ฮีลเลอร์แรงก์ขยะกับตรรกะสั่งตายของเทพศัลยกรรม•ตอนที่ 24

การท้าทายจากสภาอาวุโส

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวลงมาจากบันไดหนีไฟไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่รินทร์แม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยกถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำสนิทขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความขมเข้มข้นแผ่ซ่านบนปลายลิ้น ในขณะที่สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ มองตรงไปยังหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ยังคงกะพริบเตือนระดับอันตรายขั้นสูงสุด ประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายชราในชุดสูททหารตัดเย็บเนียบกริบ ประดับด้วยเหรียญตราเกียรติยศนับไม่ถ้วนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีองอาห์และเย่อหยิ่ง ด้านหลังของเขาคือเหล่าองครักษ์หน่วยปราบปรามพิเศษแรงก์ S อีกสี่นาย มือของพวกเขากุมด้ามดาบพลังงานเวทมนตร์แน่น พร้อมที่จะชักออกมาปลิดชีพสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขยับตัวผิดสังเกต "รินทร์... แกคงรู้ตัวสินะว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟกองใหญ่แค่ไหน" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากปากของ "มาร์คัส" ประธานสภาอาวุโสแห่งสมาคมฮันเตอร์ นัยน์ตาของเขาจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองสุนัขข้างถนนที่บังเอิญไปคาบเพชรเม็ดงามมาครอบครอง รินทร์ไม่ได้ลุกขึ้นยืนต้อนรับ เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้ "ไฟกองใหญ่หรือครับท่านประธาน... น่าแปลกใจเสียจริง ทั้งที่พวกท่านต่างหากล่ะครับที่กำลังวิ่งเข้าหาปากปล่องภูเขาไฟโดยไม่รู้ตัว" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนเหล่าองครักษ์ด้านหลังถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว อาช่า ซึ่งยืนอยู่มุมห้องในฐานะมือขวา ขยับตัวเล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปแตะด้ามมีดสั้นที่สะโพกโดยสัญชาตญาณ สายตาของเธอจ้องมองมาร์คัสด้วยความเย็นชา เธอย่อมรู้ดีว่าสภาอาวุโสต้องการอะไร การมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องการเจรจาธุรกิจอย่างแน่นอน "เลิกเล่นลิ้นได้แล้วรินทร์!" มาร์คัสทุบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น เอกสารกองโตสั่นสะเทือน "พลังฟื้น 0 วินาที และการผ่าตัดเซลล์ระดับเทพเจ้าที่แกใช้ช่วยชีวิตไอ้พวกฮันเตอร์แถวหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้! แกไปขโมยตำราโบราณของสมาคมมา หรือว่าแกไปทำสัญญากับปีศาจตนไหนกันแน่! สภาอาวุโสมีมติเป็นเอกฉันท์... แกต้องส่งมอบสิทธิ์การควบคุมระบบ 'ตรรกะสั่งตาย' และองค์ความรู้ทั้งหมดให้สมาคมตรวจสอบเดี๋ยวนี้!" ความโลภฉายชัดอยู่ในแววตาของชายชรา แม้ปากจะอ้างความมั่นคงของประเทศ แต่จิตใจกลับกระหายอยากได้พลังที่จะทำให้ตนเองกลายเป็นอมตะและกุมอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง รินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันช่างบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในห้อง "ตรวจสอบอย่างนั้นหรือครับ..." รินทร์วางถ้วยกาแฟลงบนจานรองเสียงกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ "พวกท่านส่งผมไปตายในดันเจี้ยนแรงก์ S เมื่อปีก่อน ปฏิบัติการที่พวกท่านจงใจตัดงบประมาณและทิ้งปาร์ตี้ของเราไว้เบื้องหลัง เพื่อรอให้พวกเราตายอย่างอนาถ... ในตอนนั้น ทำไมสภาอาวุโสผู้ทรงเกียรติถึงไม่เคยคิดจะตรวจสอบความยุติธรรมบ้างเลยล่ะครับ?" มาร์คัสหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม "นั่นมันเรื่องอดีต! ฮันเตอร์ระดับล่างก็เป็นแค่เบี้ยที่ต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมอยู่แล้ว! แต่อำนาจที่แกถือครองอยู่ตอนนี้มันอันตรายเกินกว่าที่เด็กเหลือขออย่างแกจะควบคุมได้!" "เด็กเหลือขอ..." รินทร์ทวนคำพูดยิ้มๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่เคยผอมแห้งและเต็มไปด้วยบาดแผลในอดีต บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยออร่าสีดำทมิฬอันทรงพลังที่กดทับบรรยากาศภายในห้องให้หนักอึ้งราวกับมีภูเขาทั้งลูกมาทับไว้ เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหามาร์คัสทีละก้าวอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของเหล่าองครักษ์ที่พยายามจะชักดาบออก แต่ทว่า... ร่างกายของพวกเขากลับแข็งค้าง ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างที่เหนือกว่าคำว่าเวทมนตร์ "ท่านประธานครับ... ท่านรู้ไหมว่าทำไมผมถึงปล่อยให้พวกท่านเดินขึ้นมาถึงที่นี่ได้?" รินทร์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของชายชราที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามรอยย่น "แก... แกทำอะไรกับพวกเรา..." มาร์คัสเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหวาดกลัว รินทร์ถอยหลังกลับมายืนยิ้มที่มุมโต๊ะทำงาน เขายกสมาร์ทโฟนระบบพิเศษขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนลายนิ้วมือ หน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ แสดงรายชื่อทรัพย์สิน หุ้นส่วน และอำนาจควบคุมเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศที่ถูกซื้อกิจการจนหมดสิ้นภายในเวลาไม่ถึงสามวันที่ผ่านมา "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ... ผมแค่ 'ซื้อ' สภาอาวุโสของพวกท่านเรียบร้อยแล้วต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางกบาลของมาร์คัส ชายชราเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้! หุ้นของสมาคมอยู่ในมือพวกเราครึ่งหนึ่ง!" "ครึ่งหนึ่งที่ท่านถืออยู่... มันถูกจำนองไว้กับธนาคารระดับโลกที่อยู่ภายใต้การบริหารของผมเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เฉียบขาดราวกับยมทูตพิพากษา "ตอนนี้ หนี้สินทั้งหมดของสมาคมฮันเตอร์ตกเป็นของผม และตัวท่าน... มาร์คัส ประธานผู้ยิ่งใหญ่ ก็เป็นเพียงลูกหนี้ล้มละลายที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะยืนหายใจอยู่ในตึกนี้ หากผมไม่อนุญาต" อาช่าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมห้อง แอบลอบยิ้มสะใจออกมาไม่ได้ เธอมองแผ่นหลังของรินทร์ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเกลียดชังในอดีต สู่ความหวาดกลัว และในตอนนี้... มันคือความเย้ายวนใจอันน่าหลงใหลของอำนาจที่ไร้เทียมทาน มาร์คัสทรรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือเหี่ยวย่นสั่นเทาเอื้อมไปจับชายกางเกงของรินทร์ ร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "รินทร์... ได้โปรด... เมตตาฉันด้วย ฉันยอมแล้ว ฉันยอมยกทุกอย่างให้แก..." รินทร์ก้มมองชายชราผู้เคยเหยียดย่ำเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองเศษฝุ่นผงบนรองเท้า "ความเมตตาหรือครับ..." รินทร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของมาร์คัสให้เงยขึ้นสบตา "น่าเสียดายจัง... ในตำราแพทย์ของผม คำว่า 'ความเมตตา' ถูกลบออกไปตั้งแต่วันที่พวกท่านตอกตะปูโลงศพให้ผมแล้วล่ะครับ" รินทร์หันไปพยักหน้าให้กับอาช่าเล็กน้อย ก่อนที่หญิงสาวจะหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาสั่งการบางอย่าง และในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอดิจิทัลสีแดงฉานก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตึก พร้อมกับข้อความสถานะบัญชีที่ปรากฏขึ้นหรา: *[ ยืนยันการทำธุรกรรม: ซื้อกิจการทั้งหมดสำเร็จ - วงเงินคงเหลือ: อนันต์ ]* ... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์แรงก์ขยะกับตรรกะสั่งตายของเทพศัลยกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%