“ถ้าคุณยังยืนกรานจะเปลี่ยนโครงสร้างหลังคาให้เป็นกระจกนิรภัยแบบนั้น โครงการนี้ก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ค่ะคุณรวิชญ์”
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดขณะวางปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในห้องประชุมที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนรอบข้าง รวิชญ์หัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดคอ
“ผมจ้างคุณมาเพื่อทำตามโจทย์ ไม่ใช่มานั่งฟังคุณวิจารณ์งานออกแบบของผม รินรดา... ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็แค่เดินออกไปบอกผู้บริหารว่าคุณไม่มีปัญญาคุมงานนี้”
หญิงสาวแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสถาปัตยกรรม แต่คือการบีบให้เธอจนมุมเพื่อให้รวิชญ์เข้าฮุบโปรเจกต์รีสอร์ตหรูที่เชียงใหม่แทนเธอ รินรดาเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ไม่ยอมแพ้
“ดิฉันยอมรับคำท้าค่ะ แต่ดิฉันจะขอไปดูหน้างานด้วยตัวเองที่ ‘ศิลาธารา รีสอร์ต’ เพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวดิฉันเอง... โดยที่ไม่มีคุณมาคอยก้าวก่าย”
รวิชญ์เลิกคิ้วมองหญิงสาวที่เดินเชิดหน้าออกไปจากห้องประชุม ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัดใจ... เธอไม่ได้รู้เลยว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ คือการก้าวเท้าเข้าสู่กรงทองที่เปี่ยมไปด้วยอันตราย
***
ห้าชั่วโมงต่อมา บนเส้นทางคดเคี้ยวเลาะเลียบไหล่เขาสู่แม่ริม ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น ฝนแรกของฤดูโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปัดผ่านกระจกหน้ารถจนภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน รินรดาบีบพวงมาลัยแน่น ความรู้สึกโหวงเหวงในอกตีตื้นขึ้นมาทุกครั้งที่เม็ดฝนกระทบกระจก ราวกับหยดน้ำเหล่านั้นกำลังชะล้างความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้จิตใต้สำนึกตลอดหลายปี
‘อย่าลืมนะริน... ไม่ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน ฟ้าหลังฝนจะสวยงามเสมอ’ เสียงของใครบางคนในความทรงจำแว่วเข้ามาในโสตประสาท ก่อนที่รถของเธอจะหักหลบกิ่งไม้ที่หักลงมาขวางทางเข้าสู่ตัวรีสอร์ตอย่างกะทันหัน
รถหยุดกึกกลางโคลนตมที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดอลังการ รินรดากดพิงศีรษะกับพวงมาลัย ลมหายใจหอบถี่ด้วยความตกใจ ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาแรงขึ้นเหมือนพายุที่กำลังโกรธเกรี้ยว เธอจำต้องลงจากรถเพื่อสำรวจความเสียหาย ในขณะที่ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวออกมาจากตัวอาคารหลักพร้อมร่มคันใหญ่
ชายหนุ่มในชุดลำลองแต่ดูภูมิฐาน ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งขรึมทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นที่ดูขัดแย้งกันอย่างประหลาด เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างรถของเธอ รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดไปชนกับประตูรถ
“คุณมาผิดเวลาไปหน่อยนะครับ... ที่นี่ไม่ต้อนรับคนที่ไม่ได้รับเชิญ ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิกหรือใครก็ตาม”
เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบราวกับสายฝน ธันวาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก รินรดาขมวดคิ้ว ปัดหยดน้ำที่เกาะอยู่บนใบหน้าออก ก่อนจะรวบรวมความกล้าเงยหน้าเผชิญกับเจ้าของรีสอร์ตผู้เลื่องชื่อ
“ดิฉันชื่อรินรดา มาในฐานะหัวหน้าทีมสถาปนิกที่ได้รับมอบหมายจากบอร์ดบริหารให้มาตรวจงานโครงสร้างค่ะ และถ้าคุณเป็นเจ้าของที่นี่จริงๆ คุณก็น่าจะรู้ว่าสัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วินาทีที่ดิฉันเหยียบเข้าเขตพื้นที่นี้”
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความสนใจชั่ววูบ เขาไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางจะมีสายตาที่แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ เขาขยับร่มเข้ามาบังฝนให้เธอโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้รินรดาได้กลิ่นไม้สนจางๆ จากกายเขา... กลิ่นที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
“ถ้าอย่างนั้น... ก็เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิครับคุณสถาปนิก” เขายิ้มที่มุมปาก ทว่าเป็นยิ้มที่ดูอันตรายมากกว่าเป็นมิตร “แต่บอกไว้ก่อนนะ... ที่นี่ไม่มีอะไรง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินผ่านประตูไม้แกะสลักเข้าไปภายในตัวรีสอร์ต รินรดาชะงักฝีเท้าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภาพถ่ายบนผนังห้องโถง มันเป็นภาพเก่าแก่ของเด็กหญิงสองคนที่ยืนจับมือกันใต้ต้นเดือนเก้าที่ผลิบาน... ทันใดนั้น ธันวาก็หยุดเดินแล้วหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนจางหายไป เหลือเพียงความสับสนระคนตกใจ
“ภาพนี้... คุณไปเอามาจากไหน” รินรดาถามเสียงสั่น ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกลบเลือนเริ่มพรั่งพรูกลับมาเหมือนเขื่อนแตก
ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม เขากลับโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาเกือบชิดกับพวงแก้มของเธอ “คุณคงจำไม่ได้สินะ... ว่าคนที่วาดภาพนี้ไว้ให้คนในภาพคนนั้น คือใคร”
เขากระซิบเบาๆ ข้างใบหูเธอ ก่อนจะผละออกแล้วเดินทิ้งห่างเข้าไปในความมืดของโถงทางเดิน ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำไม่หยุดหย่อน... เพราะสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปนั้น คือความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้เพียงผู้เดียว และเขาไม่มีทางรู้ได้เลย ถ้าไม่ใช่คนคนนั้น... คนที่ทิ้งเธอไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักและความทรงจำของรินรดานะคะ
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 1
ฝนแรกที่พัดพาความทรงจำ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!