“นายกำลังเพ้อเจ้อ ศิลา... ความจริงที่นายตามหามาทั้งชีวิต มันก็แค่เศษเสี้ยวของแผนที่ที่ถูกฉีกทิ้งไว้เพื่อล่อให้นายเดินลงนรก!”
รินรดากระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงแก้วกระทบพื้นผิวไม้ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักมืดสลัว ศิลาไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแต่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการขีดเขียนและภาพถ่ายที่ถูกตอกยึดไว้ด้วยหมุดเหล็ก แววตาของเขามืดดำสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไม่มีวันเห็นแสงสว่าง
“ถ้ามันเป็นแค่นรก... ฉันก็น่าจะชินกับมันแล้วไม่ใช่หรือไง” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาที่ยับยู่ยี่ดูหม่นหมองในแสงไฟสลัว “เธอถอยไปเถอะริน ความแค้นนี้ไม่ใช่ธุระของเธอ มันเป็นหนี้เลือดที่ฉันต้องชำระด้วยตัวเอง”
“หนี้เลือด?” รินรดาแค่นหัวเราะ ทั้งที่ดวงตาคู่สวยกลับวูบไหว “นายคิดว่านายฆ่าคนตายเพื่อล้างแค้นแล้วทุกอย่างจะจบลงที่หลุมศพงั้นเหรอ นายกำลังถูกพวกมันปั่นหัว นายมองไม่เห็นเหรอว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังกระดานหมากนี้!”
ศิลาชะงัก ฝ่ามือที่กำลังเอื้อมไปหยิบซองเอกสารบนโต๊ะหยุดค้างไว้ครู่หนึ่ง ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงขึ้นเมื่อนึกถึงคำพูดของชายปริศนาในบทสนทนาเมื่อคืนวาน... *‘คนตายไม่มีวันพูด แต่คนเป็นมักจะโกหกเสมอ’*
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่เคยเดินเป็นจังหวะกลับหยุดชะงักลง ศิลาหูผึ่ง ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปยังเงาดำที่ทอดผ่านช่องหน้าต่างบานแคบอย่างเฉียบพลัน
“หมอบลง!”
ศิลาตวาดลั่นพร้อมกับกระโจนเข้าหาหญิงสาวโดยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่กระเด็นไปพ้นวิถีของหน้าต่าง เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงกระจกแตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับกระสุนปืนเก็บเสียงที่แหวกอากาศพุ่งทะลุตำแหน่งที่รินรดาเคยยืนอยู่เมื่อครู่นี้ไปฝังตัวลงในผนังห้องจนปูนแตกร้าว
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นในพริบตา ศิลาดึงมีดพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะออกมาด้วยความชำนาญ ก่อนจะดึงรินรดาให้เข้าไปหลบหลังตู้เหล็กขนาดใหญ่
“อย่าส่งเสียง” ศิลาสั่งเบาๆ น้ำเสียงเข้มข้นเคร่งเครียด ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นโหมดนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้า
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบของ ‘นักล่า’ ที่กำลังสะกดรอย ศิลาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าที่แผ่วเบาราวกับแมวป่าที่ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาทางประตูด้านหลัง
“มันมาแล้ว...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว “ศิลา... ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรา ฉันอยากบอกนายว่า...”
“เก็บคำนั้นไว้พูดตอนที่เรายังมีลมหายใจอยู่เถอะ” ศิลาขัดขึ้น แววตาอ่อนโยนลงชั่วขณะเมื่อสบตากับเธอ ก่อนจะกลับมาดุดันดังเดิม เขาขยับตัวออกจากที่กำบังอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้ศัตรูเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน
ร่างของศิลาพุ่งทะยานออกไปเหมือนเสือร้าย เขาเหวี่ยงร่างเข้าปะทะกับเงามืดที่ปรากฏกายขึ้นตรงบานประตู ชายชุดดำสวมหน้ากากปิดบังใบหน้ามิดชิด พยายามชักมีดสั้นออกมาเพื่อสวนกลับ ทว่าศิลาไวกว่า มือแกร่งคว้าข้อมือของนักฆ่าไว้แน่นก่อนจะบิดจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ
การต่อสู้ระยะประชิดดำเนินไปอย่างดุเดือด ศิลาไม่ได้ใช้เพียงพละกำลัง แต่เขาสอดแทรกเทคนิคการต่อสู้ที่รุนแรงและแม่นยำทุกจังหวะ ทุกครั้งที่หมัดกระทบเป้าหมาย มันคือการตัดสินชีวิต แต่ศัตรูรายนี้กลับมีความสามารถเหนือกว่าที่เขาประเมินไว้
“แกไม่ใช่แค่คนรับจ้าง... แกเป็น ‘หมาล่าเนื้อ’ ของมัน!” ศิลาคำรามขณะกระแทกเข่าเข้าที่ท้องของศัตรูจนอีกฝ่ายทรุดฮวบ
นักฆ่าไม่ได้ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว มันอาศัยจังหวะที่ศิลาเผลอ ควักระเบิดควันขนาดเล็กปาลงพื้น กลิ่นกำมะถันฉุนกึกกระจายไปทั่วห้องจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง ศิลาพยายามตั้งสติ ฟังเสียงการเคลื่อนไหวรอบข้าง เขารู้ดีว่าถ้ามันต้องการฆ่า มันคงทำไปนานแล้ว แต่การที่มันยอมเปิดเผยตัวตนหมายความว่า... มันต้องการ ‘อะไรบางอย่าง’ จากเขา
ทันใดนั้น ศิลาสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของโลหะที่จ่ออยู่ข้างลำคอ ไม่ใช่เสียงฝีเท้า ไม่ใช่การต่อสู้ แต่มันคือการปรากฏตัวของใครอีกคน!
“แกเดินหมากผิดตาไปก้าวหนึ่ง ศิลา...” เสียงทุ้มต่ำดังก้องในความมืด น้ำเสียงนั้นช่างคุ้นหูจนหัวใจของศิลาเต้นระรัว “ความจริงที่แกตามหา ไม่ได้มีไว้ให้แกครอบครอง แต่มีไว้ให้แกเป็นเหยื่อสังเวยต่างหาก”
ศิลาชะงักนิ่ง มือที่ถือมีดสั่นระริกด้วยแรงแค้นที่พุ่งพล่าน เขาจำเสียงนี้ได้ดี... เสียงของคนที่เขาสาบานว่าจะต้องฝังมันลงดินด้วยมือของตัวเอง
“แก...” ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ใช่... ฉันเอง” เจ้าของเสียงแสยะยิ้มในความมืด “และที่มาวันนี้ ไม่ใช่เพื่อฆ่าแก แต่เพื่อมาส่งจดหมายเชิญ... เชิญไปดูจุดจบของคนที่แกพยายามปกป้องมากที่สุดยังไงล่ะ”
สิ้นคำพูดนั้น เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากมุมมืด ท่ามกลางควันไฟที่กำลังจางหายไป ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นรินรดาล้มลงไปกองกับพื้นโดยที่มีหยดเลือดสีชาดเปรอะเปื้อนพื้นไม้ พร้อมกับเงามืดที่ก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใยทิ้งให้ศิลาจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความคลั่งแค้นที่ไม่มีวันหวนกลับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ ปราณธาตุเก้าสุริยันขอตัวไปวางโครงเรื่องต่อก่อนครับ
เงาจันทราใต้รอยบาป•ตอนที่ 16
การตอบโต้ของศัตรู
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทราใต้รอยบาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!