พิมพ์เขียวรักฉบับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของสถาปนิก

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าคุณรินรดาคิดว่างานสถาปัตยกรรมมันคือเส้นตรงที่ต้องขีดไม้บรรทัดวัดองศาเป๊ะๆ ทุกมิลลิเมตรล่ะก็... ผมว่าคุณคงต้องเตรียมตัวปวดหัวกับหน้างานจริงไปอีกยาวเลยล่ะครับ” เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นทันทีที่รินรดาก้าวพ้นธรณีประตูห้องประชุมชั่วคราวหน้าไซต์งาน ร่างสูงโปรดในชุดวิศวกรสวมหมวกนิรภัยสีขาวพิงสะโพกกับขอบโต๊ะพิมพ์เขียว กอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองว่ามันชวนหมั่นไส้เสียเหลือเกิน รินรดาหยุดชะงัก แววตาคู่คมใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ อย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มคุโชนขึ้นในอก ตั้งแต่เหตุการณ์ชวนใจสั่นเมื่อวาน เธอนึกว่าตะวันจะลดความกวนประสาทลงบ้าง แต่นี่กลับมารอเธอกลางไซต์งานแต่เช้าพร้อมกับรอยยิ้มยียวนที่ทำเอาสถาปนิกสาวผู้รักความเพอร์เฟกต์อยากจะเอาสันแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าผากเขาสักที “วิศวกรตะวันคะ” รินรดาเน้นเสียงเรียกตำแหน่งของเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอเดินเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานที่มีม้วนแบบพิมพ์เขียวขนาดใหญ่กางอยู่ “สถาปัตยกรรมไม่ใช่เรื่องของการลากเส้นตามใจฉัน แต่มันคือศาสตร์และศิลป์ที่คำนวณมาแล้วว่าปลอดภัยและงดงามที่สุด... ซึ่งดูเหมือนคุณสมบัติข้อหลัง จะเป็นสิ่งที่คุณมองข้ามไปเสียสนิท” ตะวันหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและพร่าเลือนจนน่าโมโห เขายืดตัวตรงแล้วก้าวเข้าไปหาเธอทีละน้อย ระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงเมื่อวานกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่วันนี้รินรดาจะไม่ยอมถอยหลังเด็ดขาด เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อเงาของเขาทาบทับลงมาบังแสงไฟในห้อง “ความปลอดภัยน่ะผมไม่เคยละเลยหรอกครับคุณสถาปนิก... แต่ความงดงามในแบบที่คุณยึดติด มันกำลังจะทำให้เสาต้นหลักตรงโซน L-3 ของตึกนี้กลายเป็นหมุดตายที่ไร้ชีวิตชีวา” ตะวันโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ จากตัวเขา “คุณจะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูพิมพ์เขียวบนกระดาษไม่ได้หรอกนะ รินรดา... หน้างานจริงน่ะ มันมีทั้งลม แดด และหน้าดินที่พร้อมจะพังทลายทฤษฎีสวยหรูของคุณได้ทุกเมื่อ” “อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะตะวัน” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเขาเรียกชื่อเธอห้วนๆ โดยไม่มีคำนำหน้า สรรพนามที่เปลี่ยนไปยิ่งทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาร้อนระอุขึ้นไปอีก “เสาต้นนั้นฉันคำนวณโครงสร้างร่วมกับวิศวกรอาวุโสมาแล้ว มันต้องอยู่ตรงนั้นเพื่อรับน้ำหนักคานยื่น ถ้าคุณจะขยับมันตามใจชอบแค่เพราะอยากได้พื้นที่โล่งเพิ่มขึ้นอีกสิตารางเมตรเดียวล่ะก็... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเซ็นปฏิเสธแบบแปลนของคุณเอง” ตะวันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวใดๆ เขาไม่ได้ถอยหนีสายตาดุๆ คู่นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเธอราวกับต้องการค้นหาว่าภายใต้กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้น มันซ่อนความรู้สึกอะไรเอาไว้กันแน่ “งั้นเรามาลองเดิมพันกันไหมล่ะครับ?” ตะวันเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ “ถ้าหน้างานจริงมันบังคับให้ต้องขยับเสาต้นนั้นตามที่ผมเสนอ แล้วตึกนี้ยังคงความแข็งแรงและสวยงามในแบบที่ใช้งานได้จริง... คุณต้องยอมรับเงื่อนไขของผม” “แล้วถ้าฉันชนะล่ะ?” รินรดาถามกลับทันควัน ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด “ถ้าคุณชนะ...” ตะวันหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอตรงๆ “ผมจะยอมทำตามกฎเหล็กบ้าๆ ของคุณทุกข้อ... แบบไม่มีข้อแม้เลย เอ้า ว่ายังไงล่ะครับ ท่านสถาปนิกจอมเนี้ยบ กล้าพามือลงมาสัมผัสโคลนตมกับผมสักตั้งไหมล่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องจักรไกลๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหัวรั้นและมั่นใจเกินร้อยของวิศวกรหนุ่มตรงหน้ากำลังท้าทายขีดจำกัดของเธออย่างถึงที่สุด แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เลือดนักสู้ในตัวเธอสูบฉีดพลان “ตกลงค่ะ” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน เธอยื่นมือเรียวออกไปตรงหน้าเขา “ถ้าคุณแพ้... คุณจะต้องถอดแบบแล้วสร้างใหม่ทั้งหมดตามพิมพ์เขียวของฉันแต่เพียงผู้เดียว ห้ามมีข้อแม้!” ตะวันยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด เขายื่นมือหนาออกมาจับมือเรียวที่ยื่นมาท้าทาย ผิวสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาแนบสนิทลงบนมือเย็นเฉียบของเธอ แรงบีบกระชับเพียงเล็กน้อยส่งกระแสความร้อนวูบวาบวิ่งพล่านไปถึงหัวใจจนรินรดาต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน “ดีครับ งั้นเราไปดูหน้างานจริงกันเลยดีกว่า... สถาปนิกคนเก่ง” ตะวันหมุนตัวเดินนำไปยังประตูห้องประชุม รินรดากัดฟันกรอดด้วยความโมโหปนขัดเขินในความถือวิสาสะของเขา เธอกระชับหมวกนิรภัยบนศีรษะแล้วก้าวเดินตามหลังแผ่นหลังกว้างนั้นออกไปติดๆ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะวิศวกรปากร้ายคนนี้ให้จงได้ แต่ทว่า... เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงบริเวณโถงกลางชั้นล่างที่กำลังเทปูน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายจากผู้รับเหมาก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน “อ้าว... คุณตะวัน คุณรินรดา พอดีเลยครับ มีคนมารอพบพวกคุณอยู่ที่ห้องรับรองหน้าไซต์งานแน่ะครับ เห็นบอกว่าเป็น...” ยังไม่ทันที่ผู้รับเหมาจะพูดจบประโยค ร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทแฟชั่นดีไซน์เฉียบก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาเสียก่อน ใบหน้างดงามนั้นประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่แววตาที่มองตรงมายังรินรดาและตะวันกลับเต็มไปด้วยประกายระแวดระวังที่อ่านไม่ออก “สวัสดีค่ะตะวัน... ไม่คิดเลยนะคะว่าจะมาเจอคุณอยู่กับ ‘สถาปนิกคนพิเศษ’ คนนี้ด้วย” รินรดาชะงักค้าง หัวใจที่กำลังเต้นแรงเพราะความหงุดหصิดจากตะวัน กลับถูกกระชากให้หล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน... และคำพูดประโยคนั้น ก็ทำเอาทุกย่างก้าวของเธอนิ่งสนิทราวกับถูกแช่แข็งอยู่กับที่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "ดอกเดซี่ริมทาง" นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับยัยสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%