เส้นกั้นระหว่างความถูกต้องกับผลประโยชน์มหาศาล มักถูกวัดด้วยความหนาของกระดาษไขแผ่นเดียว
รินรดากำลังจ้องมองพิมพ์เขียวโครงการรีสอร์ทหรูริมผาภาคใต้ที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ปากกาในมือเรียวถูกกดลงบนกระดาษจนหมึกซึมทะลุผ่านเส้นสายสถาปัตยกรรมที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการร่าง ตัวเลขงบประมาณและโครงสร้างเสาเข็มที่ถูกแก้ไขโดย "บุคคลปริศนา" นอกเหนืออำนาจหน้าที่ กำลังกรีดแทงศรัทธาในวิชาชีพของเธอจนย่อยยับ
โครงสร้างฐานรากถูกลดสเปกเหล็กเสริมแรงลงถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อแลกกับการประหยัดต้นทุนหลักสิบล้านบาท นั่นไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคืออาชญากรรมฆาตกรรมหมู่ที่ซ่อนอยู่ใต้ความงดงามของงานดีไซน์
"คุณรินรดาครับ... ทางผู้บริหารระดับสูงต้องการให้คุณเซ็นอนุมัติแบบร่างฉบับนี้ภายในเย็นวันนี้ครับ" เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอม ทำลายความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว
"บอกพวกเขาว่าฉันไม่เซ็น" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงไร้รอยสั่นเครือ "ถ้าขืนสร้างตามแบบนี้ หน้าผานั่นจะพังทลายลงมาทับคนตายทั้งเป็นภายในสามปีแรก ฉันไม่มีวันเอาชื่อสถาปนิกของฉันไปแลกกับศพของใคร"
ทว่า ประตูห้องทำงานไม่ได้ถูกเปิดออกด้วยเสียงเคาะมารยาทอันควร กลอนประตูกลับถูกปลดล็อกด้วยคีย์การ์ดมาสเตอร์จากด้านนอก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่หนักแน่นและคุกคาม บรรยากาศรอบตัวของเขากดดันจนออกซิเจนในห้องราวกับลดฮวบลงครึ่งหนึ่ง
คิรากร... อัลฟ่าหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มูลค่าแสนล้าน นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองสถาปนิกสาวหัวรั้นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย
"สถาปนิกผู้ทรงคุณธรรมมักจะมีจุดจบแบบนี้เสมอสินะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นจากริมฝีปากหยักลึก คิรากรเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและฟีโรโมนอันดุดันพุ่งเข้าโอบล้อมตัวเธอโดยไม่ต้องแตะเนื้อต้องตัว
รินรดานิ่งงัดสายตากลับไป ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวในอก "ถ้าคุณหมายถึงการยอมขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อแลกกับเงินสกปรก ฉันก็คงเป็นสถาปนิกที่ล้มเหลวที่สุดในสายตาคุณครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันเป็นผู้หญิงค่ะ ไม่ใช่ครับ" เธอสวนกลับด้วยความถือดี
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปากหนา เขาโน้มตัวลงใช้มือสองข้างท้าวขอบโต๊ะ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบระหว่างเก้าอี้กับแผงอกกำยำ แรงกดดันจากความเป็นอัลฟ่าเหนือกว่าพุ่งทะยานเข้ากดทับสติสัมปชัญญะของเธอจนลมหายใจสะดุด
"ปากดีไม่เบานี่ครับ รินรดา" คิรากรกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ารดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง "แต่คุณลืมไปหรือเปล่าครับว่าโปรเจกต์นี้ทั้งโปรเจกต์เป็นของผม แผ่นดินตรงนั้นเป็นของผม และตัวคุณ... ในเวลานี้ ก็อยู่ใต้เงาอำนาจของผมเช่นกัน"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนโครงสร้างความปลอดภัยอย่างไร้สามัญสำนึกแบบนี้!" เธอกัดฟันกรอด มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ "ถ้าคุณอยากได้ฆาตกรเซ็นชื่อรับรอง คุณต้องหาคนอื่น เพราะฉันไม่เอาด้วย"
"คนอื่นงั้นเหรอ?" คิรากรหัวเราะในลำคออีกครั้งอย่างนึกสนุก มือหนาเอื้อมออกไปอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วแข็งกระด้างไล้ตามกรอบหน้าเรียวสวยอย่างถือวิสาสะ รินรดาสะดุ้งสุดตัว พยายามจะเบี่ยงหน้าหลบแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างคว้าหมับเข้าที่ท้ายทอย ล็อกบังคับให้เธอนิ่งรับสัมผัสอันอุกอาจนั้น
"ปล่อยฉันนะ!" เธอตวาดเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ชูส์... อย่าดื้อเลยครับ เด็กน้อย" คิรากรกระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปาก นัยน์ตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความกระหายใคร่ควบคุม เขากวาดสายตามองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีด้วยความรู้สึกอยากบดขยี้ให้แหลกคามือ "คุณคิดว่าคุณมีทางเลือกอื่นงั้นเหรอครับ? สัญญาว่าจ้างมูลค่าหลายสิบะล้าน หรือการถูกฟ้องล้มละลายจนแทบไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน... เลือกเอาสิครับว่าจะเซ็นด้วยความเต็มใจ หรือจะให้ผมบังคับให้คุณเซ็นด้วยวิธีอื่นที่เร้าใจกว่านี้"
แรงกดดันจากร่างกายที่แนบชิดทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นชายที่ทรงอำนาจและดุดันปั่นป่วนประสาทสัมผัสของรินรดาจนสมองเริ่มพร่ามัว แม้จิตใต้สำนึกจะร่ำร้องให้ผลักเขาออกไป แต่สรีระที่สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและแรงดึงดูดประหลาดกลับทรยศเธอ
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนปลายจมูกโด่งชนเข้ากับแก้มเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ เขาแกล้งกดน้ำหนักกายเข้าหาช้าๆ จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับเนินอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความร้อนรุ่มจากร่างหนาส่งผ่านความสั่นสะเทือนตรงดิ่งเข้าสู่ขั้วหัวใจของเธอ
"คุณมัน... คนสารเลว" รินรดาหอบหายใจกระชั้นชิด เสียงต่อว่าเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อริมฝีปากของเขาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้กลีบปากเธอแค่คืบ
"ผมอาจจะเลวในสายตาคุณ..." คิรากรยิ้มร้าย แววตาคมกราดกวาดมองความจำนนที่เริ่มฉายชัดในแววตาคู่สวยของเธอ มือหนาเลื่อนลงต่ำจากท้ายทอยมาโอบกระชับเอวคืบของเธอไว้แน่น ดึงรั้งเข้าหาจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน "แต่คืนนี้... คุณจะได้รู้ว่าความเร่าเลวของผม มันจะทำให้คุณลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตยังไง"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบงัน คิรากรชะงักเล็กน้อย เขายังคงตรึงร่างของเธอไว้ด้วยแขนข้างเดียว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยมืออีกข้าง
ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นอย่างมีความหมาย เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ปรารถนาที่ตีรวนอยู่ในอกของสถาปนิกสาว
"ว่าไงครับ... เรื่องที่เราตกลงกันไว้ที่เกาะส่วนตัวคืนนี้ เตรียมเรือไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?" คิรากรเอ่ยปากพูดคุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงเรียابเฉย แต่จงใจปรายตามองรินรดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร คิรากรก็กดวางสาย หันกลับมาจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มพิฆาตที่แขวนชะตากรรมของเธอไว้บนเส้นด้าย
"เปลี่ยนแผนแล้วครับ..." คิรากรโน้มตัวลงกระซิบคำสั่งเด็ดขาดข้างริมใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "คืนนี้... คุณต้องขึ้นเรือไปกับผม เพื่อไปตรวจหน้างานจริงบนเกาะส่วนตัวแบบตัวต่อตัว... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้เลยครับ สถาปนิกคนสวย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
มัคคุเทศก์วิปลาสกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนพิมพ์เขียว
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิปลาสกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
