มาหรือไงวะ..." เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เดินตามเข้าไป
ภายในห้องทำงานเปิดไฟสว่างจ้า กองเอกสาร แบบพิมพ์เขียว และโมเดลจำลองกระจัดกระจายเต็มโต๊ะทำงานตัวยาว กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดำคั่วเข้มลอยเตะจมูก ภาคินนั่งลงที่เก้าอี้ทำงาน ดึงแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วมือกดนวดหว่างคิ้วของตัวเองอย่างอ่อนล้า แผ่นหลังกว้างใต้ร่มผ้าขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเข้าออกที่ลึกกว่าปกติ
รินณาเดินเข้าไปใกล้ วางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา เสียงแก้วกระทบผิวไม้เบาๆ ทำให้ภาคินเงยหน้าขึ้นมอง
"อะไหร่?" เขาถามเสียงห้วน หางเสียงตึงเครียดเสียจนน่าหมั่นไส้
"กาแฟค่ะคุณสถาปนิกผู้ประเสริฐ เดี๋ยวช็อกตายคาโต๊ะซะก่อน งานฉันจะพลอยล่มไปด้วยเพราะไม่มีคนเซ็นอนุมัติแบบโครงสร้าง" รินณาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทไม่แพ้กัน เธอดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาย่อเหลือเพียงความกว้างของโต๊ะทำงานตัวเดียว
ภาคินมองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้มีคราบเขม่าดินสอเปื้อนอยู่ตรงแก้มข้างซ้ายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เขาชะงักไปนิด แววตาดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเหลือเพียงความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความซึนเดเระอย่างแนบเนียน
"ใครใช้ให้เธอไปยืนยิ้มรับไอ้บ้านั่น" จู่ๆ น้ำเสียงที่หลุดออกมาก็เจือความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด
รินณาชะงัก เผลอเลิกคิ้วขึ้นสูง "หืม? คุณว่าอะไรนะคะ? ฉันไปยิ้มตอนไหน พูดให้มันดีๆ นะคะคุณภาคิน ฉันเกือบจะเอาประแจฟาดหน้าเขาสะบั้นอยู่แล้วต่างหาก เลิกใส่ร้ายวิศวกรสาวผู้เรียบร้อยคนนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"เรียบร้อย..." ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับพราวระยับขึ้นมาวบหนึ่ง "ผู้หญิงเรียบร้อยที่ไหนเขาพกประแจสิบสองนิ้วไว้ขู่ฆ่าคนอื่นกัน"
"ก็ผู้หญิงที่ต้องทำงานร่วมกับสถาปนิกปากปีจออย่างคุณไงคะ!" รินณาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย บรรยากาศรอบตัวเริ่มระอุขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยความโกรธเกรี้ยวแบบเมื่อครู่ แต่เป็นความร้อนรุ่มแบบแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาคินไม่เถียงต่อ เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวและแข็งกระด้างตามแบบฉบับคนทำงานหนักสัมผัสเข้าที่ข้างแก้มของเธอเบาๆ รินณาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลลมหายใจติดขัดขึ้นมาดื้อๆ เมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ
"เปื้อน..." ภาคินกระซิบเสียงพร่า แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่มันกลับดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยรอยเปื้อนสีดำบนแก้มเธออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วผิวแก้มจนมันร้อนผ่าวขึ้นมาสีแดงจัด
รินณารู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องโครงสร้างเหล็กและแรงเฉือนกลับว่างเปล่าสนิท กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นกาแฟคั่วจากตัวเขายิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนทำงานหนักเกินพิกัด เธอมองริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังขยับพูดคำว่าอะไรสักอย่าง แต่หูของเธอกลับไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามดังสนั่น
กาแฟหมดไปหลายแก้วแล้วในคืนนี้... แต่ความรู้สึกที่พุ่งพล่านอยู่ข้างในกลับชัดเจนและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะควบคุมไม่อยู่
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเธอเปลี่ยนไปจากเดิม มันไม่ใช่การเรียกแบบหาเรื่องหรือประชดประชัน แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ข้างในจนแทบจะล้นทะลักออกมา ภาคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะโดนกับแก้มของเธออยู่รอมร่อ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างพวงแก้มจนขนลุกซู่
รินณากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองสั่งให้ถอยหลัง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการนั่งนิ่งสนิท รอคอยให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น...
ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะขยับเข้าหาและระยะห่างถูกบดบังจนมิดด้วยเงาของกันและกัน—
*ปัง!*
เสียงประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจของใครบางคนดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
"ริน! แย่แล้วแก! แบบโครงสร้างโซน C ที่เราคำนวณไว้..." เสียงของมีนเพื่อนสนิทดังลั่นห้องพร้อมกับร่างที่พุ่งพรวดเข้ามา ก่อนที่เธอจะชะงักกึกอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ภาคินผละตัวออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่รินณารีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรแก้สถานการณ์ มีนก็เบิกตากว้างขึ้นไปอีกเมื่อเหลือบไปเห็นบางอย่างที่หน้าประตูตึก—
"เอ่อ... แก... คือว่า... มีคนอื่นมาเพิ่มอีกคนแล้ววะ..." มีนชี้มือสั่นเทาไปด้านหลัง
รินณาและภาคินขมวดคิ้วพร้อมกัน หันไปมองที่ประตูทางเข้าพร้อมๆ กัน และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของทั้งคู่ก็แทบจะหยุดนิ่ง
---
*(เชิงอรรถจากนักเขียน)*
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ* 💖
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 25
คืนอันยาวนานกับการแก้แบบครั้งประวัติศาสตร์
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!