กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับไอหมอกยามราตรีที่ปกคลุมหุบเขาไร้ชื่อ
หลี่มู่หยางไม่แม้แต่จะชายตามองซากศพของมือสังหารสำนักพยัคฆ์ทมิฬสามคนที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง ปลายรองเท้าผ้าดิบของเขาเหยียบย่ำลงบนเศษใบไม้แห้งจนเกิดเสียงกรอบแกรบแผ่วเบา สติปัญญาและความรู้สึกทั้งหมดถูกจดจ่ออยู่กับการเต้นของชีพจรในข้อมือซ้าย ที่ซึ่งซ่อนเข็มโลหิตพิษร้อยวิญญาณเคลือบด้วยพิษอัมพาตกระดูกไว้ถึงเก้าเล่ม ยุทธภพไม่เคยมีความปรานีให้แก่ผู้ที่อ่อนแอ และเขาก็ไม่เคยคิดจะร้องขอความเมตตาจากผู้ใดเช่นกัน
ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงแหวกอากาศแหลมคม เสียงนั้นมิใช่เสียงลมหายใจหรือเสียงฝีเท้า หากแต่เป็นจิตสังหารอันเข้มข้นที่พุ่งตรงมาจากความมืดมิดเบื้องบน!
*ฉึก!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหน้าผาสูงชันราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ ประกายแสงสีฟ้าครามวาววับสะท้อนกับแสงจันทร์สลัว ปลายกระบี่สั้นอาบยาพิษมุ่งเป้าไปยังจุดตายระหว่างคอหอยของหลี่มู่หยางอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ความเร็วระดับนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือในทำเนียบร้อยศาสตราก็ยังต้องตื่นตระหนก
ทว่า หลี่มู่หยางเพียงแค่หรี่ตาลง รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
ร่างของเขาไหววูบคล้ายภาพลวงตา วิชาตัวเบา "ย่างก้าวเงาอัสนี" ถูกขับเคลื่อนออกมาในเสี้ยววินาทีเป็นตาย ปลายกระบี่ของศัตรูเฉียดผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ไปเพียงเส้นยาแดง
“ช้าไป…” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้นข้างใบหูของมือสังหารลึกลับ
*เคร้ง!*
นิ้วมือที่ห่อหุ้มด้วยถุงมือหนหนังอสูรของหลี่มู่หยางดีดเข้าที่สันกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำ แรงปะทะอันมหาศาลส่งผลให้กระบี่สั้นในมือของมือสังหารสะท้อนกลับไปปักเข้าที่ต้นคอของเจ้าตัวทันทีอย่างไร้ความปรานี ร่างนั้นกระตุกเกร็งวูบหนึ่งก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ดับอนาถด้วยวิชาของตนเอง
ทว่า หลี่มู่หยางมิได้รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย หัวใจของเขากลับเต้นรัวเร็วกว่าเดิม สัญชาตญาณดิบเตือนภัยร้องลั่นในโสตประสาท บรรยากาศรอบตัวในรัศมีร้อยวาพลางเปลี่ยนแปร อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวราวกับฤดูเหมันต์มาเยือน
*ตึ้ง… ตึ้ง…*
เสียงฝีเท้าที่เบาราวกับเสียงใบไม้ร่วงหล่นดังขึ้น แต่อ여กลลับก้องกังวานในจิตใจของผู้ฟังอย่างน่าประหลาด
หลี่มู่หยางชักกระบี่ไร้ชื่อออกจากฝักช้าๆ เสียงเหล็กเสียดสีกับไม้จันทน์หอมดังขึ้นเสียดแทงแก้วหู ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นทำมุมสี่สิบห้าองศา จิตกระบี่อันคมก్రిบพวยพุ่งออกจากร่างราวกับพายุปะทะเข้ากับม่านหมอกที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา
เบื้องหน้าของเขา ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนก้อนหินใหญ่
นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายยาวเคลียแผ่นหลัง ใบหน้ารูปไข่ไร้ที่ติงดงามราวนางเซียนจำศีล ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกและอารมณ์ใดๆ ในมือขวาถือกระยาวดยาวสลักลวดลายดาราประดับด้วยอัญมณีสีคราม
"หลี่มู่หยาง..." น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินกังวานขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันระดับปราณฟ้าดินที่กดทับลงบนบ่าจนกระดูกลั่นกรอบ "เจ้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้ามของหอจันทร์กระจ่างแล้ว"
หลี่มู่หยางเงยหน้าขึ้นสบตานั้น รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย แม้ว่าทั่วร่างจะถูกคุกคามด้วยพลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัว "หอจันทร์กระจ่างส่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่าง 'เซียนหลินซือ' มาต้อนรับข้าถึงเพียงนี้ นับว่าให้เกียรติมือสังหารนอกรีตอย่างข้าเกินไปแล้วกระมัง"
เซียนหลินซือหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านออกจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบตัวแข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา นางมิได้เอ่ยคำพูดใดให้มากความ กระบี่ในมือสั่นระริกเบาๆ ส่งเสียงครางฮือรากับพญามังกรที่ตื่นจากการหลับใหล
"วิชาวิถีกระบี่ของเจ้าสังหารผู้คนมามากเกินไป วันนี้... ข้าจะใช้กระบี่นี้ตัดศีรษะเจ้าเพื่อล้างมลทินให้แก่สำนัก"
สิ้นคำพูด ร่างของเซียนหลินซือก็หายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำกว่ามือสังหารเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว!
หลี่มู่หยางระเบิดพลังปราณสีดำทมิฬออกจากจุดตันtian ปลายกระบี่ไร้ชื่อตวัดวาดออกเป็นรูปวงโค้งรับการโจมตีอย่างเต็มกำลัง ประกายไฟจากการปะทะของกระบี่ทั้งสองสว่างวาบราวกับดวงดาวระเบิดกลางหุบเขา เสียงคำรามก้องกังวานสะท้อนไปทั่วผาชัน
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ทั้งสองเล่มเข้าประชิดกันจนใบดาบแนบสนิท เซียนหลินซือกลับโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจเย็นยะเยือกปะทะเข้าที่ข้างแก้มของเขา ดวงตาสفไหววูบด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ขัดแย้งกับความเย็นชาบนใบหน้าอย่างสิ้นเชิง
นางไม่ได้ใช้มือซ้ายกระบี่แทงซ้ำอย่างที่ควรจะเป็น แต่มือข้างนั้นกลับสอดเข้ามาคว้าข้อมือขวาของเขาไว้แน่น พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แทบจะกลืนหายไปกับสายลม
*"เจ้าโง่... คนที่ส่งมือสังหารมาไม่ใช่หอจันทร์กระจ่าง แต่เป็น..."*
*เปรี้ยง!*
ยังไม่ทันที่เซียนหลินซือจะเอ่ยจบประโยค สายฟ้าสีม่วงขนาดมหึมาก็ผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอกอย่างไร้สัญญาณเตือน แรงระเบิดมหาศาลพุ่งเข้าใส่จุดที่ทั้งสองยืนอยู่โดยตรง แรงอัดกระแทกมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นออกไปคนละทาง ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและเศษหินที่แตกกระจายเกลื่อนกลาด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา•ตอนที่ 1
วิถีกระบี่ในรอยแยกมรณะ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามกับนางเซียนผู้สังหารดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!