ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก•ตอนที่ 9

คำสารภาพของคนปากแข็ง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายของสีน้ำมันและสนิมเหล็กเจือจางในอากาศยามวิกาล—ห้องเก็บงานศิลปะชั้นใต้ดินของหอศิลป์ไร้ซึ่งเสียงอื่นใด นอกจากเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างน่าอึดอัด รินลดายืนนิ่งสนิท แผ่นหลังแนบชิดกับชั้นวางโครงเหล็กเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมที่ปกติมักจะฉายแววเยชาและถือดี บัดนี้กำลังไหวระริกยามถูกตรึงไว้ด้วยร่างเพรียวของจิตรกรสาวนอกคอกที่ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ พายโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งค้ำยันโครงเหล็กกั้นทางหนีไว้ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความดื้อรั้นในแววตาของจิตรกรสาวท้าทายสัญชาตญาณการป้องกันตัวของภัณฑารักษ์สาวอย่างถึงที่สุด "ไหนล่ะคะคุณภัณฑารักษ์คนเก่ง บอกว่าผลงานเซטיםนี้มันไร้จิตวิญญาณและกลวงเปล่าไม่ใช่เหรอคะ?" น้ำเสียงของพายไม่ได้คาดคั้น แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ายวนและแรงกดดันที่ทำเอารินลดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวของพายเอื้อมขึ้นมา เกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับร้อนผ่าวราوกับเปลวไฟที่แผดเผาเกราะป้องกันอันเปราะบางของรินลดาจนหมดสิ้น รินลดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงสัมผัสที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงจนน่ารำคาญ แต่ความดื้อรั้นก็ยังทำให้เธอยังคงเชิดคางขึ้นสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด "ถ้าคุณมีเวลาเอาชนะฉันด้วยคำพูดไร้สาระพวกนี้ เอาเวลาไปฝึกฝนฝีแปรงให้มันคมคายขึ้นเสียดีกว่าค่ะ คุณพาย... งานของคุณมันยังขาดความประณีตในรายละเอียดเชิงโครงสร้าง มันแสดงถึงความสะดุดทางอารมณ์ที่ยังไม่โตพอ" พายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำๆ นั้นสั่นสะเทือนผ่านหน้าอกที่แนบชิดกันจนรินลดาต้องเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วน ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระอาแกมเอ็นดู ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า "ปากแข็งเสียจริงนะคะ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่... ตอนที่คุณยืนจ้องภาพผืนนั้นนานนับสิบนาที ฉันเห็นนะคะว่ามือของคุณมันสั่น" พายกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน "คุณไม่ได้กำลังมองมันด้วยสายตาของภัณฑารักษ์ที่คอยจับผิด แต่คุณกำลังมองมัน... ด้วยสายตาของคนที่ถูกมันดึงเข้าไปในหลุมดำต่างหาก" คำพูดนั้นแทงใจดำรินลดาเข้าอย่างจัง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบกำแพงน้ำแข็งที่เธียรสร้างไว้ปกป้องปมในอดีต ภาพความผิดพลาดจากงานแสดงศิลปะเมื่อสามปีก่อนแวบเข้ามาในหัว ความกลัวที่จะพลาดพลั้ง ความหวาดระแวงต่อความงามที่ทรงพลังเกินกว่าจะควบคุม—ทุกอย่างมันสะท้อนอยู่ในผืนผ้าใบของพายอย่างไร้ที่ติ รินลดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกวูบวาบในอกทำให้เธอผลักร่างของพายออกเบาๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขัดขืนและยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่งแต่โดยดี "คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกค่ะคุณพาย..." รินลดาเอ่ยเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยความอัดอั้นที่เก็บกดมานาน "คุณใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ ทำตามใจตัวเองโดยไม่ต้องแคร์ว่าใครจะเดือดร้อนจากความสะเพร่าของคุณ แต่ฉัน... ฉันไม่มีสิทธิ์ทำพลาดแบบนั้นอีกแล้ว!" พายชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยร้าวในแววตาของอีกฝ่าย ความเย้าแหย่เมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเธอ จิตรกรสาวมองใบหน้าที่มักจะตีหน้าตายมาตลอดของรินลดาที่บัดนี้กำลังสั่นเทาด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ความดื้อรั้นในแววตาของพายถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนอย่างประหลาด "ฉันอาจจะไม่เข้าใจความกลัวของคุณ..." พายเริ่มพูด น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก้าวเท้าเข้าไปหารินลดาอีกครั้งอย่างระมัดระวัง ไม่รุกไล่ แต่ประชิดพอที่จะส่งผ่านความอบอุ่น "แต่ฉันรู้ว่าคุณกำลังทรมานกับการแบกความสมบูรณ์แบบนั้นไว้... รินลดา การที่คุณปฏิเสธความจริงใจในงานของฉัน มันไม่ได้แปลว่างานของฉันแย่หรอกค่ะ แต่มันแปลว่าคุณกำลังกลัวต่างหาก... กลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นให้อะไรที่มันอยู่นอกกรอบ" รินลดาอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อพายขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่าง พายไม่ได้ใช้กำลัง แต่ใช้สายตาที่ลึกซึ้งและจริงจังจนน่ากลัวในการบีบคั้นให้เธอยอมจำนน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดที่เปลี่ยนผ่านเป็นความวาบหวาม รินลดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาผ่าวร้อน เธอเกลียดความจริงที่ว่าจิตรกรนอกคอกคนนี้มองทะลุเปลือกนอกอันแข็งกระด้างของเธอเข้ามาถึงตัวตนที่แท้จริงได้ง่ายดายเหลือเกิน ดวงตาคู่คมของรินลดาหลุบลงมองพื้นชั่วขณะ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาพายตรงๆ ความพยายามทั้งหมดที่จะรักษามาดภัณฑารักษ์ผู้เย่อหยิ่งพังทลายลงในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจอุ่นร้อนสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากของรินลดาขยับเปล่งถ้อยคำที่เธอไม่เคยคิดว่าจะหลุดออกจากปากตัวเองตลอดชีวิตการทำงาน "...เส้นสายตรงมุมซ้าย... ของภาพนั้น..." รินลดาพึมพำ เสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่ชัดเจนพอก้องกังวานในความเงียบ "มัน... มันทรงพลังมากจนเกือบจะทำให้ฉันหายใจไม่ออก" พายเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะระบายขึ้นบนใบหน้าสวยคม แววตาของจิตรกรสาวพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะที่หอมหวานที่สุด รินลดากัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจที่เผลอหลุดปากยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ แต่ก่อนที่เธอจะได้หาข้อแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนความซื่อสัตย์ที่เผลอหลุดพ้นจากปาก พายก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิดยิ่งกว่าเดิม นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ "ในที่สุด... คนปากแข็งก็ยอมสารภาพออกมาเสียทีนะคะ" พายกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนจนรินลดาขนลุกซู่ "รู้ไหมคะว่าการทำให้ภัณฑารักษ์หน้าตายอย่างคุณยอมจำนนด้วยผลงานเนี่ย... มันหอมหวานกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก" รินลดาใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์มเฮือกสุดท้าย ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง— *กริ๊ก!* เสียงปลดล็อกประตูเหล็กหนาหนักจากด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมด แสงไฟนีออนสว่างวาบสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่ตะโกนก้องเข้ามาในห้องเก็บงาน "รินลดา! คุณยังอยู่ในนี้หรือเปล่า? ทางกรรมการบริหารกำลังตามหาตัวคุณให้วุ่น..." ร่างของผู้อำนวยการหอศิลป์ปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับสายตาที่กำลังกวาดมองเข้ามาด้านใน พายชะงักและผละถอยออกห่างจากรินลดาเพียงครึ่งก้าวในเสี้ยววินาทีพอดิบพอดี แต่ระยะห่างเพียงแค่นั้นก็ยังไม่สามารถอำพรางพวงแก้มที่แดงก่ำและแววตาวาบหวามที่ยังค้างคาอยู่บนใบหน้าของภัณฑารักษ์สาวได้ รินลดาผถอยหลังกรูดไปชนชั้นวางของเพื่อตั้งสติ พร้อมกับตวัดสายตาคมกริบมองตรงไปยังผู้มาใหม่ที่ขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัวอย่างไม่รู้กาลเทศะที่สุด หัวใจของรินลดายังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ มือข้างที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่น ความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย ความรู้สึกที่พุ่งพล่าน และบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขัดขวางในวินาทีวิกฤต—ทุกอย่างแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตึงเครียดที่พร้อมจะขาดผึ่งลงได้ทุกเมื่อ (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 9 ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นแรงกับเคมีคู่นี้เหมือนที่ผู้เขียนตั้งใจเสิร์ฟความฟินให้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจิตรกรนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%