เซนเซอร์ปากร้ายกับยัยนักแกะรอยจอมกวน•ตอนที่ 1

ในห้องสอบสวนมีแต่มด

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กลิ่นอับของห้องสอบสวนเบอร์สามชวนให้รู้สึกระคายคอพอๆ กับรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของไอ้คนนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม "ถ้าเชิญมานั่งมองหน้ากันเฉยๆ แบบนี้... ฉันขอตัวไปกินกาแฟดำข้างนอกดีกว่าค่ะ ผู้กองหน้าดุ" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทหลุดออกมาจากริมฝีปากของ คินน์ อดีตแฮกเกอร์อัจฉริยะที่กำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระดับชาติ สองมือของเขาถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเหล็กกล้า แต่ท่วงท่าการนั่งกลับสบายราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ในเลานจ์ส่วนตัว ไม่ใช่ห้องสอบสวนแคบๆ ที่มีเพียงโต๊ะสแตนเลสและแสงไฟนีออนกะพริบวิบวับ ร้อยตำรวจเอกหญิง ปราณิน กำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองใบหน้ากวนประสาทนั้นด้วยความรู้สึกอยากจะซัดสักหมัดให้หายหมั่นไส้ "คิดว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหนเหรอคะ คุณคินน์?" ปราณินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย ข่มขวัญด้วยรัศมีของสารวัตรสาวมือปราบที่ไม่มีใครกล้าต่อกร "คุณโดนข้อหาเจาะระบบฐานข้อมูลความมั่นคง โทษจำคุกต่ำๆ ก็สิบปี... ยังมีอารมณ์มานั่งเล่นลิ้นอยู่อีกงั้นเหรอคะ?" คินน์ช้อนตาขึ้นมอง ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยในนัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้น มีเพียงประกายระยิบระยับที่ชวนให้คนมองรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไรชอบกล เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย จนปราณินต้องชะงักและเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "สิบปีเชียวเหรอคะ? นานจัง... ถ้าติดคุกนานขนาดนั้น ใครจะคอยมานั่งกวนประสาทผู้กองให้เส้นเลือดในสมองแตกเล่นทุกวันล่ะคะเนี่ย เสียดายแย่" "นี่คุณ!" ปราณินตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้กระแทกผนังด้านหลัง เสียงดัง *ปัง* สะท้อนก้องห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ "ฉันไม่ได้มาเล่นขายของนะคะ! เอกสารในนี้ เส้นทางการเงิน ไอพีแอสเดรส ทุกอย่างชี้มาที่คุณหมด ทางที่ดีควรปริปากสารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเป็นคนสั่งบงการเบื้องหลัง ไม่อย่างนั้นฉันจะยัดข้อหาเพิ่มให้อีกกระทงข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน!" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูน่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่ปราณินเคยได้ยินมาในชีวิตการรับราชการตำรวจ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ปรายตามองแฟ้มข้อมูลในมือเธอด้วยความเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาสารวัตรสาวมือหนึ่งถึงกับชะงักค้างไป "หลักฐานแน่นหนาดีนี่คะ... แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่ไอ้คนที่ทำเอกสารพวกนี้ขึ้นมา มันโง่เกินกว่าจะรู้ว่า ไอพีแอสเดรสที่ผู้กองถืออยู่ มันถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองในกรมตำรวจเอง... หึ หรือว่าผู้กองจะเช็คไม่ละเอียดพอคะ ถึงได้รีบเอามาโชว์ให้ฉันดูแบบนี้?" เงียบกริบ... บรรยากาศในห้องสอบสวนดิ่งลงเหวในเสี้ยววินาที ปราณินรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่หน้าจนชาดิก สมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็วมาตลอดชีวิตราชการสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อหูตัวเอง เซิร์ฟเวอร์ในกรมตำรวจ? เป็นไปได้ยังไง! "คุณพูดบ้าอะไรของคุณ..." ปราณินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาฟอร์มความเยือกเย็นเอาไว้ ทั้งที่ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ "ฉันพูดความจริงค่ะ สารวัตร" คินน์เปลี่ยนสรรพนาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวบหนึ่งจนน่าแปลกใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปถึงก้นบึ้งความรู้สึก "คนระดับผู้กองปราณิน เก่งกาจ เด็ดเดี่ยว และเกลียดความอยุติธรรมเข้ากระดูกดำ... แต่ทำไมถึงมองไม่เห็นล่ะคะ ว่าเก้าอี้ที่ผู้กองนั่งอยู่ทุกวันนี้ มันไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด" คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามากระชากหน้ากากความมั่นใจของเธอจนหลุดลุ่ย ปมในอดีตเรื่องพ่อที่เป็นตำรวจทุจริตที่เธอพยายามวิ่งหนีและพิสูจน์ตัวเองมาตลอดชีวิตถูกสะกิดขึ้นมาอย่างจัง ปราณินกําหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธผสมผสานกับความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก เธอไม่อยากเชื่อเขา แต่สัญชาตญาณนักสืบกลับร่ำร้องว่าสิ่งที่ไอ้คนปากร้ายตรงหน้าพูดอาจจะเป็นเรื่องจริง "คุณรู้อะไรมา..." ปราณินเอ่ยเสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนชิดโต๊ะสแตนเลส ดวงตาจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง "บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตา ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่กลับเรียบสนิท แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ปราณินได้กลิ่นอายจางๆ ของความตึงเครียดและกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา "ถ้าอยากรู้ความจริง..." คินน์กระซิบแผ่วเบaริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ผู้กองต้องเลิกใช้ฉันเป็นแพะ... แล้วมาจับมือกันสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองค่ะ" *แอ๊ด—!* เสียงประตูห้องสอบสวนถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมๆ กับร่างของนายตำรวจยศใหญ่ผู้เป็นอธิบดีกรมก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาดุร้ายกวาดมองคนทั้งสองในระยะประชิดด้วยความตกตะลึง ปราณินสะดุ้งสุดตัวผละถอยหลังออกมาแทบไม่ทัน ขณะที่คินน์กลับยกยิ้มมุมปากขึ้นมาใหม่อย่างท้าทาย พร้อมกับเอ่ยทักทายผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงสดใสชวนประสาทเสีย "อ้าว... ท่านผู้บัญชาการมาพอดีเลยค่ะ กำลังคุยกันเรื่องสนุกๆ อยู่พอดีเลย สนใจร่วมวงด้วยไหมคะ?" *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดอ่านตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์ปากร้ายกับยัยนักแกะรอยจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%