ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 1

แฟนทิ้งเพราะจน ระบบตื่นเพราะโกรธ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงเคล้าคลออยู่กับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังบาดแก้วหู กลางห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ศิลายืนถือถุงกระดาษแบรนด์เนมสามใบในสภาพเหงื่อโทรมกาย เสื้อยืดสีพื้นธรรมดาและกางเกงยีนส์ซีดๆ ของเขาตัดกับบรรยากาศรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ราวกับเศษขยะที่หลุดลอยเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ "ศิลา... เราเลิกกันเถอะนะ" เสียงหวานใสที่เขาเคยหลงใหลเอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเล พิมพ์ชนก ยืนกอดอกโดยมีชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษยืนโอบเอวไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เมฆา ทายาทบริษัทนำเข้ารถยนต์หรู ยกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองศิลาราวกับกำลังมองมดปลวกใต้รองเท้า "ผมให้เวลาคุณคิดใหม่นะพิม" ศิลาพยายามรักษาความนิ่งสงบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่หนักแน่น "ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินเก็บทุกบาททุกสต็อกที่ผมหามาได้ คุณเป็นคนใช้มันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง ผมไม่เคยบ่น... แต่พอผมตกงาน คุณเลือกจะเดินไปหาผู้ชายที่มีเงินถุงเงินถังเนี่ยนะ" "อุ๊ย! พูดจาน่าเกลียดจังครับคุณศิลา" เมฆาหัวเราะในลำคอ ขยับเนกไทแบรนด์ดังอย่างเย่อหยิ่ง "โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงิน ไม่ใช่ความรักบ้าบอคอwasted แบบที่คุณมีหรอกครับ อีกอย่าง... เสื้อผ้าพวกนั้นที่แกถืออยู่ พิมเขาก็แค่ใช้แกเป็น 'เบ๊' มาช่วยถือของให้ผมกับเธอต่างหากเล่า" คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ แม้ศิลาจะพอเดาได้ลางๆ แต่การได้ยินจากปากของคนทั้งสองมันช่างน่าสมเพชสิ้นดี พิมพ์ชนกหลบสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นด้วยความหยิ่งทะนง "ใช่ค่ะศิลา... เอ๊ย ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึง โลกความเป็นจริงมันโหดร้าย คุณไม่มีแม้แต่ปัญญาจะพาฉันไปกินโอማಕাসéหัวละหมื่น แล้วจะเอาอะไรมาดูแลอนาคตฉัน เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วไสหัวไปซะเถอะค่ะ" ศิลาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคมกราบกกราดมองหญิงสาวที่เขาเคยรักหมดใจด้วยความผิดหวังระคนสมเพช "ได้... ถ้าเงินมันคือทุกอย่างของพวกคุณ" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของศิลา พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า โดยมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น [ตรวจพบความกดดันทางจิตใจถึงขีดสุด...] [ระบบ 'มหาเศรษฐีผู้พลิกฟ้า' ทำการปลุกเสร็จสมบูรณ์ 100%...] [ภารกิจแรก: ตบหน้าเหล่าตัวละครผู้ดูถูกเหยียดหยามด้วยความมั่งคั่งที่แท้จริง!] [เงินสนับสนุนเริ่มต้น: 100,000,000 บาท (โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว)] *Rrrrrr!* โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของศิลาสั่นรัวจนรู้สึกได้ แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งตรงถึงฝ่ามือ เขากดหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่นิ่งสนิท ข้อความจากธนาคารสีม่วงแจ้งเตือนยอดเงินฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ *[ธนาคารพาณิชย์สากล]: บัญชีของคุณได้รับการโอนเงินจำนวน 100,000,000.00 บาท เรียบร้อยแล้ว ยอดเงินคงเหลือสุทธิ 100,005,420.50 บาท* ศิลาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นตะลึงระคนสะใจ รอยยิ้มที่มุมปากค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ตัวตนที่เคยยอมก้มหัวให้ความยากลำบากบัดนี้ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือซาก แทนที่ด้วยความเยือกเย็นและอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ ในขณะที่ศิลากำลังยืนนิ่ง เมฆากลับเข้าใจผิดคิดว่าชายหนุ่มกำลังช็อกจนทำอะไรไม่ถูก จึงยิ่งได้ใจ หัวเราะลั่นออกมาเสียงดัง "5555 ดูหน้ามันสิครับพิม คงช็อกจนพูดไม่ออกเลยมั้งเนี่ย เอาล่ะๆ สงสารหรอกนะ... ถุงกระเป๋าแบรนด์เนมพวกนั้นวางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วไสหัวไปได้แล้ว เกะกะทางเดินลูกค้าระดับ igh-class หมด" เมฆาโบกมือไล่ราวกำลังไล่สุนัขจรจัด สายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามขั้นสุด ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วก็ดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดา พนักงานสาวสวยออฟฟิศเดียวกันที่แอบหลงรักและคอยอยู่เคียงข้างศิลาเสมอมา เธอก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างศิลาและเมฆา ดวงตากลมโตจ้องมองเมฆาด้วยความโกรธเกรี้ยว "คุณเมฆาค่ะ! พูดจาให้เกียรติคนอื่นบ้างนะคะ เงินทองมันไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นคนหรอกค่ะ!" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว เธอยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องผู้ชายที่เธอมอบใจให้ แม้ในยามที่เขาลำบากที่สุดก็ตาม เมฆาหรี่ตามองรินรดาด้วยความรังเกียจ "อ้าว... นึกว่าใคร ยัยลูกไล่จนตรอกอีกคนนี่เอง อยู่แก๊งเดียวกันก็ไสหัวไปพร้อมกันเลยสิ หรือว่าเธออยากจะลองมาเป็นเด็กเสี่ยแบบนังพิมล่ะ? ฉันให้คืนละหมื่น สนใจไหมล่ะจ๊ะ?" *เพี๊ยะ!* เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นลั่นฟลอร์ห้างหรู ทว่า... ไม่ใช่เสียงของศิลา และไม่ใช่รินรดา แต่เป็นมือของศิลาเองที่ฟาดลงบนใบหน้าของเมฆาเต็มแรง จนร่างของนักธุรกิจหนุ่มเซถลาไปกระแทกกับราวบันไดเลื่อน แว่นราคาแพงหลุดร่วงลงพื้นแตกกระจาย ใบหน้าด้านขวาขึ้นรอยแดงเป็นปื้นอย่างชัดเจน "กรี๊ด! คุณเมฆา!" พิมพ์ชนกหวีดร้องด้วยความตกใจ รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของแฟนใหม่ที่ล้มไม่เป็นท่า เธอกลอกตามองศิลาด้วยความโกรธจัด "ไอ้ศิลา! แกกล้าดียังไงมาทำร้ายคุณเมฆา รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร!" เมฆายกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมเป่ง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูดโปน ชี้หน้าศิลาด้วยความสั่นเทา "มึง... มึงกล้าดียังไงวะ! ไอ้ยาจก! กูจะฟ้องให้มึงติดคุกหัวโต ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่!" ศิลาไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพที่น่าสมเพชของอีกฝ่าย เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีการแจ้งเตือนจากระบบอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าเดิม รินรดายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เธอมองแผ่นหลังของศิลาที่ในตอนนี้ให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม และมีอำนาจล้นพ้นจนเธอยังต้องเผลอกลั้นหายใจ ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับเมฆาและพิมพ์ชนกด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความกลัวใดๆ ทั้งสิ้น "ฟ้องงั้นเหรอครับ?" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับกดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที "ก่อนจะไปฟ้องผม... คุณช่วยเช็คยอดหนี้บริษัทนำเข้ารถยนต์ของคุณก่อนดีกว่าไหมครับ ว่าตอนนี้ธนาคารเขากำลังจะยึดบริษัทคุณเมื่อไหร่?" เมฆาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที "แก... แกหมายความว่ายังไง?" ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาหยิบ "บัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด" ที่ระบบเพิ่งเสกให้อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาถือไว้ในมืออย่างสบายๆ ก่อนจะโยนมันลงไปตรงหน้าของเมฆาและพิมพ์ชนกที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง "พอดีว่าตึกสำนักงานที่คุณกำลังเช่าอยู่... และบริษัทที่คุณภาคภูมิใจนักหนา..." ศิลาโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระชับ เย็นเยียบ และเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "...ตอนนี้ ผมเป็นคนซื้อหนIสยทั้งหมดของมันไว้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทแรกนี้ และเตรียมพบกับความเดือดดาลยิ่งกว่าในตอนถัดไปได้เลยครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%