กลิ่นคาวสนิมเหล็กของดินปืนยังลอยอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน เสียงหอบหายใจของผมสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ขณะที่สัญชาตญาณความเป็นแพทย์พุ่งพล่านถึงขีดสุด
"รินรดา!"
ผมพุ่งเข้าไปประคองร่างที่ทรุดลงกับพื้นทันที ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะของหยาดโลหิตที่ไหลซึมผ่านเสื้อโค้ทเนื้อหนา หัวใจของผมกระตุกวูบราวกับถูกกระชากลงสู่เหวลึก ความรู้สึกผิดบาปและความกลัวที่จะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในอดีตตีรวนขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก ภาพทับซ้อนของเหตุการณ์ในอนาคตที่ผมเคยช่วยเธอไว้ไม่ได้ผุดขึ้นมา แต่นี่คือ "ปัจจุบัน" ที่ผมต้องแก้ไขด้วยสองมือของตัวเอง
แต่ทว่า... ดวงตากลมโตที่มองผมกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอกลับยกมือขึ้นแตะที่กระเป๋าเสื้อด้านใน ซึ่งมีตลับโลหะกันกระสุน—ของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่ผมเคยคะยั้นคะยอให้เธอพกติดตัวไว้ตลอดเวลา—บุบสลายไปครึ่งแถบพร้อมกับหัวกระสุนที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย... ผมไม่เป็นไรครับหมอ" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตกำลังกรูเข้ามาจากมุมมืด พร้อมกับไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องตัดความมืดมิด
"วางอาวุธซะ! ล้อมไว้หมดแล้ว!"
เสียงตะโกนก้องของสารวัตรทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบดังขึ้น พร้อมกับร่างของ ศ.ดร. ธนา ที่ถูกควบคุมตัวไว้โดยเจ้าหน้าที่สองนาย สีหน้าของอาจารย์แพทย์ผู้เคยยิ่งใหญ่และเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองมาที่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"แก... แกมันไอ้เด็กเมื่อวานซืน! แกทำลายทุกอย่างของฉัน!" ธนาแผดเสียงตะโกนลั่น ฝืนดิ้นรนสุดแรงเกิดจนเจ้าหน้าที่ต้องกดตัวเขาลงกับพื้นถนนเย็นเฉียบ
ผมค่อยๆ ประคองรินรดาให้ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ตรวจเช็คชีพจรและบาดแผลภายนอกจนแน่ใจว่าเธอปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนจริงๆ แล้วจึงค่อยหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ผมก้าวเดินช้าๆ เข้าหาธนา แสงไฟจากรถตำรวจสาดกระทบใบหน้าที่เรียบเฉยและเยือกเย็นของผม ในฐานะศัลยแพทย์ ผมเคยชินกับการถือมีดผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิต แต่วันนี้... ผมใช้ความจริงและหลักฐานทางกฎหมายเพื่อ "ตัดเนื้อร้าย" ออกจากสังคม
"อาจารย์ธนาครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับทรงพลังพอกลบเสียงโวยวายทั้งหมด "สิ่งที่อาจารย์สูญเสียไปในวันนี้ ไม่ใช่เพราะผม... แต่เป็นเพราะความโลภและความทะเยอทะยานที่อาจารย์ใช้เหยียบย่ำชีวิตผู้อื่นต่างหาก"
"แกมีสิทธิอะไรมาสั่งสอนฉัน! ผลงานวิจัยพวกนั้น... ตำแหน่งเกียรติยศพวกนั้น ฉันควรจะได้มันมาตั้งแต่แรก!" ธนาหัวเราะลั่นในลำคออย่างคนเสียสติ รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้า "คิดว่าจับฉันได้แล้วจะจบงั้นเหรอ? หลักฐานในเซฟสำรอง... บัญชีลับที่ฉันซ่อนไว้ คนพวกนั้นไม่ปล่อยแกไว้แน่!"
ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นบางเบา—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่ผมมักใช้เวลาจะลงมือผ่าตัดเคสยากๆ
"อาจารย์หมายถึงบัญชีธนาคารในต่างประเทศ และแฟลชไดรฟ์ข้อมูลการขโมยผลงานวิจัยของอาจารย์ใหญ่ใช่ไหมครับ?" ผมควักสมาร์ตโฟนเครื่องหนึ่งขึ้นมา ชูหน้าจอให้เขาดู "น่าเสียดายจริ๊งๆ... ที่ขณะนี้ ทีมงานฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ปปง. ได้ทำการอายัดทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์ รวมถึงบ้านพักตากอากาศและชื่อเสียงเรียงนามของอาจารย์ในวงการแพทย์ ถูกถอดถอนจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดาษใบเดียวแล้วล่ะครับ"
สีหน้าของธนาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที ร่างกายที่เคยดิ้นรนพลันอ่อนปวกเปียกราวกับคนไร้กระดูก ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่า ทุกสิ่งที่เขาเพียรสร้างและแย่งชิงมาจากคนอื่นตลอดหลายปี... ได้มลายหาย WAP ไปในพริบตาเดียว
"ไม่... ไม่จริง... โกหก!" เขาพึมพำซ้ำๆ น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินอาบแก้ม
เจ้าหน้าที่ไม่รอช้า พวกเขาใส่กุญแจมือธนาแน่นหนา ก่อนจะกระชากร่างของอดีตศาสตราจารย์ผู้ทรงอิทธิพลให้ลุกขึ้นแล้วเดินนำไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง แสงไฟสีแดงสลับน้ำเงินหมุนวนสาดส่องไปทั่วบริเวณ สะท้อนภาพจุดจบอันน่าอนาถของชายผู้เคยคิดว่าตนเองอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของโชคชะตา
ผมยืนมองรถตู้ตำรวจเคลื่อนตัวลับสายตาไปช้าๆ ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับแรมปีค่อยๆ คลายลงทีละน้อย ลลมยามค่ำคืนพัดโชยมากระทบผิวกาย นำพาความรู้สึกโล่งอกอย่างที่ไม่อาจหาคำใดมาเปรียบ
"หมดเรื่องสักทีสินะครับหมอ" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดมาให้ผม ขณะที่รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
ผมรับผ้าเช็ดหน้ามาถือไว้ ก่อนจะเอื้อมมือไปจัดเสื้อโค้ทให้เธออย่างเบามือ สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้ายามราตรีที่เริ่มมีแสงดาวระยิบระยับปรากฏให้เห็น อดีตที่เคยผิดพลาด... บาดแผลที่เคยเน่าเฟะ บัดนี้ได้รับการรักษาและเยียวยาจนสะอาดหมดจดแล้ว
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เรากำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่รถ เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของผมก็ดังขึ้น "ติ๊ง!"
ผมหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อผู้ส่ง เป็นเพียงภาพถ่ายใบเสร็จการสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ทางการแพทย์ล็อตใหญ่ พร้อมกับพิกัดสถานที่แห่งหนึ่งในย่านชานเมือง... และข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายผมเย็นเฉียบลงในพริบตา
*“คุณหมอคิดจริงๆ เหรอครับ... ว่าธนาเป็นตัวการคนสุดท้าย?”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขอดีตและล้างแค้นไปพร้อมกับผมนะครับ
หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน•ตอนที่ 34
จุดจบของปีศาจ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์ศัลย์ย้อนเวลา: รอยแผลที่ผมจะขอแก้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!