กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 9

ข่าวลือร้ายที่ยุทธภพ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายคาวเลือดในโรงเตี๊หอมัจฉาเหินยังไม่ทันเจือจาง เมล็ดฝนสีเทาหม่นก็โปรยปรายลงมาเคล้าคลอสายลมหนาวเหน็บ หลี่มู่หยางนั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า บนพื้นเบื้องหน้าของเขามีเศษชิ้นส่วนป้ายคำสั่งประหารชีวิตของสำนักเทพยุทธ์สวรรค์ตกกระจัดกระจาย ตัวอักษรสีชาดที่สลักด้วยกระดูกอสูรบนแผ่นป้ายนั้นสะท้อนประกายวับแวมราวกับดวงตาของภูตผีที่กำลังจ้องมองเยาะเย้ย นิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักของเขากำลังคีบถ้วยชาอุ่นร้อนขึ้นจิบช้าๆ ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับมืดมนดั่งหุบเหวไร้ก้นบึง "เจ้าสำนักเทพยุทธ์สวรรค์... ช่างวางหมากได้อย่างแยบยลยิ่งนัก" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธเกรี้ยวไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า ทว่ามันกลับแผ่ซ่านออกเป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวจนตะเกียงน้ำมันบนผนังไหววูบ ใต้ร่มเงาแขนเสื้อกว้างของหลี่มู่หยาง พิษร้อยชนิดที่หลอมรวมด้วยสมุนไพรหมื่นพิภพส่งเสียงเดือดปุดๆ คล้ายรับรู้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงของผู้เป็นนาย ในตอนที่เซียนหลินซือถูกตรึงด้วยโซ่อัคคีมารสีดำสนิท นางมิได้หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ยามที่ร่างระหงถูกห้อมล้อมด้วยเปลวเพลิงทมิฬ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นยังคงทอดมองมาที่เขา... สายตาที่มิได้เรียกร้องความเห็นใจ แต่มอบความไว้วางใจทั้งหมดที่มีในชีวิตให้แก่บุรุษผู้เป็นเจ้าของกระบี่นิรนาม หลี่มู่หยางยังจำสัมผัสสุดท้ายจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของนางได้แม่นยำ *'จงมีชีวิตอยู่... และอย่าหันกลับมา'* ทว่าวิถีกระบี่ของเขาคือความหยิ่งทะนง การปล่อยให้สตรีที่มอบหัวใจให้ต้องแปดเปื้อนด้วยมลทินแห่งความอยุติธรรม ย่อมเท่ากับการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในวิถีเซียนของตนเอง "พี่รอง ข้อมูลที่ท่านต้องการ..." เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เงาผู้หนึ่งที่ทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้า มือที่สั่นเทานั้นยื่นม้วนคัมภีร์หนังอสูรเคลือบโลหิตส่งให้ หลี่มู่หยางรับมาด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกวาดอ่านอักขระลับที่จารึกไว้ภายในอย่างรวดเร็ว ยูดาวประดับฟ้า... ค่ายกลวิญญาณโลหิต... และตราประทับรูปบุปผาเหมันต์น้ำแข็ง ทุกเบาะแสล้วนชี้ตรงไปยังทิศทางเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ! "สำนักหอจันทร์กระจ่าง... สำนักที่นางพิทักษ์มาตลอดชีวิต... กลับเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความวิบัติทั้งหมดในยุทธภพครานี้" หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน "ช่างน่าขันสิ้นดี นางยอมสละแม้กระทั่งแก่นแท้พลังปราณเพื่อปกป้องความสงบสุขของยุทธภพ แต่เบื้องบนกลับหักหลังนางด้วยคมดาบของศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันเอง" ความจริงอันโหดร้ายนี้ถูกเปิดเผยผ่านบัญชีลับการค้าขายสมุนไพรพิษและการลอบสังหารชาตระกูลใหญ่ หลินซือถูกใส่ร้ายว่าเป็นหนอนบ่อนไส้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเน่าเฟะภายในของเหล่าผู้วิสุทธิ์แห่งหอจันทร์กระจ่าง ผู้ซึ่งต้องการครอบครองคัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ที่นางครอบครองไว้ หลี่มู่หยางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสูงสง่าแผ่ซ่านไอสังหารสีครามออกมารอบทิศทาง จนหยาดฝนที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างระเบียงถึงกับกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้น "ในเมื่อพวกมันต้องการให้หอจันทร์กระจ่างกลายเป็นสุสานของนาง..." หลี่มู่หยางกุมด้ามกระบี่นิรนามที่ข้างเอวแน่น ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ราวกับเทพมารผู้จุติ "ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ ชำระล้างพวกมันให้สิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว!" ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบโรงเตี๊หอมัจฉาเหินก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เสียงฝนด้านนอกเงียบหายไปราวกับถูกตัดขาดด้วยพลังปราณอันไร้รูป แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับมีภูเขาน้ำแข็งนับหมื่นลูกหล่นลงมาทับหลังคาทั้งหลัง *เปรี้ยง!* หลังคาไม้ของโรงเตี๊ยมระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้และกระเบื้องปลิวว่อนกลางอากาศ ท่ามกลางสายฝนที่กลับมาตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามสามร่างลอยเด่นอยู่เหนือความมืดมิด ไอพลังระดับราชันย์เซียนแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ ผู้นำกลุ่มคือกาลานุภาพแห่งสำนักเทพยุทธ์สวรรค์ 'อู่เทียนเจี้ยน' ผู้มีฉายาว่า *กระบี่ทลายสวรรค์* ในมือของมันถือกระบี่เล่มยักษ์ที่สลักลวดลายมังกรทอง ซึ่งกำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างไม่ปิดบัง "หลี่มู่หยาง! เจ้าคิดหรือว่าหนีพ้นเงื้อมมือของข้า!" เสียงคำรามของอู่เทียนเจี้ยนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุนีบาตฟาดผ่า "หลินซือตายอย่างอนาถไปแล้ว ถึงตาเจ้าที่จะต้องตามนางไปลงนรกเพื่อชดใช้ความผิดฐานสมคบคิดกับมารศาสนา!" หลี่มู่หยางเงยหน้าขึ้นสบตากับมันอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและเย็นชาจนน่าขนลุก "ลงนรกงั้นหรือ..." หลี่มู่หยางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าแหลกละเอียดเป็นผงธุลีในพริบตา "ก่อนที่พวกเจ้าจะส่งใครไปลงนรก... ลองถามกระบี่ในมือข้าดูก่อนว่า มันยินยอมให้พวกเจ้าหายใจอยู่จนถึงวินาทีนี้หรือไม่!" ว่าแล้ว เขาก็ชักกระบี่นิรนามออกจากฝัก เสียงหวีดหวิวของคมกระบี่ดังก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณ แสงกระบี่สีครามเข้มพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี แหวกเมฆฝนออกเป็นสองซีกราวกับดาราดับแสง! ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับพลังของอู่เทียนเจี้ยนนั้นเอง จู่ๆ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านสายฝนมาปรากฏตัวขึ้นขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องมาแตะจมูก และเมื่อหลี่มู่หยางกวาดสายตามองไปยังร่างที่ยืนหันหลังให้เขา หัวใจของมือสังหารผู้ไร้พ่ายก็ถึงกับกระตุกวูบอย่างรุนแรง นั่นคือ... ร่างของเซียนหลินซือ! ทว่าบนหน้าอกของนาง ป้ายคำสั่งประหารชีวิตที่ควรจะปักอยู่ กลับถูกย้อมด้วยหยดเลือดสีดำสนิท ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทอย่างไร้ชีวิตชีวา บัดนี้กลับลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีแดงฉานไร้แววตาของผู้มีชีวิต และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของหลี่มู่หยางเกือบหยุดชะงัก คือคมกระบี่ในมือของนาง... กำลังจ่อตรงมาที่ลำคอของเขาเอง! "หลินซือ... เจ้า..." ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%