“ถ้าคุณจะเอาไอเดียนี้ไปสร้างจริง ฉันแนะนำให้คุณไปซื้อที่ดินทำฟาร์มเลี้ยงไก่แทนที่จะทำคอนโดหรูนะคะ เพราะดีไซน์แบบนี้... มันทำลายสถาปัตยกรรมระดับท็อปของเมืองไปจนป่นปี้เลยล่ะค่ะ”
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล รินรดาวางม้วนแปลนกระดาษลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาวด้วยท่าทีนิ่งสงบ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความท้าทาย
กวินทร์เหลือบสายตาขึ้นจากเอกสารในมือ กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนในห้องประชุมสัมผัสได้ถึงความกดอากาศที่ต่ำลง เขาปิดแฟ้มลงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
“คุณรินรดา ผมจ้างคุณมาเพื่อ ‘ออกแบบ’ ตามความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่ให้มาเป็น ‘นักวิจารณ์’ ศิลปะที่ชอบใช้คำพูดประชดประชันแบบนี้” เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความรำคาญใจที่ปิดไม่มิด “แบบที่ผมให้ไป มันคือความคุ้มค่าที่จับต้องได้ ไม่ใช่งานศิลปะขายฝันในหอคอยงาช้างที่คุณหลงใหล”
“ความคุ้มค่าที่คุณว่า มันคือการยัดเยียดความแออัดลงไปในพื้นที่ที่ควรจะเป็นปอดของเมืองสินะคะ” รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก เธอขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้นจนแทบจะประชิดตัวเขา “คุณกวินทร์คะ การเป็นนักธุรกิจที่เก่ง ไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์ทำลายทัศนียภาพด้วยตรรกะเห็นแก่ตัวแบบนี้”
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงทำให้เขาดูเหมือนยักษ์ใหญ่ที่กำลังคุกคามเธออยู่ในอาณาเขตของตัวเอง เขาโน้มตัวลงมาหาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้หอมจางๆ จากตัวเขาผสมกับไอความร้อนของอารมณ์ที่คุกรุ่น
“การทำธุรกิจ... มันไม่ใช่การเล่นขายของเหมือนตอนที่คุณเรียนจบมาใหม่ๆ นะครับ ถ้าคุณยังไม่เข้าใจคำว่า ‘ผลกำไร’ คุณก็ไม่ควรมานั่งในห้องนี้”
รินรดาไม่ถอยหนี เธอจ้องเขากลับด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้ มือบางกำแน่นอยู่ใต้โต๊ะเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ “ถ้าผลกำไรของคุณต้องแลกมาด้วยการลดทอนมาตรฐานวิชาชีพของฉัน เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันต่อค่ะ”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน เลขาสาวที่ยืนอยู่มุมห้องแทบไม่กล้าหายใจ ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเปิดศึกประสานสายตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรง
“งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะ” กวินทร์เอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป แฝงความร้ายกาจบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุก “ถ้าคุณแก้แบบให้ผมได้ภายในสามวัน โดยที่ยังคงความสวยงามที่คุณว่าไว้ได้โดยไม่เสียพื้นที่ขาย... ผมจะยอมรับทุกเงื่อนไขของคุณ”
“แต่ถ้าคุณทำไม่ได้...” เขาเว้นจังหวะพลางลากสายตามองริมฝีปากของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “...คุณต้องยอมรับว่าไอเดียของผมมันเหนือกว่า และต้องรับฟังคำสั่งของผมในโปรเจกต์นี้แบบไม่มีข้อโต้แย้ง”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว “ตกลงค่ะ”
กวินทร์แสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาแล้วก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ ความใกล้ชิดนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นผ่านผิวหนัง เขาขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสใบหูของเธอในขณะที่เขาก้มลงไปหยิบม้วนแปลนขึ้นมา
“อย่าเพิ่งมั่นใจไปเลยครับคุณสถาปนิก...” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงพร่ามัว “เพราะสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ อาจจะไม่ใช่แค่แบบแปลนก็ได้”
ในจังหวะที่รินรดาหันขวับเพื่อจะโต้กลับ ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยเสียงดังลั่นพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณกวินทร์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งผู้ถือหุ้นเพิ่งยื่นคำร้องอายัดโครงการนี้ อ้างว่าเราละเมิดลิขสิทธิ์ดีไซน์จากต่างประเทศ!”
รินรดาชะงักค้าง สายตาของกวินทร์เปลี่ยนจากความเย้ยหยันกลายเป็นความเย็นชาที่น่ากลัว เขากระชากเอกสารในมือทิ้งลงพื้นก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ถูก
“ดูเหมือนว่า ‘จุดเริ่มต้นของสงคราม’ ของเรา... จะไม่ได้มีแค่เราสองคนแล้วสินะ” กวินทร์แค่นเสียงพลางขยับตัวเข้ามาใกล้เธออีกครั้งจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะ “และตอนนี้... คุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องติดแหง็กอยู่กับผมจนกว่าเรื่องนี้จะจบ”
หวังว่าตอนแรกนี้จะทำให้คุณนักอ่านตื่นเต้นจนอยากกดอ่านตอนต่อไปไวๆ นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซฟโซนคนขวางโลกกับสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นของสงคราม
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนขวางโลกกับสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
