กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 33

น้ำตาของเชลยสาว

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงรายงานผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ดังลอดเข้ามาในความเงียบงั้น ทำให้ลมหายใจของมัสยาสะท้านเฮือก ร่างบางในอ้อมแขนแกร่งแข็งเกร็งขึ้นมาทันที หัวใจดวงน้อยหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินชื่อของ 'ภาคิน' พี่ชายแท้ๆ ของตัวเองถูกเอ่ยถึงในสถานการณ์วิกฤตที่เธอไม่เคยคาดคิด "ท่านครับ... ลูกน้องของเราที่ซุ่มจับตาท่าเรือฝั่งตะวันตกรายงานเข้ามา ภาคินมันกำลังจะพาคนลักลอบขนสินค้าล็อตใหญ่หนีออกนอกประเทศโดยใช้ชื่อของทางเราเป็นแพะรับบาปครับ!" บรรยากาศในห้องสูทวีไอพีหรูหราพลันดิ่งวูบลงราวกับติดลบ นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายของคิมหันต์เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไอร้อนจากความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนมัสยาที่แนบชิดอยู่รู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัว คิมหันต์ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว “พี่ชายตัวดีของเธอนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ สินะ มัสยา” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม มือหนาที่เคยลูบไล้อย่างเร่าร้อนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นบีบเข้าที่คางมนของเธอแน่นอย่างลืมตัว "กล้าดียังไงเอาชื่อฉันไปแอบอ้างทำเรื่องสกปรก คิดจะหักหลังฉันทางอ้อมงั้นเหรอ!" "ปะ... ปเปล่านะคะคุณคิม มัสไม่รู้เรื่อง มัสไม่รู้จริงๆ ฮຶก!" มัสยาละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ความเสียใจระลอกใหญ่ซัดโถมเข้ามาจนจุกอก ไม่ใช่แค่เพราะกลัวอิทธิพลเถื่อนของเขา แต่เพราะความผิดบาปที่พี่ชายแท้ๆ ของเธอก่อขึ้นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการดึงเธอลงไปตายในขุมนรกด้วย "ไม่รู้? หึ! คนตระกูลนี้โกหกเก่งเป็นสันดานสินะ" คิมหันต์เค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น ความไว้เนื้อเชื่อใจเพียงน้อยนิดที่เขามีให้เธอพังทลายลงในพริบตา ความดิบเถื่อนและเย่อหยิ่งของเจ้าพ่อคาสิโนไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาลูบคม ความโกรธครอบงำสติจนเขากลายร่างเป็นซาตานร้ายที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เขากระชากข้อมือเล็กของเธออย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าหาแผงอกกว้าง มัสยาเจ็บร้าวไปหมดแต่เธอกลับไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน นอกจากปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอาบหน้าด้วยความร้าวราน "ปล่อยมัสเถอะค่ะ... อยากทำอะไรมัสก็ทำ แต่อย่าทำอะไรพี่ภาคินเลยนะคะ ฮือ..." เสียงสะอื้นไห้เอ่ยขอร้องอย่างน่าเวทนา ยิ่งเธออกตัวปกป้องพี่ชายมากเท่าไหร่ คิมหันต์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนไฟแผดเผาในอก ความหึงหวงและโทสะตีรวนกันจนเขาแทบคลั่ง "ปกป้องมันนักใช่ไหม! อยากรู้จริงว่าถ้ามันเห็นน้องสาวสุดที่รักต้องมารับกรรมแทน มันจะยังหน้าด้านหนีต่อไปได้อีกไหม!" คิมหันต์ลากจูงร่างที่สั่นเทาของมัสยาออกจากห้องพักวีไอพีด้วยฝีเท้าเร่งรีบ บอดี้การ์ดร่างยักษ์ต่างก้มหน้าหลบด้วยความเกรงกลัวต่อรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากนายใหญ่ ความกดดันในอากาศหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก มัสยาถูกบังคับให้นั่งรถหรูมุ่งหน้าสู่ท่าเรือส่วนตัว ท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาลที่สะท้อนถึงชะตากรรมอันมืดมนของเธอ ตลอดทางไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความเงียบงันที่บาดลึก คิมหันต์นั่งนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายด้านข้างราวกับถูกแกะสลักด้วยหินผา นัยน์ตาคู่นั้นมองตรงไปเบื้องหน้าด้วยประกายตาดุดันน่ากลัว ขณะที่มัสยานั่งหดตัวอยู่มุมเบาะอีกฝั่ง มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวลึกในทรวงอกที่ถูกคนรักหักหาญน้ำใจ รถยนต์หรูเบรกตัวเอี๊ยดสนิทลงบริเวณโกดังร้างริมท่าเรือ บอดี้การ์ดนับสิบชีวิตยืนล้อมรอบพร้อมอาวุธครบมือ คิมหันต์ก้าวลงจากรถก่อนจะกระชากประตูฝั่งมัสยาแล้วฉุดกระชากให้เธอลงมาตามแรงอารมณ์ ร่างบางเซถลาร่วงลงไปคุกเข่ากับพื้นปูนเย็นเฉียบ แต่ความเย็นนั้นยังไม่เท่ากับความเย็นชาในแววตาของคนที่เธอเคยมอบหัวใจให้ "พาตัวมันออกมา!" เสียงคำรามสั่งการดังลั่นก้องโกดัง ไม่นานนัก ร่างของชายหนุ่มผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอก็ถูกเหวี่ยงลงมากองแทบเท้า มัสยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบคลานเข้าไปหาพี่ชายที่ใบหน้าบอบช้ำมีรอยเลือดกรัง "พี่ภาคิน!" "มัสยา... ช่วยพี่ด้วย ช่วยพี่ด้วยนะ!" ภาคินละล่ำละลักร้องขอชีวิต มือสั่นเทาคว้าจับชายเสื้อของน้องสาวไว้เป็นที่พึ่งสุดท้าย คิมหันต์ยืนค้ำหัวมองสองพี่น้องด้วยสายตาสมเพชและเหยียดหยาม รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นใกล้กับมือของภาคินอย่างกดดัน "เก่งนักนะภาคิน กล้าขโมยของฉัน คิดว่าจะหนพ้นรึไง?" "ผม... ผมแค่ยืมก่อนครับคุณคิม ผมสัญญาว่าจะเอามาคืน!" ภาคินแก้ตัวเสียงสั่น "ยืม? ของในมือแกมันมูลค่าเท่าไหร่ แกเอาชีวิตครอบครัวแกมาค้ำประกันก็ยังไม่พอเลยด้วยซ้ำ!" คิมหันต์แค่นเสียงเหี้ยม ก่อนจะเบนสายตาคมกริบมามองมัสยาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่กับพื้น "เธออยากเห็นพี่ชายเธอดับอนาถตรงนี้ไหมล่ะ มัสยา?" มัสยาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เธอมองเห็นความไร้ปรานีในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่คิมหันต์คนที่เคยอ่อนโยนและมอบความปรารถนาอันร้อนแรงให้เธอในค่ำคืนก่อน แต่นี่คือ "พยัคฆ์ร้าย" ผู้ไร้หัวใจอย่างแท้จริง ความอดทนขีดสุดและการถูกเหยียบย่ำจนไร้ศักดิ์ศรี ทำให้มัสยาตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เธอบดกรามแน่น กลั้นสะอื้นแล้วค่อยๆ พยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ขาสينจะสั่นเทา เธอมองสบตาคมดุคู่นั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้าการที่มัสอยู่ตรงนี้มันทำให้คุณเกลียดชังและทำร้ายพวกเราขนาดนี้..." เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "มัสขอเลือกที่จะถอยออกไป... ปล่อยเราไปเถอะค่ะคุณคิม ถือว่าเราไม่เคยรู้จักกันเลย" สิ้นคำพูดนั้น ร่างหนาของคิมหันต์ก็ชะงักกึก นัยน์ตาคมดุหรี่แคบลงทันทีด้วยความตกใจระคนโกรธจัด รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน --- **โปรดติดตามตอนต่อไป** *คำเตือนจากผู้เขียน: เมื่อพยัคฆ์ร้ายถูกบอกเลิกและท้าทายอำนาจ กรงขังแห่งความคลั่งรักที่น่ากลัวกว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...* ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบอาบแสงจันทร์" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%