สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 30

พายุเข้าไซต์งาน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แผ่นแปลนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแผ่นใหญ่ถูกกางทับลงบนโต๊ะสนามชั่วคราว เสียงฝนที่กระหน่ำซัดสสาดเข้าใส่หลังคารatriumชั่วคราวของไซต์งานดังสนั่นแข่งกับเสียงลมกรรโชกแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจ กวินท์ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวที่มักจะถือดินสอไขแสงอยู่ตลอดเวลาในตอนนี้กำลังกดทับลงบนมุมกระดาษพิมพ์เขียวที่เริ่มชื้นละอองฝน ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขพิกัดโครงสร้างคานรับน้ำหนักชั้นบนสุดด้วยความเคร่งเครียด "ถ้าเราไม่ยอมสั่งเบรกการเทปูนคอนกรีตชุดนี้ตอนนี้ แรงดันจากกระแสลมพายุที่โหมเข้ามาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะทำให้โครงสร้างสั่นพ้อง... ภีม คุณก็รู้ว่าเสาหลักโซน B รับแรงเฉือนไม่ไหวแน่ถ้าหน้างานยังดื้อรั้นจะเทต่อ" น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้ตื่นตระหนก แต่เรียบเฉย เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง กวินท์ปรายตามองชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อช็อปวิศวกรที่เปียกชื้นลู่แนบไปกับแผ่นอกกว้าง ภีมยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองแผนผังวิศวกรรมตรงหน้าด้วยซ้ำ แต่กำลังจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคนพูดที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้กันแม้ในนาทีวิกฤต "ผมเป็นวิศวกรคุมงานโครงสร้าง คุณเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ... หน้าที่คำนวณการรับน้ำหนักตึกหลังนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผม กวินท์" ภีมเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานข้ามคืน "และผมบอกคุณแล้วว่า ถ้าเราหยุดเทคอนกรีตกลางคันตอนนี้ รอยต่อซีเมนต์จะเสียรูป ถือเป็นการเสียหายระดับโครงสร้างที่แก้ไม่ได้ในระยะยาว" "แต่ถ้าตึกพังลงมาก่อนที่คุณจะได้รอยต่อซีเมนต์ที่สมบูรณ์แบบ ชีวิตคนงานนับร้อยชีวิตในไซต์นี้ใครจะรับผิดชอบ!" กวินท์ตบมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ทิฐิสูงส่งถูกกระตุ้นจนพุ่งพล่าน "อย่าเอาความมั่นใจแบบโง่ๆ ของคุณมาเดิมพันกับความปลอดภัยนะ ภีม!" "ใครกันแน่ที่ดื้อรั้น!" ภีมก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างโต๊ะทำงานแคบลงทันตาเห็นเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของสถาปนิกปากเก่ง กลิ่นอายฝนผสมกับกลิ่นบุรุษเฉพาะตัวปะทะเข้ากับจมูกของกวินท์จนหัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณห่วงโครงสร้างตึก... หรือคุณห่วงผมกลัวว่าผมจะเจ็บตัวกันแน่ กวินท์?" คำถามนั้นพุ่งตรงเข้ามากลางใจ ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิในเตาหลอมปูน กวินท์ชะงักไปชั่ววินาที ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหวระริกขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะรีบซ่อนมันไว้ใต้แพขนตางอนหนา "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลย, คุณวิศวกร" กวินท์เชิดคางขึ้น ยิ้มเยาะด้วยมุมปากอย่างถือดี แม้หัวใจจะเต้นรัวระคนสั่นไหวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันแค่ไม่อยากให้ผลงานระดับ Masterpiece ของฉันต้องมาพังครืนลงมาเพราะความหัวรั้นของคนไม่มีเหตุผลอย่างคุณ" ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดหย่อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ความดื้อรั้นและท่าทีปากร้ายที่คอยแต่จะหาเรื่องจิกกัดกันอยู่ทุกวี่ทุกวัน ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าวนี้ ซ่อนความรู้สึกที่ร้อนแรงและคลั่งไคล้อีกฝ่ายไว้มากขนาดไหน โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงคำถามที่ค้างคาใจมาจากคืนก่อน—ในเมื่อกวินท์เป็นฝ่ายเปิดช่องให้ตามตื๊อขนาดนี้แล้ว มีหรือที่คนอย่างกวินท์จะยอมปล่อยให้ความสัมพันธ์นี้หยุดอยู่แค่การทะเลาะเบาะแว้ง พายุภายนอกยังคงโหมกระหน่ำ ฝนสาดซัดกระเบื้องหลังคาราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย แต่พื้นที่แคบๆ ตรงมุมโต๊ะสนามกลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ไม่อาจต้านทาน "ถ้าผมพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงสร้างนี้ปลอดภัย... และเราผ่านคืนพายุนี้ไปด้วยกันได้" ภีมโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นฝนและความดุดันในแววตานั้นทำให้กวินท์เผลอกลั้นหายใจ "คุณต้องตอบคำถามที่ผมค้างไว้เมื่อคืน... แบบตรงไปตรงมา ห้ามเก๊ก ห้ามปากแข็ง อีกต่อไป" กวินท์เบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระกระสนหนีความจริง ร่างเพรียวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะ ไร้ทางหนีทีไล่โดยสมบูรณ์ มือเรียวพยายามจะผลักแผงอกอีกฝ่ายออกแต่กลับถูกมือหนาคว้าจับไว้มั่น แนบฝ่ามือลงบนตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นรัวของอีกฝ่ายอย่างจงใจ "คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองในเวลานะ..." เสียงของกวินท์เริ่มสั่นพร่า ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วของภีมไล้เบาๆ ที่ข้อมือ "ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง... โดยเฉพาะสิทธิ์ในตัวสถาปนิกปากจัดคนนี้" ภีมกระซิบชิดริมหางตา น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำเอาสถาปนิกคนเก่งแทบยืนไม่อยู่ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะระเบิดออกเป็นความหวานล้ำและเร่าร้อนเกินกว่าจะควบคุม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนโวกเวกจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบ "คุณภีม! คุณกวินท์ครับ! แย่แล้วครับ! น้ำป่าจากไซต์งานด้านบนกำลังทะลักเข้าสู่แนวคานโซน A เสาหลักกำลังรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วครับ!" เสียงตะโกนของรินรดาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมเสื้อกันฝนเปียกโชกทำให้ทั้งสองคนต้องผละออกจากกันอย่างจำใจ ภีมขบกรามแน่น ดวงตาฉายแววกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ แต่ความรับผิดชอบในหน้าที่ก็ดึงสติเขากลับมาในเสี้ยววินาที ภีมตวัดสายตากลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำแต่แววตากลับคืนสู่ความเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง กวินท์หยิบหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยความทิฐิที่ไม่มีวันลดลงให้ใคร "เคลียร์งานตรงนี้ให้จบก่อนเถอะ... เรื่องอื่น ค่อยคุยกันทีหลัง!" กวินท์สะบัดหน้าเดินนำออกไปลุยสายฝนทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ ทิ้งให้ภีมยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทายและความคลั่งไคล้อย่างถึงที่สุด ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวตามออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่กำลังซัดกระหน่ำเข้ามาพร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าทุกครั้ง --- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และบททดสอบหัวใจไปพร้อมกับตัวละครนะคะ* ✨
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%