ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม•ตอนที่ 12

ในวงล้อมของศัตรู

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
แก้วไวน์คริสตัลราคาแพียดในมือของศิลาเกือบจะหลุดร่วงลงมากระแทกพื้นหินอ่อน หากปลายนิ้วแกร่งของเขาจะไม่จิกเกร็งเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความเงียบงันในห้องรับรองพิเศษของโรงแรมหรูระฟ้าแห่งนี้ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงเบาๆ จากมุมห้องไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามรากระหน่ำในอกของประธานหนุ่มแห่งตระกูลดังได้เลย ดวงตาคมกริบที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กำลังเบิกกว้างสั่นระริก เขากวาดสายตามองสลับระหว่างร่างบอบบางในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิงของรินรดา—อดีตภรรยาที่เขาเคยตีค่าว่าไร้ค่าดั่งฝุ่นผง—กับเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่มีดวงตาเรียวรี คิ้วหนา และสันจมูกโด่งเป็นสันคมถอดแบบพิมพ์มาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! "คุณ... นี่มันหมายความว่ายังไง รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่ รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่งดงามแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอย่อตัวลงลูบศีรษะของเด็กชายเบาๆ ก่อนจะดันให้ลูกชายก้าวถอยหลังไปอยู่ในการดูแลของบอดี้สเกิร์ตด้านหลังอย่างปลอดภัย สายตาที่เธอมองเขามีแต่ความว่างเปล่า เยชาชา และเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ซากปรักหักพังของอดีต "แปลกใจอะไรหรือคะคุณศิลา หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของนักธุรกิจหมื่นล้านอย่างคุณ จะคำนวณไม่ออกว่าเด็กอายุสี่ขวบคนนี้เกิดมาจากช่วงเวลาไหนของเรา" น้ำเสียงใสดังกระดิ่งแก้วแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งบาดแทงเข้าที่กลางใจของชายหนุ่ม ศิลากลืนก้อนสะอื้นผุดขึ้นมาในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก สมองของเขาหมุนวนย้อนกลับไปในคืนวันอันมืดมนเมื่อสี่ปีមុน คืนที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี คืนที่เธอเคยพยายามเอ่ยปากบอกอะไรบางอย่างด้วยน้ำตานองหน้า แต่เขากลับปัดป่าและโยนใบหย่าใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใย *บาปกรรม... ที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง กำลังย้อนกลับมาทวงคืนในรูปแบบที่เจ็บปวดที่สุด* แต่ศิลายังไม่มีเวลาแม้แต่จะก้มลงชดใช้ความผิดบาปนั้น เพราะในวินาทีเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของ ‘ท่านรองประธานการ์บีเยร์’ และกลุ่มหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ที่มีใบหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน บรรยากาศในห้องพลิกผันจากดราม่าส่วนตัวกลายเป็นสนามรบทางธุรกิจทันที ศิลาต้องรีบดึงสติตัวเองกลับมา สลัดความตื่นตระหนกทิ้งไป เหลือไว้เพียงมาดนักบริหารผู้เยือกเย็น ทว่าครั้งนี้... ทุกอย่างไม่ได้อยู่ในกำมือเขาอีกต่อไปแล้ว "คุณศิลาครับ..." ท่านรองประธานการ์บีเยร์ ชายวัยกลางคนชาวต่างชาติเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอึดอัด พร้อมกับวางเอกสารปึกใหญ่ลงบนโต๊ะประชุม "พวกเราคงต้องทบทวนเรื่องสัญญาควบรวมกิจการโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ล็อตใหม่เสียแล้วครับ ในเมื่อทางคุณรินรดา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริหารสูงสุดของ ‘L.R. Holding’ ได้ยื่นข้อเสนอที่... น่าสนใจกว่ามากให้กับพวกเรา" ศิลาหันขวับไปมองกลุ่มหุ้นส่วนเก่าแก่ที่ร่วมงานกันมานับทศวรรษ สายตาของแต่ละคนหลบเลี่ยงการสบตาเขา แสดงให้เห็นถึงความโลเลและความพร้อมที่จะแปรพักตร์ได้ทุกเมื่อหากผลประโยชน์เอื้ออำนวย และผู้อยู่เบื้องหลังการซื้อตัวและปั่นป่วนฐานอำนาจของเขาในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น... นอกจากอดีตภรรยาที่เขากำลังมองด้วยความรู้สึกซับซ้อน "พวกคุณลืมไปแล้วหรือไงว่าโปรเจกต์นี้ ศิลา กรุ๊ป เป็นผู้ลงทุนหลักถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!" ศิลาเอ่ยเสียงกร้าว ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน อีโก้ที่เคยค้ำคอเริ่มเดือดพล่านเมื่อถูกหักหลังกลางคัน "เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในอดีต... แต่วันนี้ หุ้นส่วนของบริษัทคุณกำลังทยอยถอนทุนออกทีละน้อยไม่ใช่หรือคะคุณศิลา" รินรดาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเดินนิ่มนวลเข้ามาใกล้โต๊ะประชุม ก่อนจะวางเอกสารอีกชุดลงตรงหน้าเขา เอกสารที่ระบุถึงรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของศิลา กรุ๊ป ที่กำลังแอบขายหุ้นออกและถูกกว้านซื้อต่อโดยนามแฝงปริศนา ซึ่งตอนนี้ทุกคนในห้องต่างรู้ดีแล้วว่าเป็นใคร ศิลาก้มมองเอกสารเหล่านั้น หัวใจกระหน่ำซัดด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกตะลึง รินรดาไม่ได้แค่กลับมาเพื่อทวงคืนลูกชาย แต่เธอกลับมาเพื่อ ‘ล้มล้าง’ อาณาจักรทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือของเขาเองทีละน้อยอย่างเลือดเย็น! "คุณเล่นสกปรก รินรดา!" ศิลาพุ่งพรวดเข้าไปประชิดตัวเธอ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ด้วยความลืมตัว แต่รินรดากลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งสนิท ปล่อยให้ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสโดนข้อมือเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนจะก้าวเข้ามาขวางกั้นและปัดมือเขาออกอย่างไม่เกรงใจ "สกปรกเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชน "เทียบกับสิ่งที่คุณเคยทำกับฉันเมื่อสี่ปีមុนแล้ว สิ่งที่ฉันทำวันนี้มันยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ คุณศิลา... คุณเคยสอนฉันไม่ใช่หรือคะว่า ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าปรานี มีแต่ผู้ชนะกับผู้แพ้" เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า กวาดสายตามองหน้าอดีตสามีที่ตอนนี้มุมมาดความเย่อหยิ่งทลายลงจนหมดสิ้น ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กลุ่มหุ้นส่วนที่กำลังรอฟังคำตัดสินใจ "ข้อเสนอของฉันยังคงมีผลจนถึงเที่ยงคืนนี้นะคะท่านอื่นๆ หวังว่าพวกท่านจะเลือกทางเดินที่ฉลาดที่สุดสำหรับอนาคตของตัวเอง" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกจากห้อง โดยไม่ชายตามองศิลานิ่งงันที่ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอีกเลย "เดี๋ยวก่อน!" ศิลาตะโกนไล่หลังด้วยความอัดอั้นตันใจ "เธออยากได้อะไร รินรดา! จะเอาหุ้นทั้งหมดคืนไป จะให้ฉันคุกเข่าขอโทษ หรือจะให้ฉันแลกด้วยอะไร... ว่ามาเลย!" รินรดากล่าวหยุดฝีเท้าลงชั่วขณะ เธอไม่ได้หันกลับมามองเขาตรงๆ แต่เอียงใบหน้าด้านข้างเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบสงบ "สิ่งที่ฉันต้องการ... คือความพินาศของคุณ และทุกอย่างที่คุณรัก เหมือนกับที่ฉันเคยแตกสลายในวันนั้นค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น เธอก็เดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ศิลาืนแข็งค้างอยู่กลางวงล้อมของศัตรูและหุ้นส่วนที่กำลังทยอยลุกเดินหนีออกไปทีละคนอย่างไร้การเหลียวแล ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจเจ็บปวดร้าวลึกจนแทบแหลกสลายเป็นจุล ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังจะกลืนกินเขาทั้งเป็น ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ทนายความส่วนตัวของตระกูลศิลา พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลฉุกเฉินในมือ ที่มีตราประทับศาลเยาวชนและครอบครัวเด่นชัดเจน! "คุณศิลาครับ... ทางคุณรินรดา ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอสิทธิ์ในการปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว... และในคำร้องระบุชัดเจนว่า คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพบหน้าเด็กชาย เพราะในทางกฎหมายและผลตรวจ DNA ที่เพิ่งออกมาระบุสถานะอย่างเป็นทางการแล้วว่า..." ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดราม่าสะใจครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%