ไอเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องรับรองวีไอพีเทียบไม่ได้เลยกับอุณหภูมิคุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นอกกว้างของคนที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ รินรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างสูงสง่าของคิรากรที่กำลังปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทอย่างไร้ความเร่งรีบ ท่าทางสุขุมเยือกเย็นนั้นยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขามของอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของโครงการนี้ให้ดูอันตรายเป็นทวีคูณ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนแผนกะทันหันแบบนี้" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธขึงแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้มเนียน "เราตกลงกันไว้แล้วว่าการตรวจหน้างานจะทำร่วมกับทีมวิศวกรในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่การลากฉันขึ้นเรือไปเกาะส่วนตัวของคุณตอนเที่ยงคืนแบบนี้!"
คิรากรไม่สะทกสะท้านต่อความกราดเกรี้ยวของสถาปนิกสาวแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวรวดเร็วจนเธอเผลอถอยหลังไปชนกับผนังกระจกเย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาหา กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์โอบล้อมเธอไว้จนแทบสิ้นเรี่ยวแรง
"สิทธิ์เหรอครับ..." คิรากรทวนคำ เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบอยู่ที่ข้างใบหู ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปไล้กรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ "ในอาณาจักรของผม คำว่าสิทธิ์ถูกกำหนดด้วยอำนาจ และตอนนี้... คนที่ถือไพ่เหนือกว่าก็คือผม"
รินรดาเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสจาบจ้วงนั้น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่พยายามดึงเธอให้จมดิ่งลงไปในวังวนของเขา เธอยกมือขึ้นดันแผ่นอกแกร่งไว้ แต่เขากลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่แนบชิดทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้สถานการณ์จะตกเป็นรองอย่างราบคาบ
"ปล่อยฉันนะ..." เธอสั่งเสียงสั่นพร่า
"ถ้าผมปล่อย คุณก็จะวิ่งหนีผมไปอีก... เหมือนอย่างที่พยายามทำตลอดสัปดาห์นี้" คิรากรก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มจนเธอต้องเม้มปากแน่น "จำไว้รินรดา... ของเล่นชิ้นไหนที่ผมหมายตาไว้แล้ว มันไม่มีทางหลุดรอดไปได้หรอกครับ"
สัมผัสอุ่นจัดทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความกระหายที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามสะบัดหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่เรียวแขนแกร่งที่โอบรัดเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็กทำให้เธอไร้หนทางสู้
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย เรียวลิ้นร้อนล้ำรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เลื่อนลงมาโอบรัดท้ายทอย บังคับให้เธอยอมรับองศาการจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น
เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับรสจูบอันยาวนาน ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียก องคาพยพทุกส่วนทรยศต่อความคิด เผลอแอ่นกายแนบชิดเข้าหาแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า ปลายนิ้วที่เคยจิกทึบเสื้อเชิ้ตของเขาเพื่อระบายความโกรธ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งบนไหล่กว้างเมื่อความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่คมกวาดมองริมฝีปากบวมเจ่อและพวงแก้มที่แดงก่ำด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยไล้ริมฝีปากเธอย่างแผ่วเบา ราวกับผู้ล่าที่กำลังชื่นชมเหยื่อซึ่งยอมจำนนต่อกรงเล็บ
"แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อยครับ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำพ่นอยู่เหนือริมฝีปากเธอ "เรือพร้อมแล้ว... และกระเป๋าของคุณก็อยู่บนนั้นเรียบร้อยแล้วด้วย"
รินรดาตื่นจากภวังค์แห่งความหลงใหล เธอหันขวับไปมองกระเป๋าเดินทางสีดำใบโตของตนที่ตั้งอยู่มุมห้องโดยมีบอดี้การ์ดของเขายืนคุมเชิงอยู่ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความแค้นเคืองปะปนกับความหวั่นไหวตีรวนอยู่ในอก
"คุณมันเผด็จการที่สุด!" เธอกัดฟันกรวด
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของผมครับ สถาปนิกคนเก่ง" คิรากรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และทรงเสน่ห์จนน่ากลัว เขากระชับมือเรียวของเธอให้เดินตามออกไปจากห้องรับรอง มุ่งหน้าสู่ท่าเรือส่วนตัวที่คลื่นลมกำลังซัดสาดรอคอยพวกเขาอยู่
ทว่า... ในจังหวะก้าวเท้าพ้นประตูห้องรับรองเข้าสู่โถงทางเดินมืดสลึด แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็พลันสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึก บอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่เดินนำหน้าชะงักกึก ชักอาวุธปืนพกออกมาจากเอวอย่างรวดเร็ว
คิรากรดึงรินรดาเข้ามาหลบด้านหลังแผ่นอกกว้างในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันราวนักล่าที่จับตาดูลู่ทางอันตราย เงาร่างสีดำหลายสายพุ่งพรวดออกมาจากมุมมืดของทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังกรูเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาไว้ทุกด้าน!
รินรดาใจหายวาบเมื่อปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจากบุคคลปริศนาจ่อตรงมาที่พวกเขาจากความมืดมิด
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
มัคคุเทศก์วิปลาสกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 2
กับดักในเขตก่อสร้าง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิปลาสกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
