พิมพ์เขียวรักฉบับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 1

แบบร่างที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
กลิ่นกระดาษไขราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นหมึกพิมพ์บลูพริ้นต์ คละคลุ้งอยู่ปลายจมูก ทว่าสิ่งที่รินรดากำลังให้ความสนใจ หาใช่ความสุนทรีย์ของกลิ่นอายห้องสถาปนิกแต่อย่างใด หากแต่เป็นตัวเลขงบประมาณหน้างานที่กำลังดีดสูงขึ้นสวนทางกับเส้นความอดทนของเธอที่ใกล้ขาดสะบั้นเต็มที นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด ขยับเลื่อนเส้นดินสอ 2B บนกระดาษไขแผ่นใหญ่ด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ทุกเส้นสายที่เธอกรีดกรายลงไป ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานออกแบบโครงสร้างอาคารพาณิชย์สไตล์มินิมอล หากแต่มันคือกรอบชีวิตอันเคร่งครัดที่รินรดาขีดเส้นขนานไว้ให้ตัวเองต้องเดินตามอย่างไร้ที่ติ ปราศจากความผิดพลาด และห้ามมีแม้แต่รอยขีดข่วน—เช่นเดียวกับชีวิตของเธอในสายตาของครอบครัว "ริน แกดูนี่หรือยัง คาเฟ่สาขาใหม่ของฉัน ยอดจองโต๊ะพรีเปิดตัวทะลุเป้าไปถึงดาวอังคารแล้วนะยะ" พริมวางแก้วมัคเซรามิกบรรจุกาแฟลาเต้อาร์ตรูปหัวใจเบี้ยวๆ ลงบนมุมโต๊ะทำงาน พร้อมทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้บีนแบ็กฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจระเบียบการจัดวางพื้นที่สีขาวคลีนของเพื่อนสนิท "ถ้าแกเอาเวลาไปเช็กระบบระบายอากาศในครัว แทนที่จะมานั่งลุ้นยอดจองโต๊ะ ฉันคงไม่ต้องมานั่งแก้แบบแปลนห้องน้ำชั้นสองรอบที่สี่แบบนี้หรอกนะ พริม" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงไม่ละไปจากปลายดินสอ "แหม คุณสถาปนิกจอมเนี้ยบ เรื่องแค่นี้ทำเป็นเครียด หน้าแก่เร็วนี่ฉันไม่จ่ายค่าทำขวัญให้นะบอกก่อน" พริมหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปหมายจะหยิบปากกาโรทริ่งคู่ใจของเพื่อนมาหมุนเล่น ทว่ากลับถูกรินรดาปัดมือออกอย่างรวดเร็ว "อย่าแตะของบนโต๊ะฉัน พริม แกก็รู้กฎ" "ย่ะ! แม่คนเป๊ะทุกตารางนิ้ว ชีวิตนี้คงมีแต่เส้นตรงกับมุมฉากสินะ ถึงได้ไม่มีที่ว่างให้ผู้ชายหล่อๆ หรือความตื่นเต้นเข้ามาเฉียดกรายเลยเนี่ย" พริมบ่นอุบอิบ แต่แววตาพราวระยับที่มองเพื่อนสาวเต็มไปด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู "ว่าแต่... วิศวกรคุมงานภาคสนามคนใหม่ที่จะเข้ามาดูไซต์งานบล็อก A วันนี้ แกได้คุยรายละเอียดกับเขายัง? ทางบริษัทรับเหมาเพิ่งส่งประวัติมาเมื่อเช้า... อ้อ เห็นว่าเป็นผู้หญิงด้วยนะ สายลุยตัวแม่เลยล่ะ" รินรดาชะงักปลายดินสอเล็กน้อย เธอนิ่งคิดไปชั่วขณะ ก่อนจะสบัดหน้าปฏิเสธด้วยความมั่นใจ "ใครก็ช่าง ขอแค่ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่แก้แบบแปลนพร่ำเพรื่อ และทำงานตามสเปกที่ฉันกำหนดไว้ทุกตัวอักษร ฉันก็ไม่สนใจหรอกว่าเขาจะเป็นใคร... คนเราถ้าทำงานด้วยตรรกะและมาตรฐาน มันไม่มีทางเกิดความผิดพลาดขึ้นได้หรอก" "ปากดีระวังจะหงายหลังนะยะ หล่อนน่ะมั่นใจเกินร้อย ระวังจะเจอของแข็งเข้าล่ะ" พริมหัวเราะร่า ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าหน้าห้องทำงานดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักที่ค่อนข้างหนักแน่น ไม่มีความเกรงใจหรือลังเลแม้แต่น้อย ราวกับเจ้าตัวตั้งใจจะประกาศการมาเยือนให้คนทั้งชั้นได้ยิน รินรดายังคงก้มหน้าตรวจทานเส้นกรอบเสาคอนกรีตบนกระดาษ ปากก็เอ่ยต้อนรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นทางการตามวิสัย "เชิญนั่งตรงเก้าอี้ด้านหน้าค่ะ... รบกวนวางเอกสารประวัติการทำงานไว้บนโต๊ะ แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องตารางเวลาการรื้อถอนโครงสร้างเดิมกัน ฉันมีเวลาให้คุณจำกัดนะคะ" ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมพื้นที่ห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่แปลก... ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าขยับเข้ามานั่งตามคำเชิญ รินรดารู้สึกถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทั้งกดดัน ท้าทาย และคุ้นเคยอย่างประหลาดจนเส้นขนบนต้นแขนลุกชัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขแผ่นโต ปลายสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูป และรองเท้าเซฟตี้สีดำที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชก ใบหน้าเรียวสวยได้รูปรับกับดวงตากลมโตที่คมกริบราวกับใบมีด เส้นผมสีเข้มถูกรวบเก็บเป็นหางม้าลวกๆ แต่กลับขับเน้นให้ใบหน้านั้นดูโดดเด่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเกินร้อย รอยยิ้มมุมปากที่ถูกจุดขึ้นมาน้อยๆ คล้ายกำลังเยาะหยันโลกทั้งใบ... รอยยิ้มแบบนั้น... น้ำเสียงแบบนั้น... เลือดในกายของรินรดาพุ่งพล่านขึ้นมารวมกันที่ใบหน้าในเสี้ยววินาที สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและตัวเลขกลับขาวโพลนไปชั่วขณะ *ตะวัน!* วิศวกรหญิงเบอร์ต้นๆ ของวงการ ที่เคยปฏิเสธงานโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับรินรดาเมื่อปีก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่า *"สถาปนิกที่ยึดติดกับกระดาษไขจนมองไม่เห็นความจริงหน้างาน คือตัวถ่วงความเจริญ"*—คำพูดเจ็บแสบในวันนั้น ยังคงฝังตรึงอยู่ในความทรงจำของรินรดาไม่เคยลบเลือน และตอนนี้... คนที่เธอเคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันร่วมงานด้วยเด็ดขาด กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้เธอ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก!* "ไงคะ... คุณสถาปนิกคนเก่ง ไม่เจอกันนาน แบบแปลนโปรเจกต์นี้ ยังโลกสวยเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่าล่ะ?" ตะวันเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ทำเอารินรดาแทบสำลักลมหายใจตัวเอง ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวกำหมัดแน่นใต้โต๊ะทำงานจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเนี้ยบและมาดนิ่งที่สะสมมานานนับปี พังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาคู่นั้น ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "พิมพ์เขียวรักฉบับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%