เสียงปรบมือเกรียวกราวในแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังระงับราวกับคลื่นลมโถมซัด แต่มันกลับเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจของ "ศิลา" ที่กำลังเต้นรัวด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวหยักมองตรงไปยังเวทีใหญ่กลางห้องโถง ที่ซึ่งป้ายโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ มูลค่าหลายหมื่นล้านกำลังถูกเปิดผ้าคลุมออกอย่างเป็นทางการ
เขามั่นใจว่าชัยชนะในค่ำคืนนี้เป็นของ "คณาพจน์ กรุ๊ป" อย่างแน่นอน ไม่มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์หน้าไหนในประเทศนี้กล้าหาญพอที่จะเข้ามาตัดหน้าโปรเจกต์มقกธนารักษ์แปลงทองคำนี้... ยกเว้นเสียแต่ว่า จะมี "ปีศาจ" ตนใหม่ที่กระหายเลือดไม่แพ้กันก้าวเข้ามาในเกม
"ยินดีด้วยนะคะ ท่านประธานศิลา สำหรับความสำเร็จขั้นเด็ดขาด... ในจินตนาการของคุณ"
สุ้มเสียงนุ่มทريبกังวานที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันบาดลึกดังขึ้นเบื้องหลัง ร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มชะงักกึก กล้ามเนื้อทุกมัดบนแผ่นหลังตึงเกร็งขึ้นทันทีโดยสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาไม่มีวันลืมเลือนตลอดสามปีที่ผ่านมา ลอยอบอวลแตะจมูก
ศิลาหมุนตัวกลับช้าๆ ราวกับเครื่องจักรที่ขึ้นสนิม ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ความตกตะลึงฉายชัด ก่อนที่หน้ากากแห่งความเยือกเย็นและอีโก้ค้ำฟ้าจะถูกสวมทับลงไปอย่างรวดเร็ว
ตรงหน้าเขา... คือผู้หญิงที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็นเพียง "ภาระไร้ค่า" ที่ติดสอยห้อยตามมาจากการคลุมถุงชน
"รินรดา..." ชื่อนั้นหลุดรอดจากริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง น้ำเสียงของเขากดต่ำเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ "เธอมาทำอะไรที่นี่? และที่สำคัญ... เธอกล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาในอาณาจักรของฉัน?"
รินรดาในชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิทปักเลื่อมระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามรัตติกาล ขับเน้นทรวดทรงองเอวเย้ายวนที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจและเสน่ห์อันตราย ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉียบคม ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยมีแต่ความเจ็บช้ำและหยาดน้ำตา บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังดุจเพชรน้ำเอกที่ผ่านการเจียระไนด้วยไฟนรก
เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบนิดๆ รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด
"แปลกจังนะคะท่านประธาน... งานเปิดตัวโปรเจกต์ระดับชาติ เปิดกว้างสำหรับนักลงทุนทุกคนไม่ใช่หรือคะ หรือว่าตระกูลใหญ่โตอย่างคุณศิลา จะผูกขาดสัมปทานผืนแผ่นดินนี้ไว้คนเดียวโดยไม่ยอมให้ใครหายใจร่วมกัน?"
"เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ตรงนี้ รินรดา" ศิลาสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอ รังสีความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนแขกเหรื่อรอบข้างต้องถอยร่นด้วยความหวาดหวั่น มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อศอกเรียวเล็กเพื่อลากตัวเธอออกไปให้พ้นสายตาผู้คน แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูแสนจะน่าสมเพช
"อย่าแตะต้องฉันด้วยมือสกปรกคู่นั้นเลยค่ะ... สามีเก่า" เธอเน้นคำหลังอย่างจงใจ รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาจนหน้าอกเกือบแนบชิดกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายหอมกรุ่นกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด "เพราะตอนนี้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งรอคุณกลับบ้านอย่างไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว..."
ไฟบนเวทีหรี่ลง เสียงดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ พิธีกรบนเวทีประกาศชื่อบริษัทคู่แข่งรายใหม่ที่ชนะการประมูลด้วยคะแนนเฉือนชนะเขาไปเพียงแค่เสี้ยวคะแนน
*บริษัท วีนัส ดีולอปเมนต์ จำกัด*
ศิลาหูอื้อตาลาย ชื่อนั้น... บริษัทหน้าใหม่ที่กว้านซื้อหุ้นในเครือของเขา และพลิกเกมการค้าทั้งหมดในชั่วข้ามคืน
เขากัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือที่กำหมัดสั่นเทด้วยความแค้นเคือง อีโก้ที่ถูกเหยียบย่ำจนจมดินทำให้เขาแทบคลั่ง "เธอ... เธอเป็นเจ้าของวีนัสงั้นเหรอ? เธอเอาเงินมาจากไหน สามปีที่ผ่านมา เธอกลายเป็นอีตัวของใครถึงได้มีปัญญามาต่อกรกับฉัน!"
คำดูถูกเหียดหยามพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่าสามี รินรดาไม่โกรธ เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขาที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะ
"อยากรู้จริงเหรอคะว่าฉันเอาเงินมาจากไหน... และเพราะอะไรฉันถึงกลับมาทวงทุกอย่างคืน?" เธอกระซิบชิดริมใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่งจนศิลาขนลุกซู่ "คืนนี้... หลังงานเลิก ถ้าคุณยังมีความกล้าพอ เชิญที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมนี้สิคะ ฉันจะ 'เฉลย' ให้คุณฟังทีละเรื่อง... แบบตัวต่อตัวเลย"
พูดจบ รินรดาก็ผละกายออกอย่างสง่างาม ทิ้งให้ศิลายืนแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตบหน้ากลางสาธารณชนด้วยมือที่มองไม่เห็น ความโกรธเกรี้ยว ความแค้น และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเร่าร้อนจนน่ากลัวกำลังแผดเผาช่องอกของเขาจนแทบหายใจไม่ออก
นาทีต่อมา ศิลาตัดสินใจก้าวขาขึ้นลิฟต์ส่วนตัว มุ่งตรงไปยังชั้นบนสุดทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ประตูเพนต์เฮาส์หรูเปิดออนอัตโนมัติเพราะคีย์การ์ดสำรองที่เขามีสิทธิ์เข้าถึง ห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกรามบ้านช่องด้านนอกที่ส่องลอดผ่านกระจกใสบานยักษ์เข้ามา
ร่างของรินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ แก้วไวน์แดงในมือแกว่งไกวช้าๆ เธอยังไม่เปิดไฟ เธอนั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว... ราวกับรู้ว่าเสือร้ายตัวนี้จะต้องวิ่งเข้ามาติดกับดักด้วยความกระหาย
"มาช้าจังนะคะ นึกว่าความโกรธจะทำให้คุณวิ่งเร็วกว่านี้เสียอีก" เสียงหวานเอ่ยเย้าในความมืด
ศิลาพุ่งเข้าไปกระชากข้อแขนเรียวของเธอให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัว ดวงตาดุดันราวกับสัตว์ป่าจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่ท้าทายเขา "เธอเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา! คิดว่าเอาชนะฉันได้ครั้งเดียวแล้วจะจบงั้นเหรอ?"
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือเรียวอีกข้างวางทาบลงบนอกแผงแกร่งของอดีสามี ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงอย่างจงใจยั่วเย้า "เกมเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะคะ... และถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน คุณต้องพิสูจน์มันด้วยตัวเองแล้วล่ะ"
ริมฝีปากอิ่มเผยอยิ้มท้าทาย ศิลาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์ แต่กลิ่นกายและสัมผัสวาบหวามนี้กลับจุดชนวนเพลิงราคะที่สะกดกลั้นไว้มานานหลายปีให้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ความเกลียดชังและความต้องการหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันจนแยกไม่ออก
มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะกดริมฝีปากลงบดขยี้เรียวปากอิ่มสีชาดอย่างดุดันและเร่าร้อน รินรดาไม่ขัดขืน เธอเผยอริมฝีปากต้อนรับรสจูบที่ทั้งดุดดิบและโหยหา ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันสร้างความวาบหวามจนแทบหลอมละลาย ร่างกายของทั้งคู่เบียดเสียดแนบชิดกันบนโซฟากว้าง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันท่ามกลางความมืดมิด
ทว่า... ในวินาทีที่ศิลากำลังจะปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกเพื่อดื่มด่ำกับความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน เสียงเตือนความทรงจำบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเธอก็ดังขึ้น
*กริ๊ง...*
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกสว่างวาบขึ้นในความมืด เผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนพร้อมรูปถ่ายหน้าจอหลัก เป็นภาพเด็กชายวัยสามขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้น... ที่ถอดแบบพิมพ์เดียวมาจาก "ศิลา" ทุกกระเบียดนิ้ว!
ศิลาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイขวด มือที่กำลังลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มแข็งค้างกลางคัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวาเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาที่กำลังแย้มยิ้มเยือกเย็น
"ลูก... ของใคร?" เสียงของเขาแหบพร่า สั่นระริกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่สนามอารมณ์อันเร่าร้อนนี้นะคะ
ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม•ตอนที่ 1
หวนคืนสู่สมรภูมิ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!