เซียนสุราไร้พ่ายกับนางเซียนผู้ตัดบ่วงมาร•ตอนที่ 1

เหล้าหนึ่งจอก กับนางเซียนหน้าตาย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
หัวกระโหลกมนุษย์กลิ้งหลุนๆ ไปหยุดแทบเท้าของข้า เสียงโครมครามจากการพังทลายของประตูไม้สนกระหน่ำซัดเข้ามาในโรงเตี๊ยม ‘วายุบูรพา’ ราวกับเสียงคำรามของอสูรร้าย ฝุ่นผงคละคลุ้งจนแสบจมูก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นคาวเลือด คือกลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากเบื้องนอก “ไอ้สุนัขตัวไหนอยากตายก่อน ก้าวออกมา!” เสียงตะโกนดังกึกก้องสะเทือนหลังคาโรงเตี๊ยม หัวหน้าโจรป่า ‘พยัคฆ์ทมิฬ’ นามว่า หง Shixiong ก้าวเข้ามาพร้อมกับดาบใหญ่ยาวห้าฟุตพาดบ่า ร่างกายของมันกำยำราวกับเหล็กกล้า รอยแผลเป็นจากหน้าผากลากยาวลงมาถึงมุมปากทำให้มันดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น ด้านหลังของมันคือสมุนโจรนับสิบชีวิตที่ถืออาวุธครบมือ ดวงตาดุจหมาป่าหิวกระหายกวาดมองไปทั่วโต๊ะอาหารที่แขกเหรื่อต่างพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน ทว่า… กลางโรงเตี๊ยมที่ผู้คนกำลังหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต กลับมีโต๊ะไม้เก่าๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่สงบนิ่งราวกับอยู่คนละมิติ บุรุษในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่งกำลังใช้ตะเกียบหนีบเนื้อหมูผัดพริกเข้าปากอย่างใจเย็น มือซ้ายถือไânเหล้าหยกขาวที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของสุราหมักร้อยปี เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ด้วยปิ่นไม้ไผ่ ใบหน้าคมคายติดจะกวนประสาทเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนนอนไม่พอ แต่กลับมีความคมกริบดุจประกายกระบี่ซ่อนอยู่ภายใน เขาคือ ไป๋อวิ๋น… จอมยุทธ์พเนจรผู้ไม่เคยแยกแยะออกว่า ระหว่างสุรากับความตาย สิ่งใดน่ารื่นรมย์กว่ากัน “รสชาติใช้ได้… เสียแต่ว่าคนรบกวนการกินของผู้อื่น ช่างไร้มารยาทสิ้นดี” ไป๋อวิ๋นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะยกไหเหล้าขึ้นซดอึกใหญ่ ของเหลวสีใสไหลรินผ่านมุมปากลงสู่คอเสื้ออย่างไม่ยี่ห้อต่อสถานการณ์ตรงหน้า หง Shixiong หรี่ตามองบุรุษขี้เมาผู้นี้ด้วยความฉุนเฉียว มันตบโต๊ะข้างๆ จนแตกละเอียดด้วยพลังปราณ “ไอ้สวะเจ้าสำราญ! หูหนวกหรือไงวะ? ส่งถุงเงินและสตรีโต๊ะนั้นมา มิฉะนั้นวันนี้ที่นี่จะกลายเป็นหลุมศพของพวกแก!” สายตาดุร้ายของโจรเฒ่ามองเลยไปยังมุมห้อง มืดสลัวและเงียบงัน ที่นั่น… มีสตรีร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์นางหนึ่งนั่งอยู่ นางไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย รัศมีเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีแผ่ขยายออกมารอบตัวจนหยดน้ำบนคโต๊ะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาหิมะเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นเย็นชาดุจมองซากศพ นางคือ มู่หลานถิง ศิษย์เอกแห่งสำนักหิมะนิรันดร์ ผู้มาเยือนแดนใต้เพื่อสะสางหนี้เลือด นางไม่แม้แต่จะชายตามองพวกโจรป่า ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า ไป๋อวิ๋นเหลือบมองนางแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก “แม่นาง… ดูท่าทางเจ้าจะฮอตเสียเหลือเกินนะ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็มีสุนัขบ้าวิ่งตามมาเห่าหอนไม่ขาดสาย” มู่หลานถิงปรายตามองเขาด้วยหางตา น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาดุจสายลมหนาวพัดผ่านยอดเขา “หากเจ้ายังไม่อยากตายปากเปื่อย ก็หุบปากแล้วไสหัวไปเสีย” “โอው เย็นชาเสียจริง ระวังเถอะ หน้าตาบึ้งตึงเช่นนี้ ระวังจะขึ้นคานจนแก่เฒ่า ไม่มีบุรุษคนไหนกล้าขอแต่งงานหรอก” ไป๋อวิ๋นหัวเราะร่า ยกไหเหล้าขึ้นคารวะนาง ท่าทีไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศอันตึงเครียดรอบตัวเลยแม้แต่น้อย “เจ้าเด็กเหลือขอ!” หง Shixiong คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเมินเฉย มันสะบัดดาบใหญ่ในมือ พลังปราณธาตุลมสีดำพวยพุ่งออกมาจากคมดาบ ก่อเกิดเป็นคลื่นพายุหมุนขนาดย่อมพัดทำลายข้าวของในโรงเตี๊ยมกระจุยกระจาย มันพุ่งเข้าหาไป๋อวิ๋นด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หมายจะผ่าร่างของจอมยุทธ์ขี้เมาออกเป็นสองซีกในกระบวนท่าเดียว บรรดาโจรป่าส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ ทว่า ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง… *แกร๊ง!* เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน! ไม่มีใครมองเห็นว่าไป๋อวิ๋นชักกระบี่ออกจากฝักเมื่อใด รู้ตัวอีกที ฝักกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ในมือขวาของเขาก็ยกขึ้นรับคมดาบหนักห้าชั่งของหง Shixiong ไว้ได้อย่างแม่นยำ ราวกับมันรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าดาบจะฟันมาที่จุดใด แรงกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกละเอียดเป็นผุยผง คลื่นพลังปราณสะท้อนกลับจนพวกโจรป่าระดับล่างต้องถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตื่นตระหนก หง Shixiong หน้าเปลี่ยนสี ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มันพยายามเร่งพลังปราณทั้งหมดกดทับลงไป แต่ไม่ว่าจะโถมแรงสักเท่าไร ดาบใหญ่ในมือก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนลงไปได้แม้แต่นصفนิ้ว ราวกับฟันลงบนภูเขาเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลาย “ฝีมือไม่เลว… พลังปราณสายพยัคฆ์คลั่งนี่ก็นับว่าฝึกมาได้ไม่เลวร้าย” ไป๋อวิ๋นแย้มยิ้มบางๆ ดวงตาคู่นั้นฉายแววเย้ยหยัน “แต่เสียดาย… เจ้า ดื่มเหล้าไม่เป็น!” สิ้นเสียงคำว่า ‘ไม่เป็น’ ไป๋อวิ๋นก็สะบัดข้อมือเบาๆ *เปรี้ยง!* พลังปราณสุราอันไร้ลักษณ์และทรงพลังระเบิดออกมาจากฝักกระบี่ไม้ไผ่ พลังอันมหาศาลซัดกระหน่ำใส่ร่างของหง Shixiong จนกระเด็นลอยละลิ่วทะลุกำแพงโรงเตี๊ยมออกไปอย่างไร้การต้านทาน ร่างหนาๆ ของหัวหน้าโจรป่ากระแทกเข้ากับโขดหินใหญ่ด้านนอกจนกระอักเลือดคำโตออกมาเป็นสีดำสนิท สลบเหมือดไปในทันที ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยมในพริบตา สมุนโจรป่าที่เหลือต่างหน้าซีดเผือด ขาสั่นเทา ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นหัวหน้าของพวกมันพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว ไป๋อวิ๋นค่อยๆ ดึงฝักกระบี่กลับมาเหน็บไว้ที่เอว ยื่นมือไปหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างสบายใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาส่ายหัวเบาๆ “น่าเบื่อเสียจริง ยังไม่ทันได้บริหารเส้นสายเลยด้วยซ้ำ” เขามองกลับไปยังมุมห้อง มู่หลานถิงยังคงนั่งอยู่ที่เดิม นางไม่ได้ตกใจกับฝีมืออันร้ายกาจของเขาแม้แต่น้อย แต่แววตาคู่สวยที่มองมากลับมีความระแวงและประกายความสนใจวาบผ่านอย่างรวดเร็ว “วิชากระบี่สุราไร้ลักษณ์… เจ้าเป็นใครกันแน่?” เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยถามขึ้นเป็นครั้งแรก บรรยากาศรอบตัวนางเริ่มหนาทึบขึ้นด้วยพลังปราณความเย็น ไป๋อวิ๋นหัวเราะในลำคอ ยื่นไหเหล้าออกไปข้างหน้าเล็กน้อย “ข้าก็เป็นเพียงคนจรจัดผู้หนึ่งที่รักในรสชาติของสุราและ… ความยุติธรรมนิดหน่อยเท่านั้นเองแม่นาง” ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากนอกโรงเตี๊ยม ท้องน้ายามราตรีที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานของคบเพลิงนับร้อยที่รายล้อมอาคารไม้แห่งนี้ไว้จนมิดชิด เงาร่างนับไม่ถ้วนในชุดเกราะสีดำสนิทของ ‘กองกำลังทหารมารโลหิต’ ยืนตระหง่านอยู่บนหลังคา พร้อมกับธนูอาบยาพิษนับร้อยคันที่เล็งตรงมายังหน้าต่างและประตูโรงเตี๊ยม และที่น่ากลัวที่สุดคือ… บนยอดไม้สูงใหญ่เบื้องนอก มีร่างของชายชราในชุดคลุมสีเลือดผู้หนึ่งกำลังยืนไขว้มืออยู่บนยอดใบไม้ รัศมีพลังปราณระดับ ‘ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์’ กดทับลงมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ชายชราผู้นั้นกวาดตามองเข้ามาด้านใน ก่อนจะหัวเราะเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก “ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดก็เจอตัวพวกเจ้าหนูแมลงสาบสองตัวนี้เสียที… สำนักหิมะนิรันดร์คิดว่าจะซ่อนตัวพ้นหรือ?” ไป๋อวิ๋นหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัว เขาหันไปมองมู่หลานถิงที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือกเล็กน้อยเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของชายชราผู้นั้น “ดูท่าทาง… วันนี้ข้าคงไม่ได้กินอาหารมื้อนี้ให้ราบรื่นเสียแล้วกระมัง” ไป๋อวิ๋นกล่าวเสียงเบา ชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ เสียงคมดาบเสียดสีกับไม้ดังขึ้นครืดคราดราวกับเสียงคำรามของมังกรที่ตื่นจากการหลับใหล มู่หลานถิงลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่หิมะในมือเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า นางเหลือบมองบุรุษข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน “นั่นคือ… ผู้อาวุโสโลหิตทมิฬ ผู้สังหารอาจารย์ของข้า…” ************************************************** ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้าในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่ายกับนางเซียนผู้ตัดบ่วงมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%