หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 5

เส้นทางที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลีนในห้องเก็บศพคณะแพทยศาสตร์ยังคงคุ้นเคย หากแต่ความรู้สึกนึกคิดในยามนี้กลับแตกต่างจากอดีตชาติอย่างสิ้นเชิง ปลายนิ้วเรียวยาวของ นพ. ภัทรกร บรรจงวางมีดผ่าตัดสเตนเลสสตีลลงบนถาดโลหะ เสียงกระทบกันเบา ๆ ดังก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องดับจิตที่แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมากระทบแผ่นหลังของเขา "หมอภัทร... แน่ใจแล้วหรือครับว่าจะเลือกภาควิชานี้" เสียงทุ้มต่ำของ ศ.ดร. ธนา ดังขึ้นจากความมืดสลัวบริเวณทางเข้า ร่างท้วมในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นอับของความตาย อาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโรงพยาบาลแห่งนี้แย้มรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความดูแคลนอย่างมิดชิด "ผมคิดว่าคุณน่าจะสนใจงานวิจัยด้านอายุรกรรมเบาสมอง หรือไม่ก็การบริหารจัดการมากกว่า การมาจมปลักอยู่กับ 'ศัลยกรรมทั่วไป' ที่ต้องใช้แรงกายและเผชิญหน้ากับความเป็นความตายในระยะประชิด... มันดูไม่ใช่เส้นทางของคนฉลาดอย่างคุณเลยสักนิด" ภัทรกรไม่ได้หันกลับไปทันที เขายังคงใช้ผ้าก๊อซเช็ดทำความสะอาดคราบโลหิตบนเครื่องมือชิ้นนั้นอย่างใจเย็น ทุกย่างก้าวของเขามีความหมาย ทุกการขยับตัวถูกคำนวณไว้หมดแล้วในหัวสมองที่เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาสูดหายใจเข้าลึก, แล้วค่อย ๆ หันกลับไปสบตาอาจารย์ผู้ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็น ‘ฆาตกรเงา’ ผู้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตของเขา รอยยิ้มที่มุมปากของภัทรกรถูกยกขึ้นอย่างสุภาพ แต่ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเย็นเยียบจนธนาต้องชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว "คนฉลาดอาจเลือกทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดครับอาจารย์... แต่คนที่เคยสูญเสียทุกอย่างมาแล้วย่อมรู้ดีว่า ไม่มีเกราะป้องกันไหนที่จะแข็งแกร่งไปกว่าการได้ถือมีดเอาไว้ในมือด้วยตนเองอีกแล้ว" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ามีน้ำหนักกดทับบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งลงไปถนัดตา ธนาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าของอาจารย์ใหญ่เริ่มจางหาย เหลือเพียงความระแวงระวังที่ฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามเคย "ถ้าคุณคิดว่าการถือมีดผ่าตัดจะช่วยให้คุณปีนป่ายขึ้นมาสู่จุดสูงสุดได้ ก็ลองดูครับ... แต่ระวังตัวหน่อยก็ดี เพราะบางทีมีดที่คุณถืออยู่อาจจะย้อนกลับมาเชือดคอคุณเองเข้าสักวัน" ธนาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินลับหายออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยือกที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ภัทรกรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบมองตามเงาร่างนั้นหายไปในความมืด เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อคำขู่เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หัวใจของเขากลับเต้นรัวด้วยความตื่นตัว ประสบการณ์จากชีวิตก่อนสอนให้รู้ว่า ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่ถืออาวุธอยู่ตรงหน้า แต่เป็นคนที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหลังแล้วแทงข้างหลังต่างหาก และหนทางเดียวที่จะปกป้องคนที่เขารัก รวมถึงทวงคืนความยุติธรรมได้ คือการก้าวขึ้นไปยืนอยู่ในจุดที่สูงกว่าธนา... จุดที่อำนาจทั้งหมดอยู่ในกำมือของศัลยแพทย์ผู้กุมความเป็นความตายของมนุษย์ เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ภัทรกรดึงสติกลับมา รินรดาในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาใกล้ เธอมองดูใบหน้าด้านข้างที่เคร่งเครียดของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มือเรียวบางยื่นแก้วกาแฟอุ่น ๆ ส่งให้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "คุณภัทรดูเครียดเกินไปแล้วนะคะ... การตัดสินใจเลือกเส้นทางศัลยกรรมในวันนี้ เป็นเรื่องใหญ่มากจริง ๆ หรือคะ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าแววตาของคุณมันเปลี่ยนไปราวกับคนละคนเลย" ภัทรกรรับแก้วกาแฟนั้นมา ความอุ่นแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเข้ามาสู่จิตใจที่ด้านชา เขาหันไปมองหญิงสาว พลางนึกถึงอนาคตที่เธอต้องเผชิญในเส้นทางชีวิตก่อนหน้านี้ รินรดาคือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมารับเคราะห์กรรมจากความทะเยอทะยานของธนา เพียงเพราะเธออยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่และรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจในอดีตชาติพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาเผลอยื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะเบา ๆ ที่เส้นผมสลวยของเธออย่างลืมตัว รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีเรื่อจาง ๆ ยามที่สบตากับเขา "รินครับ..." เสียงของภัทรกรนุ่มนวลและสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น "ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะอันตรายแค่ไหน หรือผมจะต้องแลกมันด้วยอะไร... ผมสัญญาว่าผมจะปกป้องคุณให้ปลอดภัยให้ได้" รินรดากะพริบตาปริบ ๆ ความฉงนฉายชัดบนใบหน้า เธอยิ้มเจื่อน ๆ ออกมาแก้เก้อ "คุณพูดจาแปลก ๆ อีกแล้วนะคะ เหมือนกับว่าเราไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน แต่เหมือนกับว่าคุณผ่านอะไรมามากมายเพื่อฉันเลย... ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งจะรู้จักกันแท้ ๆ" ภัทรกรดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล เขาซ่อนประกายความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังรอยยิ้มบางเบา "บางที... ในความฝัน ผมอาจจะเคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้กับคุณก็ได้ครับ" ก่อนที่บทสนทนาระหว่างทั้งสองจะดำเนินต่อไป เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงประกาศตามสายจากระบบฉุกเฉินก็ดังแทรกขึ้นมาทั่วทั้งตึกศัลยกรรม *"ประกาศด่วน! แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน! เคสอุบัติเหตุหมู่รถชนประสานงาบนทางด่วน ผู้ป่วยวิกฤตจำนวนมาก ต้องการทีมศัลยแพทย์และพยาบาลเสริมด่วน ณ บัดนี้!"* บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในเสี้ยววินาที รินรดาหน้าถอดสี เธอหันมามองหน้าภัทรกรทันที "เคสใหญ่... ทางด่วนสายหลัก รถบรรทุกชนกับรถยนต์ส่วนบุคคล มีผู้ป่วยอาการสาหัสถูกส่งเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินแล้วค่ะ!" ภัทรกรสูดหายใจเข้าลึก แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น เด็ดขาด และพร้อมรบในทันที นี่คือบททดสอบแรก... นี่คือสนามจริงที่เขาจะได้พิสูจน์ฝีมือและเลือกชะตากรรมด้วยสองมือคู่นี้ เขาก้าวเท้าฉับ ๆ เดินนำหน้ารินรดาออกจากห้องเก็บศพ มุ่งตรงไปยังแผนกฉุกเฉินที่แสงไฟสีแดงกระพริบเตือนภัย ทว่าในขณะที่เขากำลังก้าวผ่านโถงทางเดินยาว ปลายทางด้านหน้ากลับปรากฏร่างของชายในชุดสูทสีเข้มยืนขวางทางอยู่ ชายคนนั้นหันกลับมา แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงคมกริบราวกับใบมีด มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ภัทรกรไม่มีวันลืมตลอดกาล... ศ.ดร. ธนากำลังยืนรอเขาอยู่ พร้อมกับแฟ้มประวัติผู้ป่วยในมือที่ถูกเปิดคาไว้ "หมอภัทร... คนไข้เคสด่วนวิกฤตรายแรกของค่ำคืนนี้ เป็นลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข..." ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาเต็มไปด้วยการท้าทาย "ถ้าคุณมั่นใจในฝีมือของศัลยแพทย์นักนัก... เชิญเข้าไปรับหน้างานในห้องผ่าตัดหมายเลขหนึ่งด้วยตัวเองสิครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว ชีวิตการเป็นแพทย์ของคุณ... จะจบลงตั้งแต่คืนนี้ทันที!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขอดีตไปกับผม และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%