“เอกสารพวกนี้ไม่ใช่แค่กระดาษเปื้อนหมึก แต่มันคือใบมรณบัตรของพวกคุณทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้”
เสียงของศิลาดังทุ้มต่ำและก้องกังวานภายในห้องประชุมลับของสมาคมสื่อมวลชน เขาไม่ได้ตะโกน ทว่าน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันนั้นทำให้บรรยากาศที่เคยอึกทึกเงียบงันลงราวกับถูกมนต์สะกด เขาวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวด้วยจังหวะที่เชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับวางก้อนหินลงบนอกของใครบางคน
รินรดานั่งอยู่ข้างเขา มือเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยขณะคว้าแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น เธอสบตากับศิลาเพียงเสี้ยววินาที เห็นแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของเขาแล้วเธอก็รู้ดีว่า—ไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว
“คุณศิลา... ข้อมูลที่คุณอ้างว่ามี มันเป็นเรื่องร้ายแรงเกินกว่าจะกล่าวหาใครลอยๆ นะครับ” ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบซึ่งเป็นถึงบรรณาธิการข่าวใหญ่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังขา แต่เหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมกลับหักล้างความมั่นใจนั้นจนหมดสิ้น
ศิลาไม่ตอบ เขากลับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูน่าขนลุกมากกว่าเป็นมิตร เขาค่อยๆ เปิดแฟ้มเอกสารออก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์โชยออกมาปะทะจมูกคนในห้อง ทุกสายตาจับจ้องไปที่รูปถ่ายสีซีดจางและเอกสารบันทึกการโอนเงินข้ามชาติที่ถูกเปิดเผยออกมาทีละแผ่น
“คุณกำลังถามหาความจริงจากผม หรือกำลังถามหาทางรอดให้ตัวเองกันแน่ครับ?” ศิลาเอ่ยถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบรรณาธิการผู้นั้น “ถ้าคุณกลัวความจริงจนตัวสั่น ก็เชิญลุกออกจากห้องไปตอนนี้ได้เลยครับ แต่ถ้าคุณยังเหลือความเป็นคนและศรัทธาในอาชีพสื่ออยู่บ้าง... ก็จงดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ชัดๆ”
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดารวบรวมความกล้า เธอขยับไปข้างหน้าแล้วหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเชื่อมต่อกับจอโปรเจคเตอร์ด้านหลัง ภาพกราฟิกเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนปรากฏขึ้น มันไม่ได้บ่งบอกแค่เรื่องฉ้อโกง แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองระดับสูงกับคดีฆาตกรรมที่ถูกปิดตายเมื่อสิบปีก่อน
“นี่คือชื่อของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด” รินรดาประกาศเสียงก้อง เธอชี้ไปที่ชื่อนามสกุลหนึ่งที่ปรากฏขึ้นบนจอ ทุกคนที่อยู่ในห้องถึงกับผงะ ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี
“เป็นไปไม่ได้... คนระดับนั้นเนี่ยนะ?” ใครบางคนพึมพำออกมา
ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง เงาของเขาพาดผ่านร่างของทุกคนในห้องราวกับเงาของเพชฌฆาต “โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกครับ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความชั่วร้าย แต่คือความเพิกเฉยของเราทุกคนที่ปล่อยให้มันดำเนินมาจนถึงวันนี้”
เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง สบตากับนักข่าวแต่ละคนราวกับจะสลักความกล้าหาญลงในหัวใจของพวกเขา “วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ แต่ผมมาเพื่อมอบโอกาส... โอกาสที่จะทำให้ชื่อของพวกคุณถูกจารึกไว้ในฐานะคนที่กล้าเปิดโปงนรกขุมนี้ แทนที่จะเป็นแค่สมุนรับใช้ที่คอยเขียนข่าวตามคำสั่งของปีศาจ”
รินรดาเฝ้ามองศิลาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป เธอเห็นความแค้นที่แผดเผาอยู่ในตัวเขา แต่เธอก็เห็นความโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครหยั่งถึง ศิลาไม่ใช่ฮีโร่ เขาก็แค่ชายหนุ่มที่แบกโลกทั้งใบไว้ด้วยความเจ็บปวด และเธอคือคนเดียวที่พยายามรั้งเขาไว้ไม่ให้พังทลายลงไปก่อนที่จะบรรลุเป้าหมาย
“เราจะเริ่มเผยแพร่ข่าวนี้ในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า” ศิลาประกาศกร้าว ตัดบทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้น “ถ้าใครอยากจะถอนตัว ก็เชิญครับ แต่ขอให้จำไว้ว่า... ความตายมักจะเดินตามหลังคนขี้ขลาดเสมอ”
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากที่กำลังรุดเข้ามาในห้องประชุม ทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว บรรณาธิการคนเดิมทำเอกสารในมือหลุดร่วงลงพื้น
รินรดารีบคว้าข้อมือศิลาไว้แน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ศิลา... พวกเขารู้ตัวเร็วเกินไป ไม่น่าจะเป็นตำรวจทั่วไป”
ศิลาขมวดคิ้วแน่น เขาขยับตัวเข้าบังรินรดาไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ มือของเขาเลื่อนไปแตะที่ขอบโต๊ะเพื่อหาทางออกสำรอง ทว่าประตูห้องประชุมถูกถีบออกจนพังกระจาย กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทไม่มีสัญลักษณ์สังกัดปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับชายในชุดสูทสีเทาที่ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีใจเย็น
ชายคนนั้นมองผ่านศิลาไปราวกับเขาไม่มีตัวตน ก่อนจะสายตาไปหยุดอยู่ที่เอกสารบนโต๊ะ แล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
“น่าชื่นชมจริงๆ ครับ คุณศิลา” ชายชุดสูทกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็น “แต่คุณคงลืมไปว่า... ในโลกของเงาจันทรา สิ่งที่คุณกำลังถืออยู่ในมือน่ะ มันไม่ใช่แค่หลักฐาน แต่มันคือเหยื่อล่อที่ผมเตรียมไว้ให้คุณเดินเข้ามาติดกับเองตั้งแต่วันแรก”
ศิลาตัวแข็งทื่อ เมื่อชายชุดสูทคนนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดลำโพง เสียงที่ดังออกมาจากปลายสายกลับเป็นเสียงของ 'รินรดา' ที่กำลังสารภาพความลับทั้งหมดเกี่ยวกับแผนการนี้ให้กับใครบางคนฟังอย่างละเอียด
“รินรดา?” ศิลาหันไปมองข้างกายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
รินรดายืนตัวสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่ได้หลบตาเขา แต่ในแววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าที่ทำเอาศิลาถึงกับใจสลาย
ผมขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในตอนนี้ไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 51
การเปิดโปง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!